
คันฉ่องและโคมฉาย-ธรรมะสำหรับนักบริหาร (5)กับดัก
ในสี่แบบของผู้บริหาร เราบูรณาการให้เหลือเพียงแบบเดียวแต่มีสี่ทักษะก็ได้ ถ้าใครทำได้นั่นคือผู้บริหารที่พึงประสงค์ ระมัดระวังแบบพนักงานรถไฟ กล้าผ่าตัดแบบแพทย์ ทำในสิ่งที่องค์กรของตนเองเชี่ยวชาญแบบชาวนา และกล้าท้าทายโอกาส กล้าตัดสินใจกล้าลงทุนแบบชาวประมง ผู
แต่ถ้าเป็นแต่ละแบบนั้น อันตรายมากเพราะเสี่ยงอย่างเดียวไม่ระมัดระวังก็อันตราย ระมัดระวังอย่างเดียวไม่เสี่ยงเลยก็อยู่ที่เก่า เห็นไหมการแก้ปัญหาอย่างเดียวแต่ไม่ลุกขึ้นมาสร้างสรรค์ก็ไม่ไปไหนอีก ทำเฉพาะที่ตัวเองถนัด มันก็วนอยู่ในหนังสือเท่านั้น
ผู้บริหารที่ดีต้องรู้จักบูรณาการ บูรณาการทักษะการบริหารแบบต่างๆ เข้ามาด้วยกัน อันนี้คือทฤษฎีผู้บริหารที่ผู้รู้เขาพูดต่อๆ กันมาในตะวันตก
จากประสบการณ์ของอาตมา ที่ได้ทำงานกับผู้บริหารมาเยอะแยะมากมาย ในแต่ละองค์กรตั้งแต่ระดับชาติ ลงมาจนถึงระดับวัด ระดับ อบต. ระดับเทศบาล อาตมาได้ค้นพบทักษะของผู้บริหารว่ามี ๔ แบบเหมือนกัน ลองจัดอันดับดูแล้วทุกท่านก็ลองฟังดูสิว่าเอ๊ะ เราเป็นผู้บริหารประเภทไหน
๑. ผู้อาวุโส
ผู้บริหารคือผู้อาวุโส ได้ขึ้นมาเป็นผู้บริหารเพราะว่ายืนมาก่อนใครเขา สำนวนไทยเขาเรียกว่า แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน มองไปนี้ไม่มีใครแก่เท่าเขาละ ทั้งอายุตัวทั้งอายุงาน ลูกน้องก็อัญเชิญขึ้นสู่เก้าอี้ผู้บริหาร ผลคือบริหารไม่เป็นเพราะหมดแรงเสียก่อน
ผู้ใหญ่ที่อาวุโสมากๆ นี้ ผ่านโลกมามาก เวลารุ่นน้องคนรุ่นใหม่ไปปรึกษาอะไร คุณไม่ต้องคิดมากหรอก ผมผ่านมาหมด คนรุ่นใหม่ก็จะไฟมอดไปเลย นี่คือผู้ใหญ่ดับขันธ์ตัวจริง ไม่ต้องทำอะไร เชื่อผม ผมผ่านอาบน้ำร้อนมาก่อน อันนี้ยังพอฟังนะ แต่ถ้าเป็นประเภทว่า คุณคิดว่าคุณเป็นใคร ถ้าพูดอย่างนี้กับลูกน้อง เป็นอย่างไร คนเก่งๆ จะอยู่ไหม ไม่เหลือ
ฉะนั้นผู้บริหารประเภทอาวุโสนี้ก็คือ พอขึ้นมาแล้วก็มักจะติดกับดักผู้อาวุโส คือไฟในการบริหารจัดการเหลือไม่มากนัก ไม่อยากจะท้าทายอะไร นั่งดูลูกดูหลานไป พับนกไปพับกระดาษไป เลี้ยงแมวไป ลุ้นไม่ลุ้นละไม่ท้าทาย มุ่งไปที่ความปลอดภัยขององค์กร
อยู่ไปวันๆ แล้วก็อำลาจากไปด้วยความปลอดภัยทุกอย่าง ไม่ตัดสินใจ ไม่เรียกร้อง ไม่ต้องมายื่นเงื่อนไข ไม่ต้องมายื่นใบประกาศ ฉันไม่คิดอะไรต่อจากนี้ ขอให้ฉันกลับไปเลี้ยงหลาน สบายๆ นี่เพราะว่าใกล้เกษียณเต็มทีละไม่ทำอะไรแล้ว ผลก็คือองค์กรขาดโอกาส เพราะตราบใดก็ตามที่ผู้บริหารที่มีอาวุโสสูงสุดมีอายุงานนาน แต่ไม่คิดงานใหม่เพราะว่าไม่กล้าเสี่ยง องค์กรก็ขาดโอกาสในการก้าวไปข้างหน้า ฉะนั้นผู้บริหารแบบนี้จึงเป็นผู้บริหารแบบที่ ณ เวลานี้ในโลกก็เหลือน้อยมากแล้ว
ว.วชิรเมธี



