
"มีและไม่มี"ในบริโอ้เก๋งเล็กไลฟ์สไตล์คนเมือง
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จัดกิจกรรมทดสอบรถ รุ่นบริโอ้ เป็นครั้งแรก เป็นการทดสอบรถท่ามกลางสิ่งที่ไม่คาดฝันว่าจะเกิดขึ้นนั่นคือ ฮอนด้า ต้องประกาศหยุดรับจองบริโอ้ ชั่วคราวเนื่องจากภัยพิบัติสึนามิ
ทำให้โรงงานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิก ซัพพลายเออร์แห่งเดียวที่รถทั่วโลกใช้รวมถึง ฮอนด้า ได้รับความเสียหาย การประกอบบริโอ้ จำต้องสะดุด อย่างไรช่วยไม่ได้ ประธานของฮอนด้า ก็ได้แต่หวังว่า ปัญหาจะคลี่คลายได้ในเร็ววัน
รถบริโอ้ เป็นรถสำหรับกลุ่มที่เริ่มซื้อรถเป็นคันแรก ดังนั้นหลายอย่างออกแบบมาเพื่อคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ทำให้บริโอ้มีแง่มุมที่ต้องกล่าวถึงมากมาย อย่างเช่น สิ่งที่สร้างความฮือฮามากสุดน่าจะเป็นเรื่องของ การมีรุ่นให้เลือกเพียง 3 รุ่นย่อย โดยเฉพาะ รถเกียร์อัตโนมัติ ยอดนิยมของคนเมืองนั้น มีรุ่นย่อยรุ่นเดียว
ในขณะด้านวิศวกรรมฮอนด้า ให้น้ำหนักการออกแบบการลดน้ำหนัก อันจะมีส่วนทำให้เกิดการประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น
หากติดตามที่ไปที่มาของบริโอ้ จะพบว่ารถรุ่นนี้มาจากนโยบายส่งเสริมของรัฐบาลที่จะทำรถประหยัดพลังงานมาตรฐานโลก ซึ่งมีค่ายนิสสัน มาร์ช เปิดตัวนำร่องไปแล้ว และฮอนด้า เป็นค่ายที่สอง โดยเปิดตัวที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อ 17 มีนาคม 2554
บริโอ้พัฒนารถภายใต้แนวคิด The Perfect Happiness หรือ "ความสุขที่ลงตัว" ข้อจำกัดเรื่องการใช้พลังงานและการปล่อยไอเสียทำให้เครื่องยนต์ต้องมีขนาดเล็ก โดยบริโอ้ใช้เครื่องเบนซิน i-VTEC 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร 90 แรงม้า ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง E20 ปล่อยไอเสีย ตามเกณฑ์มาตรฐานยูโร-4 ตัวถัง ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากการทดสอบการชน ทั้งด้านหน้าและด้านข้าง ตามที่ระบุโดยสหประชาชาติเศรษฐกิจและคณะกรรมการยุโรป (UNECE 94 และ 95 )
การทดสอบฮอนด้า บริโอ้ ใช้พื้นที่ จ.เชียงราย ที่มีทั้งภูเขาทางราบและในเมือง มีรถสองกลุ่มให้เลือกขับ คือ กลุ่มรถเกียร์อัตโนมัติ (รถส่วนใหญ่ที่ใช้ทดสอบ) วิ่งในเส้นทางตัวเมือง-ดอยตุง สภาพถนนเป็นทางขึ้นภูเขา มีโค้งมากมาย รวมถึงมีไฮเวย์ ความเร็วสูง ส่วนรถเกียร์ธรรมดากำหนดเส้นทางทดสอบในเมือง การจราจรติดขัด
ก่อนจะดูเรื่องสมรรนะ ลองดูการออกแบบรถคันนี้หน่อย รูปร่างหน้าตาดีถือว่าดี ด้านหน้าลงตัว ทันสมัย ด้านข้างสวยงามสมดุล ถือเป็นเรื่องยากในการทำให้รถเล็กให้สมดุล ส่วนด้านหลังดูแปลกไป ฮอนด้า ตัดหลังรถตรงๆ และใช้กันชนหลังใหญ่รับไว้ สำหรับการมองด้านหลัง ที่กันชนเวลารถวิ่งดูแล้วเหมือนไปกระแทกอะไรมา ทำให้รู้สึกว่ายังไม่ลงตัว
การออกแบบภายในถือว่า ฮอนด้า ออกแบบห้องโดยสารได้ไม่อึดอัด ฮอนด้าสามารถรักษาการออกแบบที่โดดเด่นไว้ได้ดี รถมีพื้นที่ศีรษะ พื้นที่วางขา กว้างไม่คับแคบ เบาะนั่งทำด้วยผ้าทั้งหมด เก้าอี้ยกสูง ความแข็งอ่อนกำลังดี แต่เสียดายไม่สามารถปรับระดับได้
สำหรับพื้นที่เก็บของด้านหลัง มีขนาดไม่ใหญ่ ฮอนด้าออกแบบให้ขอบรถหลังยกสูงขึ้น รับกับประตูที่ 5 ที่ทำด้วยกระจกทั้งแผ่น เวลายกของ ใส่ท้ายรถ ต้องยกสูงจากพื้นมาก แต่ก็ได้ประโยชน์ตรงที่ของไม่กระเด็นตกรถลงมา แต่สำหรับผมชอบและถนัดที่ประตูหลังเป็นแบบถึงพื้น มากกว่า
ในเรื่องของการออกแบบฟังก์ชั่นหลายรายการ ทำให้มีคำถาม แต่ก็มีเหตุผลจากวิศวกร ซึ่งผมนำมาล้อมกรอบไว้ให้ว่าอะไรบ้างที่เป็นข้อสงสัย และวิศวกรให้เหตุผลว่าอย่างไร
สมรรถนะของรถ เกียร์อัตโนมัติ ราคา 508,500 บาท ทันทีที่นั่งในห้องโดยสารอย่างแรกที่โดดเด่นคือ ความกว้างขวางของพื้นที่ ไม่รู้สึกว่านั่งอยู่ในรถเล็ก มุมมองต่างๆ ทั้งด้านหน้า ด้านข้างด้านหลัง ทำได้ดี แต่เมื่อเริ่มออกรถช้าๆ ดูเหมือนพวงมาลัยจะเบามือจนรู้สึกว่า "ล้อ" ไม่ถ่ายทอดความเป็นจริงของถนนเลย พวงมาลัยไฟฟ้า ถูกปรับแต่งจนเบามาก แม้ว่าจะบังคับรถง่าย ซึ่งแน่นอนถูกใจคนขับที่เป็นผู้หญิง ซึ่งมักบ่นว่าพวงมาลัยหนัก แต่รถอาจจะมีปัญหาในขณะที่โยกทิศทางเปลี่ยนเลน
ในขณะที่ขับแบบค่อยเป็นค่อยไป ผมลองโยกซ้ายทีขวาที การตอบสนองของรถกลับเป็นไปแบบหน้าไวเพราะตัวถังมีอาการยวบเยอะมาก เลี้ยวฉุกเฉินเราต้องหมุนพวงมาลัยมากแน่ๆ ที่ความเร็วปานกลาง ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บริโอ้ ทางตรงถือว่านั่งได้ระดับหนึ่ง การขับแบบไม่กดคันเร่ง เราจะรู้สึกถึงการต่อเนื่องของเครื่องและเกียร์ แต่ในการเร่งแซงแบบฉุกเฉินที่ความเร็ว 100 -120 กม/ชม.อาจจะต้องใช้จังหวะและใช้เวลาพอสมควร เกียร์ ซีวีที ทำให้เราได้ยินเสียงรอบของเครื่องจัดขึ้น หากดันคันเร่งไปสุด รอบจะไปอยู่ที่ราว 6 พันรอบต่อนาทีและความเร็วไม่เกิน 143-145 กม/ชม.เป็นความเร็วสูงสุดที่ทำได้ ในขณะที่จริงๆ โรงงานล็อกความเร็วไว้ที่ 140 กม/ชม. สำหรับรถระดับนี้วิศวกรบอกว่าเร็วแล้ว แต่ผมว่ายังน้อยไป
ทางภูเขาขึ้นดอยตุง บริโอ้ ทำได้ดี อัตราเร่ง ตามสั่งไม่มีรอรอบ รถไม่ แสดงอาการหมดแรงใดๆ อย่างไรก็ตาม พวงมาลัยยังมีน้ำหนักไม่มากพอ และต้องหมุนองศามากเหมือนเดิม โดยรวมแล้ว เกียร์อัตโนมัติผมคิดว่า หากเอาสไตล์รถในเมืองก็ถือว่าผ่าน คือ ช่วงล่างนุ่ม น้ำหนักการหมุนพวงมาลัยน้อย แต่ขาดความเร็วปลาย
ในส่วนของเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ดูเหมือนโลกของความรู้สึกจะเปลี่ยนไป ช่วงล่างยังนุ่มอยู่ แต่ บริโอ้ กลายเป็นรถกึ่งสปอร์ต เครื่องยนต์ไม่ถูกจำกัดแล้ว กำลังส่งไปที่ล้อ ส่งเสียงเอี๊ยดได้ทุกเกียร์ คลัทช์ น้ำหนักนุ่มมาก เกียร์ธรรมดาถูกใจกว่า วิ่งกว่า และน่าสนใจกว่า
มาดูเรื่องของ นวัตกรรมใหม่ๆ ดูเหมือนฮอนด้าไม่เสนอนวัตกรรมใหม่ๆ มาให้ เรายังคงเห็นรูปแบบการบิดกุญแจสตาร์ทแบบเดิม ในขณะที่คู่แข่งใช้ปุ่มสตาร์ทแบบรถหรู บริโอ้ต้องใช้รีโมทเปิด-ปิดประตู แต่คู่แข่งเสนอระบบคีย์เลสให้เลือก คู่แข่งเสนอฟังก์ชั่นระบบเครื่องยนต์ที่สามารถติดและดับเองแบบอัตโนมัติให้ ฮอนด้าบริโอ้ ไม่มี
ฮอนด้า ไปจะเน้นเรื่องของกำลังเครื่องยนต์ ห้องโดยสาร และลดฟังก์ชั่นแสดงความหรูหราเกินความจำเป็นของคนซื้อรถคันแรกออกไป คงไว้แต่ความปลอดภัย เช่น ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ถุงลมคู่หน้า เพิ่มเติมเรื่องไฟสัญญาณประหยัดเชื้อเพลิง ECO
ราคาของฮอนด้า บริโอ้ เกียร์อัตโนมัติ น่าจะเป็นรถที่ขายมากสุด ยังถือว่า สูง โดยรวม ฮอนด้า บริโอ้ น่าจะตอบโจทย์ทั้งหมดของรถเก๋งของคนเมืองยุคใหม่ได้ แต่อาจจะไม่สมบูรณ์ทั้งหมดหากคิดว่าจะซื้อคันเดียวแล้วได้ครบทุกอย่าง
10 ข้อข้องใจในวิศวกรรมบริโอ้
1.ทำไมมีเกียร์อัตโนมัติเพียงรุ่นเดียวให้เลือก
ฮอนด้าต้องการจูงใจให้คนต่างจังหวัดมาใช้รถเก๋งมากขึ้นเนื่องจากฮอนด้าไม่มีรถกระบะ
2.ทำไมเกียร์อัตโนมัติความเร็วสูงสุดจึงทำได้เพียง 140 กม./ชม.
เป็นการล็อกความเร็วของฮอนด้าไว้เพื่อให้เกิดการประหยัด ตามจุดประสงค์ของการพัฒนารถ
3.ทำไมไม่มีใบปัดน้ำฝนด้านหลัง
เพื่อการลดน้ำหนัก และกระจกหลัง ออกแบบให้มีประสิทธิภาพเหมือนกระจกของรถซีดาน
4.ทำไมแผงข้างประตูจึงทำให้มองเห็นเหล็กแทนที่จะใช้พลาสติกหุ้มไว้
เพื่อการลดน้ำหนักชิ้นส่วน
5.ทำไมเลือกใช้กระจกบานหลังแบบชิ้นเดียว
กระจกทำให้เปิดได้ง่ายไม่หนักมาก เป็นการลดน้ำหนักตัวรถและเป็นสไตล์ของการออกแบบ
6.ทำไมมีที่ค้ำฝาปิดประตูหลังเพียงชิ้นเดียว
เพื่อการลดน้ำหนัก แต่ประสิทธิภาพเทียบได้เหมือนกับการใช้โช้คสองข้าง
7.กระจกประตูหลังไม่มีกรอบแข็งแกร่งเพียงใด
วิศวกรยืนยันว่าได้ทดสอบความทนทานแล้ว ได้ผลการทดสอบในระดับเดียวกันกับที่มีกรอบ
8.เกียร์ซีวีที ของบริโอ้ทนทานเพียงใด
ระบบใหม่ใส่ทอร์คคอนเวิร์สเตอร์ ปรับแต่งให้ดีกว่าเดิม อายุการใช้งานตามสเปก ไม่น้อยกว่า 10ปี หรือ 2.4 แสนกิโลเมตร
9.น้ำมันเกียร์เปลี่ยนทุกกี่กิโลเมตร
ทุก 4 หมื่นกิโลเมตร
10.ทำไมไม่มีระบบไล่ฝ้าที่ประตูหลัง
เมืองไทยเป็นเมืองร้อน มีโอกาสได้ใช้น้อยกว่าเมืองหนาว



