
รอบรั้วเกษตร (พุธที่ 4 พฤษภาคม 2554)
**เตรียมตั้งศูนย์ดูแลเกษตรกรสูงอายุ
นายสถิตย์พงษ์ สุดชูเกียรติ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลและเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 ส.ป.ก.มีแผนจัดตั้งศูนย์ดูแลเกษตรกรผู้สูงอายุในพื้นที่พระราชทานทั้ง 5 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม นครนายก และฉะเชิงเทรา ที่ไร้ทายาทลูกหลานดูแลและเลี้ยงดู เพื่อให้เกษตรกรผู้สูงอายุได้รวมตัวกันทำกิจกรรมร่วมกันในที่ดินพระราชทาน ซึ่งปัจจุบัน ส.ป.ก.ได้ดูแลเกษตรกรในที่ดินพระราชทาน 3,306 ราย 4,053 แปลง เนื้อที่ 44,396 ไร่ 2 งาน 79 ตารางวา ซึ่ง ส.ป.ก.ได้ให้ความสำคัญอย่างมากในการดูแลเกษตรกรและการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นภายใต้สวัสดิการต่างๆ แก่ผู้สูงอายุ โดยศูนย์ดูแลเกษตรกรผู้สูงอายุในเขตที่ดินพระราชทานของ ส.ป.ก. จะมีรูปแบบกคล้ายบ้านบางแค หรือบ้านสงเคราะห์เกษตรกรผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
**ขายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2
นายวัฒนชัย สุภา ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก เปิดเผยว่า ขณะนี้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลกได้เปิดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์พิษณุโลก 2 ให้แก่สถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และเกษตรกรทั่วไป จำนวน กว่า 100 ตัน โดยจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 20 บาท นอกจากนี้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลกยังเปิดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 จำนวน 94 ตัน และข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 จำนวน 3 ตัน โดยจำหน่ายให้แก่เกษตรกรเพื่อนำไปปลูกในราคากิโลกรัมละ 23 บาท โดยจะเริ่มจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สำหรับสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และเกษตรกรทั่วไป สามารถติดต่อขอซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวดังกล่าวได้ที่ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก โดยจะได้รับส่วนลดร้อยละ 5 ของราคาจำหน่ายเมื่อซื้อในวงเงินตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก โทร.0-5531-1018 หรือ 0-5531-3030 ในเวลาราชการ
**สับปะรดราคาตกต่ำกว่า 4 บาท/กก.
นายนิคม รุ่งโรจน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ระยอง ในฐานะรองประธานกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด จ.ระยอง เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดทั้ง จ.ระยอง ได้รับความเดือดร้อนจากราคารับซื้อผลผลิตของโรงงานสับปะรดในจังหวัด ซึ่งราคาลดลงทุกวัน วันละ20 สตางค์ต่อกิโลกรัม จากราคาต้นทุนที่เกษตรกรอยู่ได้ประมาณ 5.60 บาท แต่ราคาที่โรงงานรับซื้อที่ 4 บาทกว่าเท่านั้น ทำให้เกษตรกรก็ต้องแบกรับราคาต้นทุนที่สูงขึ้นด้วย โดยเฉพาะปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่มีการควบคุมราคาจะทำให้ราคาดิ่งต่ำกว่านี้อีกอย่างแน่ จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแลควบคุม โดยให้โรงงานในพื้นที่รับซื้ออย่างเป็นธรรม และให้เป็นไปตามกลไกของตลาดด้วย



