
หลอกไปเที่ยวเกาหลี
ดิฉันอยากไปเที่ยวเกาหลี จึงหาข้อมูลบริษัททัวร์ผ่านเว็บไซต์ และติดต่อบริษัททัวร์แห่งหนึ่งทางอีเมล เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซื้อทัวร์หัวละ 17,900 บาท จำนวน 3 คน บริษัททัวร์ให้โอนเงินค่ามัดจำ 3 หมื่นบาท
ต่อมาบริษัททัวร์ให้โอนเงินที่เหลือไปให้ แต่ดิฉันเริ่มไม่สบายใจ รู้สึกมีพิรุจ เพราะยังไม่ได้รับเอกสารใดๆ เพื่อยืนยันการเดินทางจริง ต่อมาดิฉันไปติดต่อบริษัททัวร์ด้วยตัวเองในซอยประชาราษฎร์ 40 พบนายปรีชา และยอมจ่ายค่าทัวร์ที่เหลือ
วันเดินทางจริง 28 มีนาคม 2554 ดิฉันติดต่อบริษัททัวร์ไม่ได้ จึงไปที่บริษัท พบว่ามีผู้เสียหายหลายรายรออยู่หน้าบริษัท จากนั้นได้รวมตัวกันไปแจ้งความที่ สน.เตาปูน แต่ไม่มีความคืบหน้า
จากการหาข้อมูลของบริษัททัวร์ผ่านเว็บไซต์ พบว่ามีผู้เสียหายกว่า 50 ราย จึงได้นัดกันไปแจ้งความกับตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจท่องเที่ยวพาผู้เสียทั้งหมดไปร้องที่กองปราบปรามเพื่อขอหมายจับนายปรีชาในคืนนั้น โดยตำรวจท่องเที่ยวแกะรอยที่อยู่ของนายปรีชาจากการโอนเงินผ่านบัญชี รวมทั้งข้อมูลต่างๆ จากผู้เสียหาย
จนถึงปัจจุบัน คดีอยู่ที่กองปราบปราม และไม่มีความคืบหน้า ผู้เสียหายยังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่รายเดียว
ล่าสุดทราบว่านายปรีชาถูกประกันตัวไปแล้ว และมีประวัติก่อคดีฉ้อโกงมาหลายคดี เมื่อถูกจับตำรวจก็จะให้ประกันตัวไปทุกครั้ง เพราะไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ เลย มีการทำผิดซ้ำซาก เปิดบริษัททัวร์ในชื่อคนอื่นอีก ดิฉันและผู้เสียหายสงสัยว่าทำไมนายปรีชายังไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งๆ ที่เป็นคดีอาญา เพราะนอกจากนายปรีชาจะฉ้อโกงเงินคนซื้อทัวร์แล้ว บริษัททัวร์ซึ่งเป็นเอเย่นต์ส่งลูกค้าให้หลายบริษัทก็ได้รับความเสียหายด้วย
อ้อน
ตอบ
พ.ต.ต.บวรภพ สุนทรเลขา สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ชี้แจงว่า ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจกองปราบร่วมมือกันขอหมายจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชน อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ตำรวจและพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว แต่ทราบมีการยื่นขอประกันในชั้นศาล ศาลพิจารณาให้ประกันตัว ตำรวจเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ต้องหาไว้เรียบร้อยแล้ว
ช่วงที่ผ่านมามีผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มเติมอยู่ตลอด ขณะนี้คดีนี้อยู่ระหว่างสรุปสำนวนของพนักงานสอบสวน คาดว่าประมาณกลางเดือนพฤษภาคมนี้ พนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนเสร็จ เพื่อส่งให้อัยการ จากนั้นเป็นขั้นตอนการสั่งของพนักงานอัยการ เพื่อให้ศาลพิจารณา ถ้าผู้ต้องหามีความผิดก็จะถูกบังคับให้ชดใช้มูลหนี้ที่ก่อขึ้น
ปัจจุบันความนิยมไปเที่ยวประเทศเกาหลียังมีมาก บริษัททัวร์เกาหลีจึงปรากฏตามหน้าเว็บไซต์ต่างๆ มากมาย ขอแนะนำให้ตรวจสอบชื่อบริษัททัวร์และเลขที่ใบอนุญาตให้ชัดเจนก่อนที่จะซื้อทัวร์
พ.ต.ต.บวรภพ บอกว่า ให้สังเกตหน้าเว็บไซต์ของบริษัทให้ดี แม้จะปรากฏเลขที่ใบอนุญาต ก็ต้องตรวจสอบอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ที่สำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว WWW.TOURISMCENTRE.GO.TH หรือหากถูกเอาเปรียบจากแก๊งมิจฉาชีพ ติดต่อได้ที่สายด่วน 1155 ตลอด 24 ชม.
ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม (บก.ป.) และโฆษกกองปราบปราม ชี้แจงว่า หลังจากที่จับตัวผู้ต้องหาได้แล้ว ตามขั้นตอนกฎหมายต้องฝากขังต่อศาล หากผู้ต้องหาขอประกันตัวในชั้นศาล ก็เป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณา อยู่นอกเหนืออำนาจของพนักงานสอบสวน
กรณีผู้ต้องหาเปิดบริษัทในชื่ออื่น หรือชื่อบุคคลอื่น เพื่อหลอกลวงประชาชน ขอแนะนำว่า หากถูกหลอกลวงให้ประชาชนเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่กองปราบปราม ถือเป็นการกระทำต่างกรรม ต่างวาระ กับคดีแรก กองปราบปรามจะเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว บริษัทที่มีพฤติกรรมหลอกลวงและเคยถูกดำเนินคดีจะมีรายชื่อขึ้นทะเบียนไว้ และกองปราบปรามจะดำเนินการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป
โฆษกกองปราบปราม แนะนำว่า อย่าเพิ่งรีบโอนเงิน ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่าบริษัททัวร์น่าเชื่อถือหรือไม่
ลุงแจ่ม



