
ขยายสมัครแอดฯ22เม.ย.ชำระเงิน24เม.ย."จุรินทร์"แนะเลือกเรียนคณะที่ถนัด-ชอบ
สกอ.ขยายวันสมัครแอดมิชชั่นส์จนถึง 22 เม.ย. วันชำระเงินเลื่อนถึง 24 เม.ย.นี้ ฝาก นร.รีบสมัครและชำระเงินด้วยตนเองตามกำหนด ด้าน "จุรินทร์" แนะเคล็ดลับเลือกคณะให้เรียนในสิ่งที่ถนัด-ชอบ ขณะที่ นร.-ผู้ปกครองหนุนรัฐ-เอกชนเปิดเวที "แลกเปลี่ยนความคิดเห็น" สำหรับเ
จากงาน "แนะน้อง ม.ไหนดี" ปี 52 ของบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน หน่วยงานรัฐและเอกชน เมื่อวันที่ 10-11 เมษายน ที่ห้องบางกอก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทารา ชั้น 22 ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดงาน และมีนายธนะชัย สันติชัยกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเนชั่นฯ นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารเครือเนชั่นเข้าร่วมในพิธี
นายจุรินทร์กล่าวว่า สกอ.เปิดให้นักเรียน ม.ปลายยื่นคะแนนสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิชชั่นส์ ในปีการศึกษา 2552 วันที่ 11-22 เมษายนนี้ แม้เกิดปัญหาความไม่สงบขึ้น แต่การรับสมัครแอดมิชชั่นส์ยังเป็นไปตามเดิม ไม่มีการเลื่อน ขอฝากนักเรียน 3 ข้อ ได้แก่ 1.ค้นหาตัวเองให้ได้ก่อนว่าถนัดอะไร 2.ดูว่าตัวเองชอบอะไร ขอให้เรียนในสิ่งที่ชอบจริงๆ อย่าเลือกเรียนตามค่านิยม เพราะค่านิยมเปลี่ยนไปได้ จะได้เรียนและทำงานอย่างมีความสุข และ 3.ดูว่าได้คะแนนแค่ไหน ถ้าเลือกคณะที่มีคะแนนเกินกว่าคะแนนที่มีอยู่ จะมีโอกาสติดน้อย
"ถ้านักเรียนพลาด ก็ไม่อยากให้ท้อถอย สิ้นหวัง อย่าคิดว่าหมดอนาคตแล้ว เพราะก้าวเข้ามหาวิทยาลัยเป็นแค่ขั้นแรกของชีวิต มหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนมีถึง 166 แห่ง แม้ไม่ใช่มหาวิทยาลัยโด่งดังทะลุฟ้า แต่หากเลือกเรียนในสิ่งที่ถนัดและชอบ ตั้งใจเรียนได้เกรด 3.00 และพัฒนาทักษะความสามารถให้พร้อมทำงาน เมื่อเรียนจบจะมีโอกาสมีงานทำ คนเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ถ้าไม่ตั้งใจเรียน ได้แค่เกรด 2.00 ก็ไม่มีประโยชน์" รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า ส่วนการปรับระบบแอดมิชชั่นส์ ซึ่งจะใช้ระบบใหม่ในปีการศึกษา 2553 และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) อาจจะพิจารณาปรับระบบในปีการศึกษา 2554 หากพบว่ามีส่วนที่ต้องปรับปรุงนั้น ฝ่ายการเมืองจะไม่แทรกแซง ยกเว้นถ้ามีปัญหาต้องแก้ไขจริงๆ อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ทปอ.ว่าควรปรับปรุงอย่างไรให้เหมาะสม
นายธนะชัยกล่าวว่า บริษัทเนชั่นฯ เห็นความสำคัญของคนรุ่นใหม่ที่เป็นอนาคตของชาติ จึงงานนี้จัดขึ้น โดยจัดเป็นครั้งที่ 2 มุ่งให้ความรู้แก่เด็กและผู้ปกครองเกี่ยวกับระบบแอดมิชชั่นส์ เช่น การคิดคะแนนเลือกคณะ และระบบแอดมิชชั่นส์ปีการศึกษา 2553 รวมทั้งการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย
น.ส.พรนิภา นุชสุนทร นักเรียนชั้น ม.5 ร.ร.ราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยมรัชดาภิเษกในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า งานแนะแนวแนะน้องเป็นกิจกรรมที่ดี ทำให้ตนและเพื่อนๆ มีโอกาสแสดงความคิดเห็น ร่วมทั้งเข้าใจเกี่ยวกับระบบแอดมิชชั่นส์ จีเอที, พีเอที มากขึ้น เพราะก่อนหน้าที่สิ่งที่ทำได้อย่างเดียวคือสอบ โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสอบไปเพื่ออะไร และเท่าที่ทำข้อสอบแอดมิชชั่นส์ปีก่อนๆ รวมถึงข้อสอบจีเอที, พีเอทีนั้น ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้ใหญ่ต้องให้เราสอบมากมายขนาดนี้ แต่พอมางานนี้ก็ทำให้เข้าใจมากขึ้นว่า ไม่จำเป็นต้องสอบทุกวิชา อีกทั้งทำให้รู้ด้วยว่ายังมีมหาวิทยาลัยดีๆ อีกมากมายที่รองรับ
นายสมศักดิ์ พัฒนพิฑูรย์ วัย 46 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ผู้ปกครองที่มาร่วมงานแนะแนวแนะน้องพร้อมกับบุตรสาว กล่าวว่า บ้านอยู่กรุงเทพฯ เมื่อทราบข่าวการจัดงานครั้งนี้จาก นสพ. "คม ชัด ลึก" ก็พาบุตรสาวซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.5 มางานนี้ เพื่อมาหาความรู้เกี่ยวกับระบบแอดมิชชั่นส์ในปีการศึกษา 2553 เมื่อได้มาฟังการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับระบบแอดมิชชั่นส์ในปีการศึกษา 2552 และปีการศึกษา 2553 จากผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ทำให้ได้ความรู้อย่างมาก เช่น การเลือกคณะเข้ามหาวิทยาลัย จีเอที, พีเอที ที่ใช้เป็นองค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ในปีการศึกษา 2553 ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยเข้าใจว่า จีเอที, พีเอที คืออะไร แต่เมื่อมาฟังแล้วก็มีความเข้าใจมากขึ้น
”มางานนี้แล้ว ได้ความรู้เกี่ยวกับระบบแอดมิชชั่นส์ในปีการศึกษา 2552 และ 2553 ขณะเดียวกันยังมีบูธต่างๆเช่น แนะนำมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนต่างๆ ทุนการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ คิดว่าเป็นประโยชน์สำหรับเด็กๆ มาก อยากให้เนชั่นฯ ร่วมกับพันธมิตรจัดงานแบบนี้อีกในปีต่อๆ ไป” นายสมศักดิ์กล่าว
น.ส.ชญานิศ พัฒนพิฑูรย์ วัย 18 ปี นักเรียนชั้น ม.5 ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ บุตรสาวของนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยหาข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับระบบแอดมิชชั่นส์ปีการศึกษา 2553 มาบ้าง แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจมากนัก แต่เมื่อมาฟังการบรรยายจาก สกอ.ในงานครั้งนี้ ทำให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้มากขึ้น โดยอนาคตวางแผนไว้ว่า จะเรียนต่อคณะบริหารธุรกิจ หรือคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ในมหาวิทยาลัยรัฐ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องจากที่บ้านทำธุรกิจส่วนตัว จะได้นำความรู้มาช่วยงานที่บ้าน
"การที่เนชั่นฯ ร่วมกับพันธมิตรจัดงานแบบนี้ขึ้น เป็นสิ่งที่ดี เพราะช่วยให้ความรู้และการเตรียมตัวเข้าสู่มหาวิทยาลัยให้เด็กๆ เช่น ระบบแอดมิชชั่นส์ปีการศึกษา 2553 ระบบการคัดเลือกและการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน อยากให้จัดงานแบบนี้ขึ้นมาอีกในปีต่อๆ ไป” น.ส.ชญานิศ กล่าว
ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเปิดรับสมัครแอดมิชชั่นส์ ประจำปีการศึกษา 2552 ตั้งแต่วันที่ 11-20 เมษายน ผู้สมัครในช่วง 6 วันที่ผ่านมา มีจำนวน 45,098 คน ซึ่งปัญหาความวุ่นวายในบ้านเมืองส่งผลกระทบให้ธนาคารต้องปิดทำการ สกอ.จะขยายการรับสมัครและชำระเงินแอดมิชชั่นส์ออกไปอีก 2 วัน คือ สมัครถึงวันที่ 22 เมษายน และชำระเงินจนถึงวันที่ 24 เมษายน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สมัครมากที่สุด ขอให้นักเรียนทุกคนรีบมาสมัครและชำระเงินตามวันและเวลาที่กำหนด เมื่อสมัครแล้วต้องมาชำระเงินถึงจะถือว่าการสมัครนั้นสมบูรณ์ และนักเรียนควรสมัครและชำระเงินด้วยตนเอง เพื่อป้องกันความผิดพลาด
นางศศิธร อหิงสโก ผอ.กลุ่มรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สกอ. กล่าวว่า การเลือกคณะขอให้ยึดหลัก 1.เรียนในสิ่งที่ชอบและถนัด อย่าเลือกเรียนตามกระแส 2.เรียนในสิ่งที่คิดว่าเรียนได้ เพื่อให้ 4 อันดับคณะที่เลือกไม่เสียอันดับคณะไปเปล่าๆ และ 3.ดูคะแนนที่มีอยู่ในมือ โดยควรเลือกคณะซึ่งดูจากคะแนนต่ำสุดของคณะนั้นย้อนหลังไป 3 ปี เรียงจากมากไปหาน้อย ที่สำคัญคณะอันดับ 4 ควรเลือกคณะที่มีคะแนนต่ำกว่าคะแนนที่มีอยู่ในมือ เพื่อจะได้มีโอกาสติด
"สกอ.รับสมัครแอดมิชชั่นส์ในวันที่ 11-22 เมษายน ผ่านเว็บไซต์ www.cuas.or.th มีเจ้าหน้าที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง ขอให้ไปชำระเงินค่าสมัครภายในวันที่ 24 เมษายน หากไม่มีเหตุฉุกเฉินจริงๆ เช่น ป่วยไข้ ควรไปชำระเงินเอง และเช็กสถานภาพชำระเงินว่าเรียบร้อยหรือไม่ก่อนวันที่ 24 เมษายน เพื่อไม่ให้การสมัครมีปัญหาภายหลัง คาดว่ามีเด็กสมัคร 1 แสนคน มั่นใจว่าไม่มีปัญหาเว็บไซต์ล่ม สกอ.จะประกาศผลแอดมิชชั่นส์วันที่ 9 พฤษภาคม ผ่านเว็บไซต์ www.cuas.or.th" นางศศิธรกล่าว
นางศศิธรกล่าวต่อว่า การดูกระดาษคำตอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นสูง หรือเอเน็ต มีผู้มายื่นคำร้องขอดูกระดาษคำตอบ 827 คน มาดู 500 กว่าคน และเท่าที่ดูยังไม่มีการตรวจผิดเลย ซึ่ง สกอ.จะเปิดให้ดูกระดาษคำตอบจนกว่าจะครบ 60 วัน นับจากวันที่ประกาศผลเอเน็ต ตามที่ประกาศ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร กำหนดไว้
ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า คนที่มาดูกระดาษคำตอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) วันที่ 10-11 เมษายน ไม่ได้ แต่ถ้ามาให้มาดูในวันที่ 20 เมษายน ถ้ามาไม่ได้จริงๆ และต้องการขอเงินคืน ให้ส่งข้อมูลมาที่โทรสาร 0-2219-2996



