
เตรียมออกประกาศระเบียบนิมนต์"พ่อคูณ"
ผู้ว่าฯ โคราชรุดเยี่ยมอาการอาพาธหลวงพ่อคูณ หลังลูกศิษย์นำส่งโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา กลางดึก เผยเตรียมออกประกาศการรับกิจนิมนต์-วันและเวลากราบไหว้หลวงพ่อคูณ ห้ามผู้ใดฝ่าฝืนเด็ดขาด ขณะที่แพทย์ต้องรักษาดูแลอย่างใกล้ชิด ติดป้ายหน้าห้องพักห้ามเยี่ยม
ลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดได้นิมนต์พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เข้ารับการรักษาอาการอาพาธอีกครั้ง ที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 25 เมษายน หลังจากหลวงพ่อคูณมีอาการอาเจียน 1 ครั้ง ส่งผลให้หน้าซีด ตัวสั่น โดยบอกผู้ใกล้ชิดว่าหนาว
ทันทีที่ถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่นำหลวงพ่อคูณเข้าตรวจเอกซเรย์สมอง และปอด ก่อนนิมนต์ให้เข้าพักห้องผู้ป่วยพิเศษ ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โดยหน้าห้องติดป้ายห้ามเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ช่วงสายวันเดียวกัน คณะลูกศิษย์ได้มารอเยี่ยม พร้อมนำหมูทอดกรอบ ผัดบวบใส่ไข่ น้ำพริกปลาป่น ผักต้ม ปลาจะระเม็ดทอด แกงจืดผักกาดขาวหมูสับ ข้าวสวย ข้าวต้ม ผลไม้ มะละกอ กล้วย และลูกพลับ มาถวายด้วย แต่ไม่สามารถถวายหลวงพ่อคูณให้ฉันได้
ต่อมาเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ รองผู้ว่าฯ นครราชสีมา และนางปทุม กุลกำจร ลูกศิษย์ใกล้ชิด นำพานช่อดอกไม้และกระเช้าผลไม้เข้าเยี่ยม โดยใช้เวลาเพียง 5 นาที ซึ่งหลวงพ่อคูณนอนห่มผ้าอยู่บนเตียงผู้ป่วยเพียงแค่ลืมตาขึ้นมามองเล็กน้อยและพูดเสียงเบาๆ ว่า "เออ ดีแล้ว ไม่เป็นไรด๊อก พออยู่ได้"
นายระพีกล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมหลวงพ่อคูณว่า การเดินทางมาเยี่ยมหลวงพ่อคูณวันนี้ มาในนามของชาวนครราชสีมา เบื้องตันที่รับทราบจากคณะแพทย์ที่รักษาอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณคือ อาการโดยรวมยังคงเป็นปกติ แต่ที่ลูกศิษย์พาหลวงพ่อคูณมาโรงพยาบาล เนื่องจากหลวงพ่อมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย หนาวสั่น อย่างไรก็ตามหลวงพ่อต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เพื่อให้คณะแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งน้ำหนักหลวงพ่อคูณขณะนี้น้อยมาก เพียงแค่ 35 กิโลกรัมเท่านั้น
นายระพีกล่าวต่อว่า เมื่อหลวงพ่อคูณหายจากอาการอาพาธ ตนและลูกศิษย์จะต้องช่วยกันเร่งฟื้นฟูหลวงพ่อคูณ โดยจะประชุมระหว่างจังหวัดนครราชสีมาและลูกศิษย์ของหลวงพ่อ เพื่อทำประกาศจังหวัดนครราชสีมาออกมา เกี่ยวกับการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อคูณ อีกทั้งเรื่องการให้ประชาชนเข้ามากราบไหว้หลวงพ่อคูณ อาทิ ให้เข้ามากราบไหว้วันเว้นวัน หรือการรับกิจนิมนต์ก็ควรลดน้อยลง อีกทั้งระยะเวลาก็ลดน้อยลงเช่นกัน เพื่อให้หลวงพ่อได้มีเวลาพักผ่อนเพียงพอ
ดังนั้น ตนในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จะจัดทำประกาศเรื่องการรับกิจนิมนต์และวันและเวลาการกราบไหว้หลวงพ่อคูณ โดยให้นายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการจัดการ ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์ในสื่อต่างๆ และหากมีการประกาศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หากยังมีประชาชนหรือข้าราชการฝ่าฝืน ก็จะมีมาตรการในการจัดการผู้ที่ฝ่าฝืนคำประกาศของจังหวัดนครราชสีมาอย่างแน่นอน
ด้าน นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ กล่าวภายหลังเข้าตรวจอาการล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 25 เมษายน ว่า ก่อนหน้านี้ช่วง 3-4 วัน หลวงพ่อคูณเริ่มมีเสมหะมากขึ้น แต่อาการอื่นยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่เมื่อวันที่ 24 เมษายน เวลาประมาณ 19.00 น. หลวงพ่อคูณเริ่มมีอาการหนาวสั่น แต่ไม่รุนแรงเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งคณะแพทย์โรงพยาบาลด่านขุนทดได้เข้าไปตรวจอาการเบื้องต้น ปรากฏว่าไม่มีไข้ ชีพจรปกติ จากนั้นช่วงเที่ยงคืนมีอาการสำลักและอาเจียน จึงนิมนต์หลวงพ่อคูณให้เข้ามารับการตรวจอย่างละเอียด
"ตอนนั้นหลวงพ่อไม่ยอมมาแต่โดยดี แต่พอตอน 02.00 น.หลวงพ่อบอกเองว่าอยากจะเข้าโรงพยาบาล รวมทั้งลูกศิษย์ใกล้ชิดเกลี้ยกล่อมด้วยก็เลยยอมเดินทางมา ขณะนี้คณะแพทย์ต้องมีการตรวจอย่างละเอียดและดูแลอย่างใกล้ชิดชั่วโมงต่อชั่วโมงเลยก็ว่าได้ จากการตรวจล่าสุด มีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลียมาก ไม่มีเรี่ยวแรง ท่านเหนื่อยมายาวพอสมควร จากการตรวจเบื้องต้นเราสงสัยว่าท่านจะมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด แต่คราวนี้ท่านมาโรงพยาบาลเร็วหน่อย ตอนนี้ยังไม่มีไข้ อาการไม่รุนแรงมากนัก เม็ดเลือดขาวขึ้นเยอะมาก เพียงแต่ไม่ถึงขนาดจะต้องให้ออกซิเจน หรือมีไข้สูง หนาวสั่น ไม่รู้ตัว อันนี้ท่านรู้ตัวดี จำลูกศิษย์ได้ดี แต่ว่าถ้าดูแลเลือดภายในก็คิดว่าน่าจะมีปัญหาติดเชื้อเกิดขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด ต้องรอผลตรวจ" นพ.พินิศจัย กล่าว



