ไลฟ์สไตล์

โฮมสคูลปัญหาอื้อวอน ศธ.ยืดหยุ่นขึ้นเพิ่มวงเงินอุดหนุน

โฮมสคูลปัญหาอื้อวอน ศธ.ยืดหยุ่นขึ้นเพิ่มวงเงินอุดหนุน

27 เม.ย. 2554

นายชาตรี เนาวธีรนนท์ นายกสมาคมบ้านเรียนไทย กล่าวในการสัมมนา “ก้าวแรกและก้าวใหม่ ก้าวอย่างไร สู่บ้านเรียน” ว่า แม้ประเทศไทยจะปฏิรูปการศึกษามากว่า 10 ปี แต่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คุณภาพทั้งด้านวิชาการ

 ด้านศักยภาพ ไอคิว อีคิว ของเด็กไทยยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีการศึกษาทางเลือกเกิดขึ้นมากมาย เช่น การจัดการศึกษาโดยครอบครัว หรือ โฮมสคูล ซึ่งปัจจุบันมีครอบครัวที่ขอจดทะเบียนจัดการศึกษาแบบโฮมสคูลต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎกระทรวงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ.2547 จำนวน 101 ครอบครัว มีนักเรียน  203 คน และยังมีอีกหลายครอบครัวที่ยังไม่ได้ยื่นขอจดทะเบียน ขณะที่อนาคตจะมีครอบครัวใหม่ๆ จะจัดการศึกษาเองอีกเป็นจำนวนมาก

 "การจัดการศึกษาแบบโฮมสคูลยังมีปัญหาและอุปสรรคอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาที่ต้องจัดหลักสูตรการศึกษา การประเมินผล ตามมาตรฐานที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ถือเป็นอุปสรรคอย่างมาก เพราะการจัดศึกษาของทั้งสองระบบมีความแตกต่างกัน จึงควรยืดหยุ่นมากกว่านี้ นอกจากนี้ครอบครัวที่จัดการศึกษาทางเลือกยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เช่น  เงินอุดหนุนที่ยังน้อยเกินไป ซึ่งการจัดการศึกษาแบบโฮมสคูลมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งรัฐควรสนับสนุนเพราะถือเป็นการช่วยลดภาระของรัฐบาล รวมทั้งสนับสนุนแหล่งเรียนรู้ในระบบ เช่น ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หากจะขอให้เด็กเข้าไปใช้บริการต้องทำหนังสือขออนุญาต ทำให้หลายครอบครัวต้องไปแสวงหาแหล่งเรียนรู้ที่อื่นเอาเอง จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแล

 นางสุทธศรี วงษ์สมาน รองเลขาธิการ สกศ. กล่าวว่า สกศ.จะนำปัญหาต่างๆ ไปปรับปรุงนโยบายเพื่อลดความยุ่งยากเพื่อให้ผู้ปกครองสามารถจัดการศึกษาให้แก่บุตรหลานได้ด้วยตนเอง

 นางปทุมรัตน์ เหรียญไพศาล รอง ผอ.สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า มีการร้องเรียนจากครอบครัวที่ต้องการจัดการศึกษาแบบโฮมสคูลต้องการให้ ศธ.แก้ไข ได้แก่ หลักสูตรที่กำหนดไว้ไม่สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน ปัญหาการจัดประเมินผลผู้เรียนที่ยังขาดความยืดหยุ่น ปัญหาการเทียบโอนผลการเรียน และปัญหาการให้บริการจัดการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาที่ยังขาดความเข้าใจ จะนำปัญหาไปทำแผนพัฒนานโยบายต่อไป