ไลฟ์สไตล์

"Dolphin Brand" อาหารทะเลแปรรูป 
สุดยอดผลิตภัณฑ์แห่ง "เกาะปังกอร์"

"Dolphin Brand" อาหารทะเลแปรรูป สุดยอดผลิตภัณฑ์แห่ง "เกาะปังกอร์"

07 พ.ค. 2554

เกาะปังกอร์ (Pangkor) เมืองลูมุต รัฐเปรัค เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ทางตอนเหนือของกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ใช้เวลาขับรถประมาณ 3-4 ชั่วโมง และต้องนั่งเรือเฟอร์รีไปอีก 30 นาที ว่ากันว่าเป็นเกาะที่มีชายหาดสวยงาม น้ำทะเลสีครามสดใส ทอดยาวไปกับช่องแคบมะละกา มี

 และครั้งหนึ่งในยุคล่าอาณานิคม เกาะปังกอร์เคยตกอยู่ใต้อาณัติของฮอลแลนด์ ซึ่งจะมีป้อมปราการปืนใหญ่ (Dutch Fort) ตั้งตระหง่านเป็นอนุสรณ์ให้ได้รำลึกและเป็นหมุดหมายให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาได้ศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมา กระนั้นด้วยสภาพพื้นที่เป็นเกาะชาวบ้านส่วนใหญ่จึงยึดอาชีพการประมงเป็นหลัก อาหารการกิน หรือของฝาก จึงอุดมไปด้วยผลิตภัณฑ์จากท้องทะเล

  ตัน โฮ โปห์ (Tan How Poh) ผู้จัดการบริษัท คอมพาส บราเธอร์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจแปรรูปอาหารทะเลแห้งส่งออกรายใหญ่ที่สุดในเกาะปังกอร์ ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน ย้อนอดีตให้ฟังว่า ก่อนที่จะดำเนินธุรกิจแปรรูปอาหารทะเลแห้งนั้น เตี่ย ซึ่งอพยพมาจากแต้จิ๋ว เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เมื่อหลายสิบปีก่อน มาขึ้นท่าที่เกาะปังกอร์ และเริ่มต้นชีวิตเสมือนคนจีนอพยพทั่วไป ซึ่งถือว่าลำบากไม่น้อย ด้วยการทำประกอบอาชีพเรือประมงหาปลาและเลี้ยงครอบครัว สามารถเก็บหอมรอมริบจนกิจการเติบโตเรื่อยมา ซึ่งปัจจุบันมีเรือประมงหลายลำและแพปลา

 กระทั่งเมื่อประมาณ 16 ปีก่อน เล็งเห็นว่าออกเรือประมงหาปลาเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถทำให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตอย่างก้าวกระโดดและสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ตนในฐานะลูกชายคนโตในจำนวนพี่น้อง 4 คนจึงได้ปรึกษากันจะดำเนินธุรกิจแปรรูปอาหารทะเลเพื่อขายในประเทศมาเลเซีย และจะส่งออกไปต่างประเทศในอนาคต ประกอบกับมีวัตถุดิบจำนวนมากที่ได้มาจากเรือประมงของครอบครัว ซึ่งเพียงพอต่อการต่อยอดธุรกิจ จึงตัดสินใจแปรรูปอาหารทะเล กระทั่งในเวลาต่อมาได้จดทะเบียนตั้งเป็นบริษัท คอมพาส บราเธอร์ จำกัด โดยเป็นการร่วมทุนของคนในตระกูล "แซ่ตัน" อันประกอบด้วยพี่น้องของตน 4 คน และครอบครัวของอาอีก 4 คน รวมเป็น 8 คน ภายใต้ยี่ห้อสินค้า "Dolphin Brand" หรือปลาโลมา

 ปัจจุบันธุรกิจเติบโตเป็นที่น่าพอใจ มีโรงงาน 2 แห่ง และถือว่าใหญ่ที่สุดในเกาะปังกอร์ โดยมีการส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง ซึ่งแต่ละปีมีรายได้หลายล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำลังศึกษาลู่ทางการทำตลาดในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในประเทศย่านอาเซียนด้วยกัน ทั้งนี้ ที่สำคัญผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปของ "Dolphin Brand" จะได้รับการการอนุมัติตรา "ฮาลาล" จากประเทศมาเลเซีย ทำให้ง่ายต่อการที่จะทำตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศมุสลิม

 ตัน โฮ โปห์ เผยอีกว่า สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป จะเป็นจำพวกปลาหมึกบด ปลาหมึกปรุงรส กุ้งแห้ง ปลาแห้ง ปลาจิ้งจั้ง หรือปลาเค็ม สารพัดอย่างให้เลือกสรรในราคาย่อมเยาติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝาก หรือของกินในครอบครัว

 "รสชาติการันตีได้ว่าอร่อยถูกปาก ราคาไม่แพง โดยเฉพาะปลาหมึกปรุงรสจะได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในมาเลเซียและต่างประเทศ ซึ่งในฮ่องกงลูกค้าจะชื่นชอบเป็นพิเศษสำหรับกินเล่น หรือเป็นกับแกล้ม โดยบริษัทส่งออกแต่ละปีหลายตู้คอนเทนเนอร์ สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ"

 ส่วนลูกค้าในประเทศไทยคงจะไม่เคยเห็นสินค้าเพราะไม่มีการส่งออกไปวางจำหน่าย เนื่องจากมองว่าที่ประเทศไทยก็มีสินค้าแปรรูปอาหารทะเลหลากหลายส่งผลให้การทำตลาดค่อนข้างยาก แม้ว่าคุณภาพหรือรสชาติจะใกล้เคียงกันก็ตาม แต่อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเที่ยวเกาะปังกอร์ ขากลับอย่าลืมแวะลิ้มลอง หรือเลือกซื้อสินค้าขึ้นชื่ออย่างอาหารทะเลแปรรูป ติดไม้ติดมือเป็นของฝาก หรือหากต้องการดำเนินธุรกิจย่างจริงจัง สามารถเข้าไปเยี่ยมชมและสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ www.haisenghin.net 

ทัวร์รอบเกาะกับรถตู้ชมพู
 นส.วราภรณ์ เทียมตระกูล เจ้าหน้าที่บริหารการตลาด องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวมาเลเซีย สำนักงานกรุงเทพฯ (ประเทศไทย) กล่าวถึงการเดินทางไปเที่ยวเกาะปังกอร์ เริ่มจากท่าเรือลูมุต เสียค่าเรือเฟอร์รีคนละ 10 ริงกิต หรือประมาณ 100 บาท โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งมีความปลอดภัยพอสมควร เมื่อถึงท่าเรือจะมีชาวมลายู ชนพื้นเมืองมาคอยเชิญชวนใช้บริการรถตู้สีชมพู ขนาดกะทัดรัด นั่งได้ประมาณ 10 ที่นั่ง ไว้บริการเที่ยวรอบเกาะ คิดค่าบริการ 80 ริงกิต หรือ 800 บาท ในเวลา 2 ชั่วโมง ขณะที่เส้นทางเที่ยวรอบเกาะ ไม่ถึงกับหฤโหด ลักษณะทางแคบขึ้นเขาลงดอยสลับกับไป เฉกเช่นดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ใครเมารถขอแนะนำให้เตรียมยาหอมยาดมไว้ด้วย

 สำหรับหมุดหมายแรกวัดฟู ลิน กง (Fu Lin Gong) ซึ่งเป็นวัดจีน ศูนย์รวมจิตใจของชาวจีนที่เข้ามาตั้งรกราก นอกจากจะเป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แล้วยังมีปลามังกรยักษ์ว่ายไปมาอวดโฉมนักท่องเที่ยว ก่อนจะไปเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปอาหารทะเล "Dolphin Brand" และไปสักการะ ขอพรจากเจ้าแม่กวนอิมที่วัดลิน เจ กง (Lin Je Kong) ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นไปสัมผัสป้อมปราการปืนใหญ่ (Dutch Fort) และปิดท้ายเมนูอาหารทะเล และอาหารท้องถิ่นอบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศที่มีให้เลือกสรรตามร้านอาหารที่เรียงรายแนวชายหาด

"สุพีร์ สังหรานนท์"