
ติงนโยบายพรรคเหมือนงานประจำแนะพัฒนาคุณภาพเด็กครู หลักสูตรเป็นหลัก
ช่วงโชติ อธิการมร.สส.ติงนโยบายพรรคการเมืองเหมือนงานธุรการ งานประจำที่รัฐบาลต้องทำอยู่แล้ว แนะควรสนใจเรื่องคุณภาพเด็ก ครู และหลักสูตรเป็นหลัก แนะจัดสอบประเมินวิชาชีพครูทุกคน 4 ปี1 ครั้งสอบผ่านเพิ่มเงินเดือนให้ ดีกว่าทำวิทยฐานะ แนะเอาจริงปฏิรูปการศึกษาให้ดี
รศ.ดร.ช่วงโชติพันธุเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) เปิดเผยว่าจากการวิเคราะห์นโยบายด้านการศึกษาของพรรคการเมืองในแต่ละพรรค พบว่า ทุกพรรคต่างวางนโยบายด้านการศึกษาลักษณะคล้ายๆ กัน โดยส่วนใหญ่เน้นเรื่องธุรการ เป็นงานประจำที่แต่ละรัฐบาลต้องดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนฟรี นมฟรี ฯลฯ หากรัฐบาลชุดใหม่ พรรคการเมืองต้องการแก้ไข พัฒนาการศึกษาจริงๆ ควรแก้ปัญหาให้ตรงจุด นั่นคือ เรื่องของคุณภาพ ซึ่งต้องดูว่าอะไรที่เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดคุณภาพ ไม่ใช่เน้นการขายฝัน หรือขายในสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ประชาชนอยู่แล้ว
สิ่งแรกที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องเข้ามาดำเนินการแก้ไขโดยด่วนได้แก่ เรื่องของคุณภาพเด็ก ครู และหลักสูตร ไม่ใช่ไปแก้ที่โครงสร้าง แต่ต้องมุ่งสร้าง กำหนดนโยบายที่จะช่วยปฏิรูปการผลิตครูที่แตกต่างไปจากในปัจจุบัน การแก้ปัญหา ครู หลักสูตร สามารถดำเนินการได้ทันที และเห็นผลที่ชัดเจน เช่น หลักสูตร 4+1 ให้นักศึกษาที่จบคณะวิทยาศาสตร์วิศวกรรมศาสตร์ 4 ปีมาเรียนวิชาชีพครู 1 ปีเชื่อว่าช่วยลดปัญหาขาดแคลนครู และได้ครูที่มีความรู้ความสามารถ ตรงกับวิชาที่สอน หรือให้มีการสอบเพื่อขอใบประกอบวิชาชีพ วัดคุณภาพของบัณฑิตครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์และมีการจัดสอบประเมินวิชาชีพครู ซึ่งอาจจัดขึ้น 4 ปี1 ครั้งสอบวัดการประเมินผ่านเพิ่มเงินเดือนให้ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจ ดีกว่าให้ครูเอาเวลาสอนไปทำเอกสาร ทำวิทยฐานะ ที่ได้เพียงกระดาษ แต่ไม่ได้องค์ความรู้ใดๆ นอกจากทำให้ครูห่างจากห้องเรียน ไม่สนใจสอนหนังสือเด็ก
รัฐบาลชุดใหม่ต้องเข้ามาช่วยสนับสนุนการปรับแก้หลักสูตรระดับปฐมศึกษาเน้นเด็กได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ทำกิจกรรมจิตอาสามากขึ้น ส่วนอุดมศึกษาควรผลิตบัณฑิตที่ตรงกับความต้องการของประเทศจริงๆ ส่วนการประเมินผล ควรมีข้อสอบกลางวัดคุณภาพของเด็กในแต่ละช่วงชั้น เพื่อวัดคุณภาพของเด็กและโรงเรียนจริงๆ เพราะข้อสอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ที่จัดสอบโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) ไม่ได้นำคะแนนไปใช้เพื่อวัดคุณภาพเด็กและโรงเรียน แต่เป็นการจัดสอบเพื่อใช้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมากกว่า เชื่อว่าระบบการศึกษาไทยจะดีขึ้นได้ หากรัฐบาลและทุกฝ่ายให้ความสำคัญเรื่องของคุณภาพอย่างจริงจัง



