ไลฟ์สไตล์

"บุณยรักษ์"แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมฝึกเด็กเรียนนอกตำรา-สัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่น

"บุณยรักษ์"แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมฝึกเด็กเรียนนอกตำรา-สัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่น

20 เม.ย. 2554

คำกล่าวที่ว่า “เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า” เป็นคำกล่าวที่ยังคงติดหูในทุกยุคสมัย เป็นคำกล่าวที่มีนัยว่า "ผู้ใหญ่" หรือ "แม่แบบ" ต้องสำนึกว่ามีหน้าที่ในการอบรมสั่งสอน ปลูกฝังสิ่งดีงามเพื่อให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เป็นกำลังหลัก เป็นอนาคตของชาติ

 แต่การเรียนรู้ที่มุ่งเน้นเพียงการท่องจำเนื้อหาตำราเรียน การเรียนรู้ที่จำกัดอยู่เพียงในห้องสี่เหลี่ยม เป็นสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ในวิธีการศึกษาของทุกระดับชั้นการศึกษาไทย ตรงนี้น่าเป็นห่วงอนาคตของชาติ หากผลิตผลคนเก่งทฤษฎี แต่ชีวิตจริงกลับไม่สามารถนำมาปฏิบัติจริงได้ ประกอบกับการศึกษาหลงทางไปตามตะวันตก ลืมภูมิปัญญาท้องถิ่น สิ่งนี้มีแนวโน้มทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ การเห็นแก่ตัว มุ่งการแข่งขันมากเกินไป ทำให้เด็กคิดไม่เป็น ขณะที่สังคมกำลังมีปัญหา ทางออกคือต้องสร้างจิตสำนึกที่ดีตั้งแต่วัยเยาว์

 การจัดการศึกษาจำเป็นอย่างยิ่ง ต้องสร้างแนวคิดใหม่ในการเรียนรู้ และสำหรับ “โครงการเปิดโลกทัศน์แห่งการเรียนรู้สู่ภูมิปัญญาท้องถิ่น” นั้น ถือเป็นโครงการแม่แบบในการพัฒนาโครงข่ายระบบการศึกษา ที่เปิดเวทีแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่แตกต่าง ฝึกเด็กได้เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีคุณค่าและมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตคนในชุมชน ตามวิถีแห่งธรรมชาติของคนไทย เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

  โครงการนี้เปิดโอกาสให้ "โรงเรียนอนุบาลบุณยรักษ์" กรุงเทพมหานคร และ "โรงเรียนบ้านหนองช้าง" อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ได้แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอันดีงามระหว่างสองสังคม เพื่อปลูกฝังการเรียนรู้นอกตำราให้แก่นักเรียนชั้น ป.1-ป.6 เกือบร้อยชีวิต

 "รุ่งรุจน์ธนัน บุณยรักษ์" ผู้จัดการโรงเรียนอนุบาลบุณยรักษ์  ผู้ก่อตั้งโครงการเปิดโลกทัศน์แห่งการเรียนรู้สู่ภูมิปัญญาท้องถิ่น เล่าว่า นักเรียนจากทั้งสองโรงเรียน ผู้ปกครองรวมถึงคณะครูโรงเรียนอนุบาลบุณยรักษ์ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวบ้าน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นในชนบทภาคอีสาน เด็กได้เข้าถึงธรรมชาติและฝึกทักษะการใช้ชีวิตร่วมกัน รวมไปถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน

    "นักเรียน และครู ผู้ปกครองได้สัมผัสถึงความมีน้ำใจ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ที่หาได้ยากจากเมืองใหญ่ การได้เรียนรู้ถึงความผูกพันระหว่างบ้าน วัด และโรงเรียน ซึ่งล้วนเป็นจุดบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์เมื่อครั้งเก่าก่อน ส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักและรู้รักภูมิปัญญาท้องถิ่นของเขา อย่างล่าสุดเขาจะยกเลิกการทำผ้าไหมแพรวา ซึ่งเป็นผ้าพื้นเมือง แต่เราต้องการที่จะให้เขาอนุรักษ์ไว้"

 ในทางกลับกัน เมื่อนักเรียนจากโรงเรียนบ้านหนองช้างมา กรุงเทพฯ เขาได้รับแรงบันดาลใจ สร้างโอกาสเปิดโลกทัศน์แห่งการเรียนรู้ชีวิตในเมือง ทั้งนี้ยังได้มีการนำศิลปะพื้นบ้านอย่างโปงลางมาแสดง ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรมอันดีมาสู่คนกรุงเทพฯ
  ไม่เพียงเท่านั้น นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการยังได้ไปเรียนรู้นอกโรงเรียนด้วย อาทิ นำเด็กๆ ไปเที่ยวชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เที่ยวชมฝูงบิน 604 กองทัพอากาศดอนเมือง พิพิธภัณฑ์ทหารอากาศ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ สยามนิรมิต ดรีมเวิลด์ สยามโอเชี่ยนเวิร์ล และสวนรถไฟ  ฯลฯ

 “โครงการนี้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ที่มุ่งเน้นคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันสนับสนุน และมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม คือทุกฝ่ายสามารถเกิดการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ร่วมกันได้ตลอดเวลา ซึ่งทำให้เด็กๆ สามารถพัฒนาตนเองในรูปแบบการเรียนรู้จากชีวิตจริง”

 การเรียนรู้ให้ลึกซึ้งถึงวัฒนธรรมแบบไทยๆ เป็นสิ่งที่ดีกว่า การซึมซับความรู้ที่ผิดๆ จะติดตัวเด็กไป ผู้ใหญ่ต้องเป็นต้นแบบที่ดี ต้องคอยชี้แนะแต่ไม่ใช่ "บังคับ" ต้องให้เด็กสนุกกับการเรียนรู้ ไม่ใช่อ่านแต่ในตำรา เพราะชีวิตจริงนั้นต่างจากตำราอย่างสิ้นเชิง
   
         0 ทีมการศึกษา 0 รายงาน