
วุฒิฯป่วนประสิทธิ์แฉส.ว.ถูกล๊อบบี้เลือกปธ.กมธ.
วุฒิสภาป่วนหนัก ประสิทธิ์ แฉ ส.ว.ยศพล.อ.กดดันล๊อบบี้ให้คนตัวเองเป็นประธานกมธ.วิทยาศาสตร์ เชื่อเกี่ยวโยงตำแหน่งกสทช.ในอนาคต
(22เม.ย.) รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ประชุมมีมติเลือกประธานวุฒิสภาคนใหม่ ที่ประชุมได้เห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 22 คณะ ปรากฎว่านายประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี อดีตประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ฯ วุฒิสภา ได้ลุกขึ้นแฉกลางที่ประชุมวุฒิสภา ถึงการเลือกประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ฯ ว่า มีการกล่าวหาว่าตนไปข่มขู่ส.ว.บางท่านให้ลงมติ เลือกประธานกรรมาธิการตามที่ตนกำหนด ตนอยากบอกว่าตนเป็นแค่นายประสิทธิ์เท่านั้น ไม่ได้มียศพลเอกนำหน้าจะทำได้อย่างไร ขณะนี้มีกรรมาธิการคณะหนึ่งซึ่งมีสมาชิก 2 ฝ่าย ก้ำกึ่งกัน ได้ถูกกดดันโดยเสนอให้ไม่เข้าประชุมบ้าง เสียงที่ขาดไป 1 เสียง จะทำให้การเลือกประธานเปลี่ยนไปทันที จึงขอปรึกษาหารือขอให้งดการเลือกประธานกรรมาธิการที่มีเสียงก้ำกึ่งแล้วสมาชิกไม่ครบ
นายประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องที่เกิดกับตนเอง ตนมีหลักฐาน พยานบุคคลยืนยันได้ว่าในการกระทำเช่นนี้เกิดจากบุคคลผู้เป็นส.ว.ผู้หนึ่งมียศพลเอก ที่ชอบพูดว่าเข้ามาเพื่อจัดการคนชั่ว รักความเป็นธรรม แล้วจะมาดำเนินการกดดันเล่นเกมนอกสภา ขณะนี้มีส.ว.ที่เป็นคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วุฒิสภา ถูกกดดันอย่างน้อย 4 คน โดยกดดันใช้วิธีการให้รัฐมนตรีส.ส.หรือผู้มีอำนาจในพื้นที่บีบให้เลือกประธานที่มาจากการสรรหาผู้หนึ่ง เหตุการณ์แบบนี้จะให้เกิดความชอบธรรมเป็นกลางในฐานะวุฒิสมาชิกได้อย่างไร ในเมื่องคนที่อ้างว่าจะมาจัดการกับคนชั่วประพฤติเสียเองแล้วจะทำอย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานหลังจากนายประสิทธิ์กล่าวแล้วได้มีส.ว.หลายคนอภิปรายแสดงความเห็น แต่นายนิคม ไวรัชยพานิช รองประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานในที่ประชุม เห็นว่าที่ประชุมได้ทำหน้าที่มาเป็นเวลาสมควรแล้วและเป็นเวลาที่ควรรับประทานอาหารก่อนที่กรรมาธิการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่จะประชุมนัดแรกเพื่อกำหนดเลือกตำแหน่งต่างๆ ในกรรมาธิการ ประธานจึงสั่งปิดประชุม
ทำให้นายประสิทธิได้ลงมาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า เบื้องหลังการเลือกกรรมาธิการที่บอกว่าบริสุทธิ์ยุติธรรมนั้นไม่จริงมีการเตรียมการมาทั้งนั้น ต่างคนต่างเตรียมกันมา และชอบจะใส่ร้ายกันโดยบอกว่าตนไปข่มขู่ ตนจะไปทำอะไรได้ ในเมื่อตนไม่มียศถาบรรดาศักดิ์เหมือนคนอื่น เรื่องนี้การใช้ส.ส.รวมถึงรองนายกรัฐมนตรีไปขอร้องส.ว.ที่เป็นกรรมาธิการ ทำให้การเลือกประธานกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของวุฒิสภา ซึ่งจะมีเสียงก้ำกึ่งระหว่าง 7 ต่อ 8 เสียง ทำให้เสียงสวิงเปลี่ยนข้างไปสนับสนุนผู้ที่ต้องการให้มาเป็นประธานกรรมาธิการใหม่ และเชื่อว่าในการประชุมกรรมาธิการบ่ายนี้จะมีส.ว.บางคนหายไป หรือถ้ามาประชุมก็จะลงคะแนนเลือกข้างที่ไม่ได้คาดไว้ในตอนแรก
เมื่อถามว่ากรรมาธิการวิทยาศาสตร์ฯวุฒิสภามีผลประโยชน์อะไรเหตุใดจึงต้องมีการแข่งขันแย่งชิงตำแหน่ง นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเพราะอะไร ที่ผ่านมาเมื่อมีเรื่องตรวจสอบอะไรที่มีความชัดเจนตนจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เมื่อถามว่าเกี่ยวกับการเลือกคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) หรือไม่ นายประสิทธิ์ กล่าวว่ามันก็รวมกันอยู่ในนั้นด้วย เมื่อถามซ้ำว่ากรรมาธิการไม่เกี่ยวกับการตรวจสอบประวัติกสทช.นายประสิทธิ์ กล่าวว่า การตรวจสอบประวัติกรรมาธิการฯทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว
“ผมจะบอกคุณให้ ไม่ใช่แค่นั้นกสทช.(หมายถึงกทช.) ส่งเงินมาให้ 84 ล้านให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ผมกำลังสั่งสอบว่าซื้อเสียงล่วงหน้าหรือไม่ เลยทำให้ผมโดนเรื่องนี้ทุกอย่างต้องมาถล่มผม เขาทำโครงการแล้วจ่ายเงินสปอนเซอร์มาที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิ ฯ สื่อไปถามเอาเองเจอแน่นอน เพราะว่าเรื่องนี้ผมถามไปอาจทำให้เขาตกใจเลยมาทำแบบนี้ ผมอยากถามว่าคนทำแบบนี้สมควรมาเป็นกสทช.หรือไม่ ซื้อเสียงล่วงหน้าแบบนี้ ” นายประสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าคนที่ส่งเงินมาเกี่ยวกับการลงสมัครด้วยหรือ นายประสิทธิ กล่าวว่า เขาสมัครหมดทั้ง 5 คน แล้วเขาส่งมาทั้ง 5 คนนั่นแหละ เมื่อถามย้ำว่าหมายถึงกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ตอนนี้ใช่หรือไม่ นายประสิทธิ์ตอบว่าใช่ครับ เงินนี้ส่งมาวันที่ 24-25 มี.ค.ลองไปถามเลขาธิการวุฒิฯได้เลย ตนไม่รู้ว่าเขาจะทำยังไง ที่ตนจึงมาตีแผ่ว่าความจริงเป็นแบบนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับการซื้อเสียงล่วงหน้าของกรรมการกสทช. นายประสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนเขียนถามไป ตนกำลังจะสอบเรื่องนี้คนที่รู้เรื่องจึงมาถล่มตน เรื่องนี้สำคัญอยู่ตรงที่ขั้นตอนการเลือกกรรมการกสทช.จาก 44 คนให้เหลือ 11 คนมันจะล็อบบี้กันตรงนี้รับรองล็อกกันมโหฬารเพราะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ฯ ต้องดูแลกสทช. ส่วนโครงการที่เขาเอาเงินมาทำไปสืบเอาเอง ตนไปสั่งสอบเรื่องนี้เพราะดูแล้วมันมีเหตุมีผลเลยโดยแบบนี้
"สมเจตน์”โวยข่าวปล่อยทหารยศพล.อ.ล็อบบี้
มีรายงานว่าในการประชุมกมธ.วิทยาศาสตร์ฯเป็นไปอย่างตึงเครียดเพราะมีผู้เข้าร่วมประชุม 14 คนจากทั้งหมด 15 คน โดยนายธันว์ ออสุวรรณ ส.ว.ประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้มาเข้าร่วมประชุม ทำให้ไม่สามารถเลือกประธานกมธ.ได้เพราะทั้งพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา และนางนิลวรรณ เพชระบูรณิน ส.ว.สรรหา ทั้งสองฝ่ายมีเสียงสนับสนุน 7 คะแนนเสียงเท่ากัน จึงมีผู้เสนอให้เลื่อนการประชุมเพื่อเลือกประธานกมธ.ออกไปเป็นวันที่ 25 เม.ย.เวลา 11.00น.เพื่อกมธ.เดินทางมาประชุมให้ครบจำนวน
พล.อ.สมเจตน์ กล่าวภายหลังการประชุมกมธ.ว่า การกล่าวหาว่านายทหารยศพล.อ.คนหนึ่งเข้าไปล็อบบี้ตำแหน่งประธานกมธ. คิดว่าคงเป็นใครไม่ได้นอกจากตน เรื่องนี้ส่วนตัวไม่สบายใจตั้งแต่แรกเพราะมีการชิงไหวชิงพริบตั้งแต่การเลือกกมธ.แล้วเหมือนไม่ให้ความไว้วางใจกัน ตกอยู่บนความหวาดระแวงเอารัดเอาเปรียบ ภาพที่ออกมาทำให้ตนรู้สึกรันทดใจเพราะเด็กชั้นประถมยังไม่ทำกันขนาดนี้เลย สำหรับเหตุการณ์นี้เพื่อให้เกิดความสบายใจกับทุกฝ่ายจึงเลื่อนการประชุมออกไปเป็นวันที่ 25 เม.ย.
“คิดว่ามีการกล่าวหาผมโดยตรง คุณคิดว่าผมเป็นคนอย่างนั้นเหรอขอเรียนว่าประวัติผมไม่เคยรังแกใคร แต่ถ้าใครถูกรังแกผมก็ไม่ชอบและใครถูกรังแกให้มาบอกผมพร้อมยินดีช่วย ผมมีความเป็นสุภาพบุรุษชายชาติทหารตัวเล็กๆคนหนึ่งไม่เคยใช้อิทธิพลใด ๆ แม้จะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตตั้งแต่รับราชการจนถึงเกษียณ ” พล.อ.สมเจตน์ กล่าวและว่า ตอนนี้ภาพของวุฒิสภาเหมือนกับมีการแบ่งฝ่ายเป็นฝ่ายบริหารและฝ่ายค้าน ไม่ตรงกับเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ซึ่งวุฒิสภาควรแตกต่างจากสภาผู้แทนราษฎรโดยวุฒิสภาควรทำหน้าที่ถ่วงดุลอำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติแต่ภาพที่ปรากฏออกมาขณะนี้มันไม่ใช่
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแข่งขันกันอย่างรุนแรงในกมธ.วิทยาศาสตร์มาจากการมีผลประโยชน์เกี่ยวกับการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หรือไม่ พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบต้องให้กลับไปดูว่า 3 ปีที่ผ่านมากมธ.ชุดนี้เกิดอะไรขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่เคยประกาศจะเข้าไปขัดคนเลวเพราะต้องการเข้าจัดการภายในกมธ.วิทยาศาสตร์ใช่หรือไม่ พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องอื่นไม่ใช่เรื่องนี้ ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับใครแต่จะเป็นศัตรูกับคนทำร้ายประเทศชาติ



