ไลฟ์สไตล์

ป้องกันภูมิแพ้ระยะยาวต้องสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่เด็ก

ป้องกันภูมิแพ้ระยะยาวต้องสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่เด็ก

29 เม.ย. 2554

สร้างเกราะป้องกันภูมิแพ้จากคุณแม่เพื่อลูกน้อย เพื่อแนะแนวทางการป้องกันโรคภูมิแพ้ในเด็กตั้งแต่ช่วงทารกซึ่งจะมีประสิทธิผลในระยะยาว

 ทั้งนี้ ผลการวิจัยในระยะยาวในทารก สาเหตุของโรคภูมิแพ้ดร.พญ. ศิรินุช   ชมโท อาจารย์ประจำหน่วยโภชนาการเด็กภาคกุมารเวชศาสตร์   คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เกิดจากปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ พันธุกรรม และการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม การประเมินความเสี่ยงจากประวัติภูมิแพ้ในครอบครัวจะมีส่วนช่วยระบุว่าทารกมีโอกาสเป็นภูมิแพ้สูงหรือไม่ ซึ่งช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับมือด้วยการป้องกันภูมิแพ้ของทารกได้แต่เนิ่นๆ จากการศึกษาพบว่า  แม้แต่ทารกที่พ่อและแม่ไม่เป็นโรคภูมิแพ้เลยลูกก็มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ได้ประมาณ 15%  หากพ่อหรือแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคภูมิแพ้ลูกที่เกิดมาจะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้มากถึง 20 - 40%   แต่หากทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้โอกาสที่ลูกจะเป็นภูมิแพ้จะมีมากถึง 50 - 80%

การป้องการเกิดโรคภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นในเด็กมร. แอนดรู   สกอรี่  ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจโภชนาการทารก ประจำประเทศไทยและภาคพื้นอินโดไชน่า บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า อุบัติการณ์ภูมิแพ้ในเด็กเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย  เป็นอุปสรรคสำคัญต่อพัฒนาการและการเติบโตของเด็ก การป้องกันโรคภูมิแพ้ควรทำตั้งแต่ช่วงวัยทารก เนื่องจากในช่วงขวบปีแรก โภชนาการที่ดีจะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นและส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ รวมถึงโอกาสในการลด    ความเสี่ยงของการเกิดภูมิแพ้

  มร.แอนดรู กล่าว ว่าน้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก ทั้งยังมีจุลินทรีย์สุขภาพที่มีประโยชน์ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทารก ซึ่งการได้รับนมแม่อย่างเดียวในช่วง6 เดือนแรกจะช่วยลดการสัมผัสกับโปรตีนแปลกปลอมจากนมวัว และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย รวมทั้งทารกจะได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน

ด้านนายแพทย์ราล์ฟ  กุนเทอร์ ไฮน์    ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสแผนกโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา โรงพยาบาลเด็กเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ความชุกของโรคภูมิแพ้ในเด็กมีอัตราเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยแนวโน้มดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบในกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเช่นกัน  แม้จะพบแนวโน้มที่รุนแรงกว่าในกลุ่มประเทศตะวันตกก็ตามโดยการแพ้อาหารและผื่นแพ้ผิวหนังเป็นอาการภูมิแพ้ที่พบมากที่สุดในทารกและเด็กเล็ก

ทั้งนี้อัตราความชุกของการแพ้อาหารในเด็กไทยซึ่งสำรวจโดยแบบสอบถามในปี 2548 สูงถึง6.25% ญี่ปุ่น 5.5% และจีน 4.98 % ส่วนการทดลองโดย   การให้ลูกกินอาหารที่เคยแพ้ใหม่อีกครั้ง (Food Challenge) และการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Skin Prick Testing) จะพบอัตราความชุก 0.45%โดยจากการสำรวจเด็กไทยอายุระหว่าง 6 เดือน-3 ปีพบว่าอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้บ่อยในเด็กเล็กคือนมวัวและไข่ ส่วนในเด็กโตคืออาหารทะเล (โดยเฉพาะกุ้ง) และพบอัตราความชุกเพิ่มขึ้นในประเทศไทยในช่วง5 ปีผ่านมา

การเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่นอกจากจะช่วยป้องกันโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารหรือระบบหายใจ และยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้เกิด Oral Tolerance (ความทนต่ออาหาร)อีกด้วย หากมารดาไม่สามารถให้นมแม่ได้ก็ควรเลือกนมสูตรพิเศษ H.A. ที่มีโปรตีนเวย์100% ซึ่งผ่านการย่อยบางส่วน จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภูมิแพ้ นายแพทย์ไฮน์ กล่าว

นายแพทย์ไฮน์บอกว่าองค์การอนามัยโลก (พ.ศ. 2546) แนะนำให้เลี้ยงทารกด้วยน้ำนมมารดาอย่างน้อย 6 เดือน แล้วจึงเริ่มให้อาหารเสริมหลังจากทารกมีอายุ 6 เดือนขึ้นไป และจากผลการวิจัยทางการแพทย์พบว่า ในกรณีที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมมารดาได้ การให้นมสูตรพิเศษ H.A. จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้แก่ทารกกลุ่มที่มีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัวได้ในระยะยาว แต่ไม่แนะนำให้ใช้นมผงสูตรถั่วเหลืองหรือสูตรกรดอะมิโนสำหรับการป้องกันโรคภูมิแพ้ได้


0 ศศิวรรณ อาษา 0