ไลฟ์สไตล์

"111ปี" เรียนรู้ยางพาราไทย 
เทิดไท้องค์ราชัน 84 พรรษา

"111ปี" เรียนรู้ยางพาราไทย เทิดไท้องค์ราชัน 84 พรรษา

22 เม.ย. 2554

การก้าวสู่ปีที่ 111 ของยางพารา พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยทำรายได้เข้าประเทศมากกว่า 4 แสนล้านบาทต่อปี อาจกล่าวได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ งานวิจัยมีส่วนสำคัญที่สุดก็ว่าได้ ในการพัฒนาพืชเศรษฐกิจตัวนี้ให้ก้าวไกลสู่สากล ภายใต้การกำกับดูแลของสถา

  เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปี 2554 นี้ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร จึงจัดงาน "CHALANCE TO RUBBER WORLD ... Ratchapluk 84 ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ "111 ปีแห่งการเรียนรู้ยางพาราไทย เทิดไท้องค์ราชัน 84 พรรษา" ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง ต.สุโสะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ระหว่างวันที่ 28-30 เมษายนนี้

   นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เผยถึงวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ ซึ่งเป็นงานใหญ่แห่งปีที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยรูปแบบการจัดงานจะเน้นการจำลองแบบพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่มีทั้งรูปแบบของการจัดแสดงนิทรรศการและการลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้ผู้สนใจที่เข้าชมได้เรียนรู้เกี่ยวกับยางพาราอย่างครบวงจร

 กิจกรรมหลักภายในงานจะแบ่งออกเป็น 3 โซน ประกอบด้วย โซนแรกเป็นการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่มีต่อวงการยางพาราไทย โซนต่อมาเป็นการย้อนอดีต 111 ปียางพาราไทย โดยกล่าวถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และโซนสุดท้ายเป็นผลงานวิจัยต่างๆ ที่กำลังส่งถึงมือผู้ใช้ประโยชน์อยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งงานวิจัยที่ต่อเนื่องที่คาดว่าจะมีประโยชน์ในอนาคต ทั้งที่เป็นผลงานของสถาบันวิจัยเองและผลงานที่ร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อต่อยอดไปสู่ภาคอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศ

 "111 ปีแห่งการเรียนรู้คืออะไร มันมีความหมาย 2 ทาง แนวทางแรกเป็นการย้อนอดีตวิวัฒนาการของยางพาราไทยจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่เริ่มปลูกยางต้นแรก จนถึงขณะนี้มีพื้นที่ปลูกกว่า 18 ล้านไร่ทั่วประเทศ ส่วนแนวทางที่สอง เป็นความหมายของเลขแต่ละตัว 1 ตัวแรกหมายถึงประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งในการผลิตและส่งยางดิบออกจำหน่ายในตลาดโลกอย่างต่อเนื่องมากว่า 20 ปี 1 ตัวที่สองหมายถึงเป็นอันดับหนึ่งระบบตลาดกลางยางพารา ซึ่งไทยถือเป็นผู้นำในด้านนี้และเป็นระบบที่ดีที่สุดในโลก และ 1 ตัวสุดท้ายคือประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งที่มุ่งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาในเชิงอุตสาหกรรม จนได้ชื่อว่ายางแผ่นรมควันและยางแท่ง STR ของไทยมีคุณภาพดีที่สุดในโลก งานนี้ถือเป็นการเปิดองค์ความรู้ด้านยางพาราครบวงจรเป็นครั้งแรกในประเทศไทยก็ว่าได้"

 อธิบดีกรมวิชาการเกษตร แจงรายละเอียดต่อว่า ภายในงานนอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมการกรีดยาง โดยจัดสร้างแปลงฝึกอบรมขึ้นเป็นการเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรการกรีดยาง การผลิตยางชำถุงมาตรฐาน การติดตายาง การคัดและจำแนกคุณภาพยางดิบ ฯลฯ มีการมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรมในหลักสูตรต่างๆ เหล่านี้ด้วย

 นอกจากนี้ยังนำเสนอนวัตกรรมยางพารา และผลงานวิจัยตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมาจัดแสดงให้ชม รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ยางพารา/ไม้ยางพารา งานฝีมือและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยาง/ไม้ยาง จากบริษัทผู้ผลิตโดยตรงในภาพรวมของวงการยางพารา จากจุดเริ่มต้นของน้ำยางพาราและไม้ยางพาราผ่านกระบวนการขั้นตอนต่างๆ ที่มีผู้คนที่เกี่ยวข้องมากมาย จนกระทั่งสู่ผู้บริโภคในรูปแบบสินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นพลวัตสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย  

 สำหรับเกษตรกรหรือผู้สนใจเข้าร่วมชมงานสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง โทร.0-7520-3123, 0-7520-3338 ในวันและเวลาราชการหรือคลิกดูรายละเอียดที่ www.rubberthai.com