
ผลสำรวจคุณภาพบริการโทรมือถือพบข้ามโครงข่ายไทยห่วยกว่ามาเลย์
สบท.เปิดผลสำรวจการให้บริการค่ายมือถือในพื้นที่ กทม. พบการโทรระหว่างฮัทช์-ทรูมูฟมีอัตราการโทรไม่ติดมากสุด 17% ส่วนค่าเฉลี่ยยังแย่กว่ามาเลย์
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวว่า ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (ทริดี้) และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดผลสำรวจคุณภาพการให้บริการมือถือด้านเสียง (วอยซ์) และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านมือถือของเอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟ และฮัทช์ เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2553-เมษายน 2554 รวม 20 วัน ทดสอบทุกค่ายรวม 31,500 ครั้ง 2 ช่วงเวลา ได้แก่ 08.00-11.00 น. และ 16.00-21.00 น.
ทั้งนี้ ผลสำรวจคุณภาพบริการมือถือด้านเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ จะต้องมีอัตราเฉลี่ยจำนวนครั้งที่โทรไปยังปลายสายไม่ติด ตามมาตรฐานการโทรในเครือข่ายเดียวกันห้ามเกิน 10% ส่วนโทรข้ามเครือข่ายห้ามเกิน 15% ซึ่งจากการทดสอบการโทรออกจากฮัทช์ไปหาค่ายทรูมูฟ และโทรจากทรูมูฟไปฮัทช์ มีอัตราการโทรไม่ติดค่อนข้างมาก 16-17% แต่ยังอยู่ในมาตรฐานที่กำหนด ขณะที่อัตรามาตรฐานโทรข้ามโครงข่ายไม่ติดของมาเลเซียอยู่ที่ 10% แต่ของไทยอยู่ที่ 15% ซึ่งยังหย่อนกว่ามาเลเซีย
ส่วนอัตราส่วนจำนวนครั้งที่สายหลุด ตามมาตรฐานห้ามเกิน 2% ทุกค่ายผู้ให้บริการอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แม้ทรูมูฟจะมีค่าสูญเสียการติดต่อปลายทางได้สูงกว่าค่ายผู้ให้บริการอื่น แต่ยังอยู่ในมาตรฐาน รวมถึงระยะเวลารอสายจนปลายทางตอบรับเฉลี่ยอยู่ที่ 6 วินาที
ขณะที่การทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตผ่านเครื่องโทรศัพท์มือถือ ความเร็วที่ทดสอบได้เฉลี่ยเบื้องต้นในระบบของเอไอเอส 2จี ดาวน์โหลด 111.54 กิโลบิต/63.95 กิโลบิตต่อวินาที หากเป็นเอไอเอส 3จีความเร็ว 577.26 กิโลบิต/183.94 กิโลบิตต่อวินาที ดีแทค 2จี 121.25 กิโลบิต/60.69 กิโลบิตต่อวินาที ทรู 2จี ความเร็ว 106.83 กิโลบิต/59..57 กิโลบิตต่อวินาที ทรู 3จี ความเร็ว 1,162.22 กิโลบิต/269.98 กิโลบิตต่อวินาที และทีโอที 3จี 1,026.65 กิโลบิต/522.83 กิโลบิตต่อวินาที



