
คุมเด็กเล่นเกมไม่เกิน3ชมเหลววธ.หวั่นไม่คุ้ม
นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่า จากการที่วธ.มีแผนที่จะพัฒนาการควบคุมให้เด็กเล่นเกมไม่เกิน 3ชั่วโมงนั้น
(25เม.ย.)เมื่อเร็วๆนี้ อาจารย์ชุมพล กองมี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำตัวอย่างเครื่องต้นแบบการใช้ใช้บัตรประชาชนควบคุมการเล่นเกมออนไลน์ของเด็ก มานำเสนอให้วธ.ได้ชม พบว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะใช้งานได้ ซึ่งทางคณะอาจารย์ได้แนะนำว่า ระบบการอ่านบัตรมีต้นทุนที่ต่ำก็จริง แต่ระบบฐานข้อมูล หรือเซิฟเวอร์ มีต้นทุนที่สูงมาก เนื่องจากจะต้องมีฐานข้อมูลที่ใหญ่มาก ดังนั้น ตนจึงมอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) นำเรื่องดังกล่าวไปพิจารณา เพราะเห็นว่า เป็นเรื่องสวธ.ดูแลมาอย่างต่อเนื่อง
นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า ในปี 2555 วธ.จะนำผลการวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เกี่ยวกับเรื่องพัฒนาการเด็ก และของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค เกี่ยวกับเรื่องของเทคนิค โดยนำทั้ง 2เรื่องมาร่วมกันและหาสภาพปัญหาโดยรวมของการเล่นเกมออนไลน์ เพื่อดูว่า ควรจะใช้เงื่อนเวลาในการควบคุมการเล่นเกมของเด็ก หรือจะมีวิธีการอื่นหรือไม่ เพราะตนเห็นว่า การที่ควบคุมเรื่องอินเทอร์เน็ตเราจะสามารถแยกได้หรือไม่ว่า เด็กเล่นเกม หรือใช้หาความรู้ จุดนี้เป็นสิ่งยากมากที่วธ.จะต้องแก้ปัญหา
“สิ่งที่นักวิชาการได้มาหารือกับผมหลายรายเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีหลายท่านบอกว่าทำได้ แต่สิ่งที่เราอยากรู้ว่าที่ทำได้ ทำในระดับงานวิจัย หรือว่า ทำแบบจำลองได้แล้ว ซึ่งหากเป็นแบบจำลอง และจะต้องสามารถแยกได้ด้วยว่า เด็กเล่นเกมหรือใช้หาความรู้ รวมทั้งหากต้องใช้งบประมาณสูงเป็น 10ล้าน ก็ถือว่าไม่คุ้มหากใช้ไม่ได้จริง นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการเสนอต่อศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เกี่ยวกับให้แยกร้านอินเทอร์เน็ตที่ใช้ทั่วไปออกจากร้านอินเทอร์เน็ตที่ให้บริการร้านเกม หากเราประกาศเป็นกฎกระทรวงออกไปคงจะยุ่งอย่างแน่นอน ที่สำคัญการที่เราจะทำใช้บัตรประชาชนควบคุมการเล่นเกม ก็ต้องศึกษาตัวบทกฎหมายอื่นๆด้วยว่ากระทบต่อสิทธิของประชาชนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าเรื่องควบคุมการเล่นเกมของเด็กไม่เกิน 3 ชั่วโมงยังถือว่าเป็นวุ้นอยู่” ปลัดวธ.กล่าว



