ไลฟ์สไตล์

เล่นหูเล่นตา-รุมกินเตียง

เล่นหูเล่นตา-รุมกินเตียง

02 พ.ค. 2554

ตีสาม เวลากลางดึกที่คนบางคนอาจลุกขึ้นมาฉี่แล้วกลับไปนอนต่อ…ลุกขึ้นมาร้องไห้เพราะคิดถึงใครบางคนที่เคยนอนอยู่ข้างๆ จนต้องนอนน้ำตาไหลไปถึงเช้า…แต่ฉัน…ลุกขึ้นมาคัน!

การเกาไม่ช่วยบรรเทา ไหนใครบอกว่าเกาถูกที่คันแล้วมันจะหาย คันเองเกาเองแบบนี้ยิ่งเกายิ่งคันกว่าเก่า จะสะกิดคนข้างๆ ให้ช่วยเกาก็ใช่ที่…ก็มันไม่มีใครมาตั้งหลายปีแล้วนะเซ่! ต้องลุกขึ้นมาเปิดไฟหาสาเหตุ พบตุ่มสีแดงๆ เหมือนยุงกัด 3 เม็ดเรียงกันเป็นกระจุก กระจายไปทั่วบริเวณแขนและขา เอายาหม่องทาพรุ่งนี้เช้าคงดีขึ้น…

 คืนต่อมาตีสาม ตามเวลาเดิมก็ลุกขึ้นมาทำอาการเดิม “เกา” (คันตามเวลา) จุดแดงนั้นเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามพื้นที่ว่างที่ยังเหลือราวกับติดเครื่องหมาย “พื้นที่ให้เช่า” ที่มีผู้มาจับจองเพิ่มมากขึ้นจนจะหมดโครงการ ถ้าเป็นพื้นที่ก็คงดีแต่นี่มันเป็นผิวหนัง มีอาการบวมตุ่ยตามจุดที่เกิดขึ้น อาการ “คัน” อย่างเมามันก็เพิ่มมากขึ้นตาม

 “ไหนดูซิลูก ยุงหรือแมลงอะไรมันกัดต่อยเอา เดี๋ยวให้น้องไปซื้อปูนแดงมาทาก็หาย”

 แม่ฉันใช้วิธีเดียวกับ “ยายจัณฑี” ยายของฉันที่มักจะเอาปูนแต้มตามตุ่มคัน น้องชายฉันจึงไปซื้อปูนแดงที่ใช้ป้ายใบพลูกินกับหมากมาจากตลาดเอามาแต้มให้ลายเป็นตุ๊กแก แต่ก็ไม่ช่วย แสดงว่ามันไม่ใช่ยุง ฉันจึงย้อนกลับไปหา “สถานที่เกิดเหตุ” แบบในหนังซีเอสไอส นั่นคือ “ที่นอน” ฉันนอนค้างบ้านน้องชาย 3 วัน จึงเกิดอาการ ในห้องนั้นหน้าต่างทุกบานปิดสนิท ม่านก็ปิดทึบผีดิบตัวเมียจะได้ไม่ถูกรบกวนโดยแสงแดด ในอุณหภูมิปกติห้องนั้นจะอบอุ่นเหมาะที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหน้าตาดีที่ชอบอยู่ตามเตียงนอน อยู่กับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ อ่อนแอ รังแกง่าย ไร้ทางสู้แบบฉัน (อย่าเพิ่งอ้วก) สิ่งมีชีวิตนั้นถ้ามันไม่หลงรักผู้หญิงแก่ตอแหลเก่งจนโงหัวไม่ขึ้น (แต่ไม่ยอมแสดงตัว) มันคงต้องการผลประโยชน์จากฉันเป็นแน่ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น มันต้องการแค่ร่างกาย (ฟังดูดีมีคุณค่า) เสียดายที่มันไม่ใช่ผู้ชายหน้าตาดีที่ควรจะคิดถึงเธอทุกทีที่อยู่บนเตียง มันเป็นเพียง “ไรฝุ่น” สิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น (ขนาด 0.3 มิลลิเมตร) เป็นสัตว์ขาข้อ ที่มี 8 ขา ที่น่าจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของพวกแมงมุม หิด และเห็บ มันชอบอาศัยอยู่ในเตียงนอน หมอน ผ้าห่ม พรม เสื้อผ้า และเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเส้นใย อยู่ในตัวของสัตว์เลี้ยง นก หนู หมา แมว หรือลอยมาตามลม…ยามเมื่อลมพัดหวน (ว้า! เพ้ออีกละ) อาหารของมัน คือ เศษขี้ไคล ขี้รังแค เศษผิวหนังของคนและสัตว์ (แอบสงสัยว่าแล้วถ้าเศษมนุษย์มันจะกินไหม?) เพียง 1 กรัมก็สามารถเลี้ยงโต๊ะจีนให้ไรฝุ่น 1 ล้านตัวได้กินอิ่มไปอีก 1 สัปดาห์

 มูลและคราบของไรฝุ่นคือสารก่อภูมิแพ้ที่ลอยอยู่ในอากาศทำให้เกิดอาการหอบหืด เยื่อจมูกอักเสบ และผิวหนังอักเสบในผู้ป่วย 10 ล้านคนในประเทศไทย และทำให้สูญเสียค่ารักษาปีละไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท

 “เจ้…อั๋นเอาผ้าปู ปลอกหมอน ออกมาซักให้แล้วนะ ที่นอนก็เอาออกมาตากแดดตีฝุ่นออกแล้ว ลองนอนดูใหม่คืนนี้นะ”

 น้องชายฉันจัดการเสร็จสรรพทุกสิ่งอัน เครื่องนอนและเส้นใยผ้าทุกชนิดในห้องนอนถูกถอดมาซักล้างในอุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส และตากแดดที่ 34 องศาเซลเซียส ทำให้ไรฝุ่นฝ่อตายในที่สุด เฉพาะเตียงมีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากความร้อนของแสงแดดถึง 1.5 ล้านตัว นับเป็นการสังหารหมู่อย่างเลือดเย็นโดยไม่รู้สึกบาปใดๆ ทั้งสิ้น งานนี้บาปบุญคุณโทษไม่ได้อยู่ในโหมด (Mode) เพราะตอนคันธรรมะมาช่วยไม่ทัน! มันมารุมกินเลี้ยงบนเตียงฉันตั้ง 3 วัน ทีใครก็ทีมัน

 หันมาจัดการกับร่องรอยความเสียหายที่ไรฝุ่นทิ้งไว้ตามผิวหนังด้วยการรับประทานยาแก้แพ้ Telfast ขนาด 60 มิลลิกรัม 1 เม็ดตอนเช้า และ Zyrtec 10 มิลลิกรัม 1 เม็ดก่อนนอน (ตัวนี้ทำให้ง่วง) ส่วนตุ่มคันก็ทาครีม Dermovet วันละ 1 ครั้ง ไม่กี่วันก็หาย

 เป็นสาระจนใกล้จะจบ ก็อดคิดไม่ได้ว่าอีตัวไรฝุ่นเนี่ยมันมีพฤติกรรมคล้ายกับสิ่งมีชีวิตอีกสิ่งหนึ่งบนโลกที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จะยิ่งเห็นชัดถ้าความรักเข้าตาจนตาบอด ชอบฝังตัวอยู่ทั้งบนเตียงและบนตัวของคน ออกฤทธิ์ทำให้เกิดอาการคันเหมือนกันอีก ไรฝุ่นเอาเปรียบแค่ร่างกาย แต่อีกสิ่งนั้นเอาเปรียบทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้เสียตังค์ เสียใจ เศร้าใจ กังวลใจ และอะไรอีกสารพัด อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการทำนุบำรุงรักษาให้อยู่ร่วมกันนานๆ นั้นสูงกว่าค่ารักษาอาการแพ้ไรฝุ่นทั้งปีเสียอีก มันไม่ตายในอุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส กรุณาอย่าเอาไปซักล้างหรือตากแดดจะไม่เกิดผลดีใดๆ ถ้ากลับมาใช้ใหม่ยิ่งไม่ใช่อ่ะกิ๊บ ทางที่ดีควรจะเปลี่ยนทั้งเตียง เปลี่ยนทั้งตัว พูดง่ายๆ ก็คือ “ทิ้ง” มันไป แต่น่าเสียดายที่คนบางคนไม่รู้ตัวว่า กำลังแพ้สิ่งที่อยู่บนเตียง ปล่อยให้มันอยู่กินเตียงกินตัวต่อไปไม่สิ้นสุด คำแนะนำสุดท้ายที่ไม่ได้ทำให้อาการหายดี แต่ทำให้เกิดอาการยอมรับ ก็คือ อย่ากินยา ให้กินหญ้า!

เจนนิเฟอร์ คิ้ม