ไลฟ์สไตล์

โค้งอันตราย

โค้งอันตราย

01 พ.ค. 2554

"โค้งอันตราย" ผมหมายถึงเรื่องของพลังและเชื้อเพลิงที่จะใช้กับรถยนต์ ก็สืบเนื่องมาจากปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น ทำให้ผู้คนในหลายประเทศออกมาต่อต้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ไม่เว้นแม้แต่เยอรมันที่ถือว่าเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีในด้านนี้

 การต่อต้านที่จะไม่ให้มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย และเรื่องนี้เริ่มเป็นประเด็น (ให้ปวดหัว) กับหลายๆ ประเทศที่ยังต้องใช้ไฟฟ้า หลายคนเริ่มตั้งคำถามกันแล้วว่า เมื่อไม่ใช้พลังงานจากนิวเคลียร์กันแล้วก็ต้องใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลคือน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ และถ้าเป็นดังนั้นแล้วค่าใช้จ่ายในเรื่องของการทำให้มีไฟฟ้าใช้จากน้ำมัน ก๊าซนั้นต้นทุนจะเป็นเท่าไร ผู้ใช้จะมีความสามารถรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้สักเท่าไร

  ในขณะที่ความหวาดวิตกเรื่องราคาน้ำมันที่จะมาใช้กับเครื่องปั่นไฟยังสุมอยู่เต็มหัว กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางเริ่มรวมหัวกันที่จะเพิ่มราคาน้ำมันขึ้นไปอีกแล้วเขาก็พูดว่าราคาน้ำมันในปัจจุบันยังต่ำอยู่  และแน่นอนว่าเมื่อราคาน้ำมันหรือก๊าซที่จะใช้มาปั่นไฟสูงขึ้นราคาน้ำมันหรือก๊าซที่จะใช้เติมรถยนต์ให้วิ่งได้ก็ไม่มีใครทำนายว่าสุดท้ายแล้วจะไปหยุดอยู่ที่ลิตรละเท่าไร

 การพัฒนารถยนต์ที่จะทำให้การใช้น้ำมันหรือก๊าซเป็นเชื้อเพลิงว่าไปแล้วก็มีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง แต่การสรรหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงน้อยลงดูเหมือนว่าจะช้าไปกว่าการขึ้นราคาของน้ำมันอยู่หลายก้าว เราอยากเห็นรถที่ไม่ต้องใช้น้ำมันเช่นฟิวเซล รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ทั้งสองแบบไม่ใช้น้ำมัน แต่ไม่ว่าวิศวกรฝ่ายคิดค้นฝ่ายพัฒนาจากผู้ผลิตรถยนต์จะรีบเร่งกันสักแค่ไหน อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าสิบปี รถยนต์พลังไฮโดรเจน รถพลังงานไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบจึงจะเกิดขึ้น

 คำถามมีว่าจากวันนี้จนกว่าจะถึงสิบปีข้างหน้าเราจะใช้รถอะไรกันดี เป็นคำถามที่มีประเด็นให้แตกแยกย่อยออกไปได้หลายคุ้งหลายแคว แต่ผมคิดว่าเราควรจะทิ้งคำถามนั้นไว้ก่อน (อีกสักสิบปีค่อยถามกันใหม่) วันนี้เราควรจะมาตั้งคำถามกันว่า เราจะใช้รถกันอย่างไรถึงจะมีเงินในกระเป๋ามากพอที่จะเติมน้ำมันให้วิ่งได้ ก่อนที่จะตอบคำถามว่าจะใช้รถอย่างไร (ที่เวลานี้ผมก็ยังหาคำตอบไม่ได้) เราน่าจะเริ่มกันที่คำถามว่าเรารู้จักรถของเรามากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่รู้เพียงแค่คำอวดอ้างจากแผ่นพับหรือใบปลิวโฆษณา แต่ควรจะรู้ว่ารถเราใช้น้ำมันหรือใช้เชื้อเพลิงอะไรได้บ้าง ไม่ใช่รู้เพียงแค่ใช้ได้กับราคาน้ำมันถูกๆ ที่อาจจะสิ้นเปลืองเมื่อใช้งานตัวอย่างเช่น

 วันนี้เรามีเทคโนโลยีแบบฉีดตรงในเครื่องยนต์เบนซินที่ให้อัตราการสิ้นเปลืองน้อยลงกว่าเครื่องยนต์แบบเดิมๆ แต่มีข้อจำกัดอยู่ว่าเครื่องยนต์แบบฉีดตรงต้องใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงๆ ซึ่งราคาน้ำมัน (ลิตรต่อลิตร) จะแพงกว่าราคาน้ำมันที่มีค่าออกเทนปกติ เมื่อเรารู้อย่างนั้นเราก็ต้องรู้ว่าน้ำมันค่าออกเทนสูงจะทำให้รถวิ่งได้ไกลกว่าน้ำมันค่าออกเทนที่ต่ำกว่า (ราคาก็ถูกกว่า) เมื่อรู้แล้วเราก็ต้องชั่งใจละว่า จะใช้น้ำมันแบบไหนเติมน้อย (ลิตร) กว่าแต่วิ่งได้นานกว่า (กิโลเมตรต่อลิตร)

 ครับรถทุกวันนี้แข่งขันกันทำมาเพื่อล่อให้เราซื้อ อย่างเพิ่งรีบตัดสินใจ ศึกษาให้ลึกซึ้งรอบคอบแล้วจึงตัดสินใจที่จะซื้อ เพื่อรอวันเวลาที่รถฟิวเซลรถไฟฟ้าจะเกิดขึ้นอย่างจริงจัง ไม่รู้จะตามหาความรู้ได้ที่ไหน ลองตามไปอ่านที่กรุงเทพธุรกิจทุกวันจันทร์ คม ชัด ลึก ทุกวันอาทิตย์ www.nationradio.co.th  FM 90.5 ทุกบ่ายโมงตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ FM 102 เวลาเพล (11.00 น.) ของทุกวันอาทิตย์ ช่องทางทั้งหมดเชื่อว่ามีคำคำตอบให้แก่ทุกคำถาม