
พี่น้องวัยใส แปลง"ไอเดีย"เป็น"ทุน"
หนุ่มสาววัยรุ่นยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก ว่างเป็นไม่ได้ชอบทำแต่เรื่องไร้สาระ!?!....ดูจะเป็นคำครหาที่เชยระเบิด และกลายเป็นปฏิปักษ์ต่อความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา ดูอย่างสองศรีพี่น้องวัยใสนามสกุล "จิรา"
ที่ไม่ใช่แค่มีความน่ารักเป็นทุน แต่มีไอเดียบรรเจิดใช้หนึ่งสมองและสองมือแปลงวันว่างเป็นงานอดิเรกที่มีค่ามีราคา ด้วยการออกแบบเครื่องประดับจากมุก แล้วส่งขึ้นเว็บไซต์เจาะกลุ่มเป้าหมายคนชอบความอินเทรนด์
ความจริงใช่จะมีเพียงสองสาวลูกพี่ลูกน้องดาราหนุ่ม "เจ" มณฑล จิรา อย่าง "พิม" ริตา ผู้พี่วัย 23 ปี สาวการตลาดสยามพารากอน และ "พิ้งค์" ทิดา วัย 19 ปี น้องนุชสุดท้อง นิสิตคณะสถาปัตย์ ภาคอินเตอร์ จุฬาฯ ที่ช่วยกันระดมสมองออกแบบเครื่องประดับจากไข่มุกเม็ดบิดเบี้ยว หรือที่เรียกว่า "บาร็อก" ก่อนหน้านี้ยังมีพี่สาวคนโต "แพร" ลิสา วัย 25 ปี ร่วมเป็นอีกแรงสำคัญ แต่ด้วยหน้าที่การงานและกำลังมุ่งเรียนปริญญาโทอย่างหนักเลยขอวางมือชั่วคราว แล้วปล่อยให้น้องๆ ลุยกันไปก่อน โดยมีคุณพ่อปรีชา และคุณแม่อมิตา จิรา ผู้คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คอยเป็นพี่เลี้ยงและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด นั่นเองจึงเป็นที่มาของต้นตอทางความคิดและแรงบันดาลใจในธุรกิจเล็กๆ นี้
"คุณพ่อคุณแม่ไปติดต่อธุรกิจที่ฮ่องกงบ่อยๆ คุณแม่เห็นไข่มุกบาร็อกสวยดีจึงซื้อกลับมา ใส่ออกงานบ้างแล้วก็ฝากพวกเรา พอพวกเราเห็นก็เลยชอบเพราะว่าแปลกดี มันเบี้ยวๆ วาวๆ ไม่เหมือนมุกกลมๆ แรกๆ ก็ใส่กันเอง พอเพื่อนๆ เห็นก็สนใจ ถามกันใหญ่ ซื้อมาจากไหน ขอซื้อได้ไหม เลยมาช่วยกันคิดว่าถ้าออกแบบดีๆ ก็น่าจะขายได้นะ" สาวพิม เล่าอย่างอารมณ์ดี ขณะขนบาร็อกเม็ดสวยออกมาโชว์
ไข่มุกลักษณะนี้กำลังได้รับความนิยมจากสาวๆ เพราะเสน่ห์อยู่ที่แต่ละเม็ดไม่ซ้ำแบบ บางเม็ดสามารถจินตนาการเป็นรูปต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะเหมือนหมีแพนด้า ช้าง มิกกี้เมาส์ หัวใจ เรียกว่ามีเม็ดเดียวชิ้นเดียว ซึ่งที่ฮ่องกงถือเป็นตลาดซื้อขายใหญ่ และถ้าอยากได้เม็ดคุณภาพตามต้องการ ต้องขึ้นเครื่องไปเลือกด้วยตัวเอง
สาวพิมบอกว่า พอได้ไข่มุกเม็ดงามมาแล้ว ต้องมาแยกลักษณะเป็นกลุ่มๆ เพื่อจะได้รู้ว่าเม็ดไหนแบบไหนควรทำเป็นเครื่องประดับสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน และต่างหู จากนั้นจะออกแบบโดยยึดความชอบส่วนตัวเป็นหลัก ลงมือร่างแบบลงบนกระดาษด้วยดินสอ แล้วโหวตว่าจะเลือกแบบไหน ส่วนขั้นตอนการผลิตใส่ตัวเรือนคุณแม่จะจัดการให้ เพราะมีเพื่อนเปิดร้านขายจิวเวลรี่อยู่แล้ว
และไม่ได้ทำกันเล่นๆ หัวๆ คิดชื่อพะยี่ห้ออย่างกับแบรนด์ดังว่า "SATADA (สาตาดา)" มาจากพยางค์สุดท้ายของชื่อจริงสาวๆ แต่ละคนนั่นเอง ขณะที่ชื่อคอลเลกชั่นแรกก็ไม่ไก่กา เรียกเท่ๆ ว่า "มาโก้" เป็นชื่อมุกในภาษาสเปน ซึ่งทุกชิ้นตัวเรือนทำจากเงินแท้สีไวท์โกลด์ พิ้งค์โกลด์ และสโม้ค ราคาเริ่มตั้งแต่หลักพันไล่ไปจนถึงหลักหมื่นบาท ว่าแล้วสองสาวก็ลองสวมใส่คอลเลกชั่นส่วนตัวนี้ให้ได้ยลเป็นขวัญตาพร้อมโพสท่าน่ารัก
"เหมือนจะง่ายๆ สนุกๆ แต่พอเอาเข้าจริงไม่ง่ายเลยค่ะ ยิ่งตอนนี้เราทำเว็บไซต์ขายด้วยก็เจออุปสรรคมากมาย ไหนจะเรื่องหาคนมาทำเว็บ เรื่องการหาวัสดุ และสินค้าที่เสร็จแล้วมาลงประกาศ บางชิ้นคิดแบบและทำออกมาแล้วไม่เหมือนแบบที่ร่างไว้เป๊ะก็ต้องแก้ใหม่ ทำมาปีกว่าๆ แล้วก็ยังไม่สมบูรณ์แบบต้องปรับ ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่อยๆ ตลาดก็ยังไม่กว้าง ยังดีที่เป็นของใหม่ในตลาดใครเห็นก็สนใจ คิดว่าต้องทำการบ้านอีกเยอะค่ะ" น้องสาวคนสุดท้อง เปรย
ดูเหมือนจะเป็นงานอดิเรกที่จริงจังไม่แพ้งานหลัก แต่สองสาวบอกยังไงก็ต้องเดินหน้าต่อ ในส่วนของพิมเธอใช้วันว่างช่วงหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือแล้วแต่มีเวลาว่างมาลงมือปั้นธุรกิจเล็กๆ นี้ ขณะที่พิ้งค์มีเวลามากกว่า ทำได้ทั้งวันระหว่างรอมหาวิทยาลัยเปิดเทอม แต่ต่อให้มีอุปสรรคแค่ไหนที่ทุกคนมีเหมือนกันคือจะปูทางจากงานอดิเรกนี้ไปสู่ธุรกิจจริงจังควบคู่กับงานหลักที่ร่ำเรียนมา โดยมีคุณพ่อคุณแม่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอย่างที่บอก
"คุณพ่อค่อนข้างระเบียบและเข้มงวด มีประสบการณ์เรื่องการทำธุรกิจก็มักจะสอนเรื่องต้นทุน เวลาจ่ายอะไรไปต้องจดไว้ ทำให้เรารอบคอบมากขึ้น คุณแม่จะให้ไอเดียสร้างสรรค์และการใช้ชีวิตอย่างลูกผู้หญิง พิมว่างานอดิเรกบางอย่างนอกจากจะช่วยผ่อนคลายแล้วยังสร้างรายได้เสริมให้เราด้วย แต่ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองชอบมากที่สุด เพราะจะทำได้ดี พอสนุกก็จะประสบความสำเร็จ แต่จะเร็วหรือช้าต้องอาศัยการลองผิดลองถูกด้วย ที่สำคัญต้องเรียนรู้จากข้อผิดพลาด และปรึกษาผู้ใหญ่เยอะๆ ค่ะ" สาวพิม ตัวแทนพี่และน้องสาว ฝากทิ้งท้าย
วันว่างที่ไม่ว่างเปล่า แถมมีเงินเข้ากระเป๋าก้อนโตอย่างสาวๆ ครอบครัวนี้ น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนนึกปิ๊งอยากแปลงไอเดียเป็นทุนกันบ้างจ้า...
เรื่อง/ ชาญยุทธ ปะวะขัง
ภาพ/ ประเสริฐ เทพศรี



