ไลฟ์สไตล์

คอลัมน์ "เปิดเล่ม-เล่าเรื่อง"วัน(ไม่)สิ้นโลก

คอลัมน์ "เปิดเล่ม-เล่าเรื่อง"วัน(ไม่)สิ้นโลก

01 พ.ค. 2554

ในช่วงเวลาสองปีมานี้มีหนังสือหลายเล่มที่ได้กล่าวถึงความหายนะที่เกิดขึ้นกับโลกของเรา โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องวันสิ้นโลกที่กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ

 และอาจจะเป็นเพราะโลกของเราได้เกิดภัยธรรมชาติขึ้นในช่วงสองสามปีนี้อย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นอุณภูมิของโลกที่ร้อนขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกเหนือละลายทุกปี พายุที่น่ากลัว รวมถึง แผ่นดินไหว ดินโคลนถล่ม ภูเขาไฟระเบิด หรืออย่างล่าสุดที่เกิดแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นจนทำให้เกิดคลื่นสึนามิเข้าถล่มอย่างน่าสะพรึงกลัว พร้อมทั้งสร้างความเสียหายอย่างมากมาย และทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดส่งผลกระทบติดตามมาอีกมากมาย

 จากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนี่เอง ก็ยิ่งตอกย้ำให้เกิดความเชื่อมากขึ้นว่าโลกของเราจะต้องแตกดับสักวันหนึ่งตามคำทำนาย และเหตุผลต่างๆ ที่นำมาอ้างอิง ทั้งในแง่ของหลักฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และความเชื่อจากหลักฐานของชนเผ่าโบราณ ซึ่งหนังสือก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ตีพิมพ์เผยแพร่อย่างหลากหลายแง่มุม รวมทั้งหนังอีกหลายๆ เรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องแนวนี้

 มีหนังสือจากต่างประเทศหลายเล่ม ที่พูดถึงวันสิ้นสุดของโลกในปี 2012 และแปลเป็นภาษาไทยให้ได้อ่านกัน ซึ่งทุกเล่มล้วนแล้วแต่มีความเชื่อไปในทิศทางเดียวกันว่าโลกของเราจะต้องพบจุดจบอย่างแน่นอน

 แต่ตอนนี้มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่เนื้อหาสาระแย้งกับความคิดเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง หนังสือเล่มนี้คือ "วัน(ไม่)สิ้นโลก"หรือ The 2012 Story  เขียนโดยจอห์น เมเยอร์ เจนกินส์ และมี ทรงพล ศุขสุเมฆเป็นผู้แปล เป็นหนังสือของสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ ซึ่งเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ได้หักล้างทฤษฎีที่ว่าโลกจะแตกสลายแบบตรงกันข้าม แม้ว่าโลกจะเผชิญกับภัยธรรมชาติมากมายก็ตาม เพราะมนุษย์สามารถที่จะปรับตัวและสามารถจะคิดสร้างสรรค์การป้องกันสิ่งที่เกิดขึ้นได้
 และที่น่าสนใจก็ คือความตื่นตระหนกของพลเมืองโลกนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพราะอิทธิพลของสื่อแขนงต่างๆ นั่นเอง ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนกับว่าโลกจะถึงกาลสิ้นสุดจริงๆ
 เออ...ฟังดูก็น่าจะเป็นจริงเหมือนกันนะ...ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่ออย่างไรนั้น...ไปหามาอ่านดูเอาเองก็แล้วกัน!

ไฟรูป ไฟลเดอร์ BK2ในถัง BKK

0พระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ฉบับการ์ตูน/โอม รัชเวทย์และทีมงาน-เขียน/สนพ.อมรินทร์คอมมิกส์/129บาสท

 หลังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับเยาวชนอย่างยิ่ง เพราะได้บอกเล่าเรื่องราวตำนานแห่งเอกราชของชาติไทยเราผ่านพระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชด้วยภาพการ์ตูนสี่สีอย่างสวยงาม โดยเนื้อหาหลักได้บอกถึงพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติมากมาย ทั้งในการปกป้องแผ่นดิน และการปกครอง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนควรรับรู้และภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

0เฟมินิสต์ ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน:การต่อสู้บนเส้นทางแห่งความเสมอภาค/สุนี ไชยรส-เขียน/กองทุนวนิดา ตะนติวิทยาพิทักษ์(มด)+คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(คสร.)-จัดพิมพ์/250บาท

 การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงและชายในบ้านเราได้ขับเคลื่อนอย่างจริงจัง และได้สร้างประโยชน์อย่างมากมายกับสังคมไทย โดยเฉพาะกับกลุ่มสตรีและเด็กที่ด้อยโอกาสในด้านต่างๆ ซึ่งแต่เดิมนั้นต้องต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมาโดยตลอด ครั้นได้มีผู้หญิงเก่งหลายคนได้ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อทวงความเทียบเทียมกันจนประสบผลสำเร็จ ความเสมอภาคจึงปรากฏชัดเจนเหมือนอย่างในทุกวันนี้...แต่กว่าจะถึงวันนี้ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลยและหนังสือเล่มนี้แหละที่จะทำให้เห็นถึงวิถีการต่อสู้อันยาวนานเฟมินิสต์คนสำคัญในบ้านเรา

0เสริมดวง 128 วิธีดวงดีทุกวัน/SUN COLOR -เขียน/อรินทรา ตั้งสถิตเกียรติ+ณฐา เกียรติบารมี-แปล/สนพ.อินสปายร์/165บาท

 ความเชื่อที่เกี่ยวกับดวงและโชคชะตาราศีนั้นมีมาอย่างยาวนนานแล้ว และเป็นความเชื่อที่ดำรงมาถึงทุกวันนี้ ซึ่งการเสริมดวงนอกจากจะเป็นการสร้างความสุขทางใจให้แก่ผู้ปฏิบัติแล้ว ยังส่งผลดีกับชีวิตในด้านอื่นๆ อีกด้วย  แต่การเสริมดวงต้องมีวิธีการ และการปฏิบัติที่ดีจึงจะได้ผล และไม่ใช่การกระทำอย่างงมงาย แต่ต้องมีเหตุผล เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย ดังนั้น...สำหรับใครที่สนใจเรื่องการเสริมดวง หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มืออีกเล่มหนึ่งที่ไม่น่าจะมองข้าม0

บนแผงนิตยสารของเจ๊จูหน้าปากซอย มีนิตยสารน่าอ่านเป้อเร้อเป้อเต๋อ0นิตยสาร Livingetc แนะนำ 10 วิธีการในการสร้างบรรยากาศสีเขียวที่สวยงาม ใครมีหลายบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านนอยบ้านหลวงก็ทำได้ (อาจส่งผลดีในแง่สมานฉันท์ด้วยนะกรั๊บ).../100บาท

0เล่มหนาปึ๊กอ่านจนค้มสำหรับนิตยสารแพรวฉบับเมษายน ทั้งปกและเนื้อหาว่าด้วยหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่น่าอ่านอย่างมาก//90บาท0เป็นสาวเป็นแส้วันๆ อย่าเอาแต่นั่งกินจนพุงกาง นิตยสาร Slimming ให้ความรู้เรื่องกินผักผลไม้นะน้อง...มีประโยชน์และทำให้หุ่นดีด้วยล่ะ/70บาท

0แต่ถ้าอยากจะตามเทรนด์แฟชั่นให้ทัน ต้องอ่านนิตยสาร Wallpaper เล่มใหม่นะจ๊ะ  เพราะเขาเปิดเวทีแฟชั่นซีซั่นนี้ให้เห็นจะๆ เลย /120บาท0เป็นสาวออฟฟิศอย่าเอาแต่กระดี๊กระด๊านะตัวเอง นี่เลยไปหา กุลสตรี เล่มใหม่มาอ่านซะนะ  เพราะมีเรื่อง 9 โรคอันตรายที่สาวออฟฟิศควรรู้ยังไงล่ะ./60บาท

0นิตยสารเล่มนี้สาวๆ ที่ขึ้นคานไม่ควรหามาอ่าน เพราะเป็นนิตยสารเพื่อสาววัยรุ่นที่สดใสนั่นคือ  Sweety ในเล่มมีแฟชั่นและเรื่องที่น่ารู้ทั้งสิ้น (แต่เรื่องเปิดอกเต้นโชว์ไม่มีนะแม่คุณ) /60บาท0ส่วนสาวๆ ยุคใหม่ต้องนิตยสาร sventeen เพราะมีแฟชั่นตั้งแต่สีลมยันรังสิตมาให้ดูเพียบ  /90บาท0แนะนำนิตยสารเพื่อครอบครัวบ้างดีกว่า... เล่มแรกนิตยสาร บันทึกคุณแม่ บอกวิธีจัดอุปกรณ์ในบ้านเพื่อความปลอยภัยของลูกน้อย/80บาท0สำหรับเล่มนี้  Mother&Baby ก็แนะแนวพ่อแม่เลี้ยงลูกไม่ให้เบี่ยงเบนทางเพศ (แต่ถ้าคนเป็นพ่อเบี่ยงเบนทางเพศอยู่แล้วก็ควรหามาอ่านด้วยนะยะ)/75บาท0เล่มนี้ก็ไม่ธรรมดา...นิตยสาร สุดสัปดาห์ เล่มใหม่ก็เผยวิธีทำสวยอย่างเร่งด่วนทุกขั้นตอน...ไม่ใช่สวยแบบลวกนะเธอ/80บาท

0นิตยสาร mars เล่มล่าก็น่าสนใจนะ เพราะเปิดเผยแฟนสุดสวยของนักฟุตบอลไทยหลายคน วันหน้าเอาแฟนเด็กแว้นมาขึ้นปกบ้างก็ได้นะ/100บาท0ยุคนี้จะนั่งงอมืองอเท้าไม่ได้..นิตยสารเพื่อคนในวงการอิเล็กทรอนิกส์ต้อง อิเล็กทรอนิกส์แฮนด์บุ๊ก เท่านั้น มีข้อมูลและรู้เรื่องจริงเหล่านี้ /85บาท0ชอบดูหนังนี่เลย...STarpics ครบเครื่องเรื่องหนังทั้งไทยและเทศนั่นเอง/60บาท0เบื่อๆเซ็งๆ อยากจะไปเที่ยวพักผ่อนแถบทะเลอันดามันไปหา อสท. เล่มใหม่มาอ่านดูก่อน มีข้อมูลควรรู้ทั้งนั้น/75บาท0ทำไมครอบครัวสินเจริญจึงสนุกเฮฮากันจัง...อยากรู้ต้องไปหานิตยสาร secret เปิดเผยวิธีการความสนุกสนานของครอบครัวสินเจริญ....สนุกกว่าเพลงที่ร้องเยอะเลยนะ/55บาท

0นิตยสาร HUG เล่มล่าสุดให้คำแนะนำการรักกันให้ยืนยาว/30บาท0ทำเป็นเล่นไปนะเรื่องกรรมเวร....ไม่เชื่อไปหานิตยสาร เรื่องผี และ กรรมทันตา มาอ่านดูสินะ/25และ30บาท0ใครจะจีบน้องแพนเค้กยกมือขึ้น... ไปหานิตยสาร เมาท์ซี่ เล่มใหม่อ่านซะ แล้วจะรู้ว่าความรู้สึกของหมาที่มองเครื่องบินนั่นเป็นยังไง/35บาท0