
'ทรูมูฟ-ฮัทช์'แชมป์โทรข้ามเครือข่ายไม่ติดสายหลุด
สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) เผยผลทดสอบคุณภาพการให้บริการโทรศัพท์มือถือคนกรุง พบค่าสถิติค่ายทรูมูฟและฮัทช์ ควงกันเป็นแชมป์โทรไม่ติด สายหลุด พร้อมส่งข้อมูลเปรียบเทียบรายพื้นที่ลงเว็บไซต์ หวังประโยชน์ผู้ใช้ตัดสินใจเลือกเครือข่าย-โปรโมชั่
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) เปิดเผยผลการทดสอบคุณภาพการให้บริการโทรศัพท์มือถือในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยร่วมกับทีมวิจัยจากโครงการ Centre of Excellence in Lightwave and Speed-communication ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระยะเวลาการทดสอบ 20 วัน กับ 3 ปัญหาที่ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่พบบ่อย ได้แก่ โทรไม่ติด สายหลุด และระยะเวลาในการรอสาย
"สบท.มองว่า ข้อมูลด้านคุณภาพและบริการมีความสำคัญ เพราะโปรโมชั่นด้านราคาผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบได้ แต่คุณภาพเป็นเรื่องยาก และเมื่อไม่มีเหตุจำเป็นจริง ผู้บริโภคก็ไม่คิดที่จะย้ายเครือข่าย ซึ่งทำให้บริการคงสิทธิหมายเลขไม่เกิดประโยชน์สูงสุดถ้าผู้บริการไม่ได้ใช้สิทธินั้น" นายประวิทย์ กล่าว
ที่ผ่านข้อมูลด้านคุณภาพในการให้บริการจะมาจากรายงานของโครงข่าย หรือเอกชน ซึ่งหลายคนมองว่าไม่ตรงกับสถานการณ์จริง โครงการวิจัยดังกล่าวจึงได้เริ่มต้นขึ้น โดยทำเครื่องมือ และการทดสอบตามหลักสถิติเข้ามาใช้ในการทดสอบ
ผศ.ทับทิม อ่างแก้ว หัวหน้าโครงการวิจัย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพิ่มเติมว่า การวิจัยดังกล่าวได้เดินหน้าทดสอบกับโทรศัพท์มือถือ 4 เครือข่าย ได้แก่ เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟ และฮัชท์ ครอบคลุมพื้นที่ถนนสายหลักทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ถึงประสิทธิภาพการใช้งานด้านเสียง ใน 2 ช่วงเวลา คือ 08.00-11.00 น. และ 16.00-21.00 น. ของทุกวัน ตามรูปแบบการใช้งานจริงของแต่ละเครือข่าย ทั้งที่โทรภายในเครือข่ายเดียวกัน และภายนอกเครือข่าย
"การทดสอบจำนวนทั้งสิ้น 31,500 ครั้ง ตามหลักสถิติ โดยมีการเก็บข้อมูลซ้ำ 3-7 ครั้งในแต่ละจุด พบว่า โดยรวมอยูในเกณฑ์มาตรฐานที่ยอมรับได้ แต่ในบางพื้นที่ บางช่วงเวลา พบปัญหาโทรไม่ติดระหว่างเครือข่าย เช่น ฮัทช์ และทรูมูฟ ที่มีอัตราโทรไม่ติดอยู่ที่ 16% ระยะเวลารอสายเฉลี่ย 6 วินาที จากเกณฑ์จำนวนครั้งที่โทรไม่ติดที่ยอมรับได้ต้องไม่เกิน 10% ในเครือข่ายเดียวกัน และ 15% ในกรณีใช้งานข้ามเครือข่าย" นักวิจัยกล่าว
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยอมรับว่า การจะทำให้คุณภาพการให้บริการถึง 100% คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องลงทุนสูงมาก แต่เชื่อว่าการตรวจสอบจะนำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพและบริการในเกณฑ์ที่ผู้บริโภคยอมรับได้มากที่สุด แต่ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจของผู้ใช้บริการในการเลือกใช้โปรโมชั่นให้สอดคล้องกับประสิทธิภาพการใช้งานในพื้นที่ รวมถึงเป็นแรงผลักดันให้ผู้ให้บริการโครงข่ายปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการอยู่สม่ำเสมอ
นอกจากนี้ สบท.ยังได้ดำเนินการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตผ่านเครื่องโทรศัพท์มือถือ โดยร่วมกับบริษัท ฟรีวิลล์ เอฟเอ็กซ์ จำกัด โดยเก็บข้อมูลการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือในระบบปฏิบัติการต่างๆ ได้แก่ ไอโอเอส แอนดรอยด์ แบล็กเบอร์รี่ วินโดว์สโมบาย และจาวา ซิมเบียน จำนวน 1,500 เครื่อง จำนวนการทดสอบ 1 หมื่นครั้ง ใน 41 จังหวัด ระยะเวลา 1 เดือน พบความเร็วอินเทอร์เน็ตผ่านเกณฑ์มาตรฐานโลกที่ 100 กิโลบิตต่อวินาที
"ความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ได้จากการสำรวจ จะเป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจสำหรับผู้บริโภคที่เหมาะสม ซึ่งในความจริงแล้ว อาจไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อดาวน์โหลด ที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามมา" ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ข้อมูลด้านรายละเอียดจากการวิจัย จะนำขึ้นบนเว็บไซต์ http://tci.or.th ซึ่งจะชี้ให้เห็นตำแหน่ง และข้อมูลเปรียบเทียบคุณภาพการให้บริการของแต่ละเครือข่ายที่เข้าใจง่ายในรูปแบบแผนที่ พร้อมทั้งเดินหน้าเก็บข้อมูลในส่วนของการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตผ่านเครื่องโทรศัพท์มือถือเพิ่มเติม โดยผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น TCI Speedtest ไว้ในโทรศัพท์มือถือเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตได้จนถึงสิ้นปีนี้
จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา



