ไลฟ์สไตล์

อธิการบดีม.อีสานเผยมีหลักฐานพร้อมชี้แจง

อธิการบดีม.อีสานเผยมีหลักฐานพร้อมชี้แจง

19 เม.ย. 2554

อธิการบดี ม.อีสานเผย ไม่เชื่อข่าวที่เกิดขึ้นเรื่องซื้อใบปริญญาจะเป็นของมหาวิทยาลัยตนเอง เหตุมีอีกหลายมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในหลักสูตรเดียวกัน ยินดีชี้แจงทุกเรื่อง ขณะนี้รอผลการตรวจสอบของคณะกรรมการที่ตั้งโดยสภามหาวิทยาลัย และพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง

 จากกรณี สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นกรณีมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งขาย และปลอมใบปริญญาหลักสูตร ป.โทบัณฑิต ซึ่งมีข้อมูลจากบุคคล 4 คนที่อ้างตัวว่าซื้อปริญญาจากมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในภาคอีสานในราคา 4-5 หมื่นบาทโดยไม่ได้ไปเรียนจริงตามที่มีการนำเสนอไปแล้วนั้น

 ล่าสุดเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถาม ดร.อัษฎางค์ แสวงการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอีสาน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ใน จ.ขอนแก่นและมีชื่อย่อตรงกับมหาวิทยาลัย "อ."ที่มีการนำเสนอไป โดย ดร.อัษฎางค์ เปิดเผยถึงเรื่องราวทั้งหมดว่า ตามที่เราได้ทราบจากสื่อก่อน ไม่ได้คิดว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยตนเอง แต่พอมีหนังสือจาก สกอ.มาถึงมหาวิทยาลัยแล้ว ก็จะต้องชี้แจงไปตามเอกสารหนังสือที่ทวงถามมา และเมื่อทราบก็มาตรวจสอบกระบวนการ ขั้นตอนการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษา และตนได้เสนอต่อนายกสภามหาวิทยาลัยเพื่อให้รับทราบ และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสภามหาวิทยาลัย 1 ชุด โดยมี อัยการสมเกียรติ แพทย์กุล เป็นประธาน โดยเบื้องต้นได้มีการสอบไปแล้ว และระยะเวลาในการสอบ 15 วัน โดยแต่งตั้งกรรมการชุดนี้เมื่อวันที่  10 เม.ย.ที่ผ่านมา

 "ข่าวที่ออกมาเรื่องหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู หรือ ป.บัณฑิต หลังจากมีคณะการมการจาก สกอ.มาสอบข้อเท็จจริง โดยเราก็ไม่รู้ว่าเขาไปสอบที่ไหนบ้าง เพราะมีการเปิดสอนป.บัณฑิตกันทั่วประเทศ และพอเขามาขอสอบเรา เราก็ให้สอบด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยเขาถามว่ามีการจัดการศึกษาตามหลักสูตรนี้อย่างไรบ้าง ก็ชี้แจงไปตามข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่านักศึกษาที่จบป.บัณฑิตจากเราเรียนครบหลักสูตรแน่นอน ส่วนประเด็นการซื้อขายปริญญานั้น เป็นคำพูดจากสื่อ ในฐานะเป็นผู้บริาหร เราได้ตรวจสอบแล้วว่า เราไม่มี และมีผลการเรียนของนักศึกษารองรับ มีการสมัครเรียน การเข้าสู่การเรียน ตามตารางรายวิชา ก่อนสำเร็จการศึกษาจะต้องมีการอนุมัติ ในคณะกรรมการของบัณฑิตวิทยาก็จะต้องตรวจสอบ ขั้นตอนตรงนี้ผ่านการศึกษาครบตามหลักสูตร"ดร.อัษฎางค์ บอกและว่า

 ขณะนี้ที่มหาวิทยาลัยอีสาน เปิดสอนมา 9 คณะ หลายสาขา บางสาขามีคนสนใจเรียนมาก เพราะตรงตามตลาดแรงงาน หลักสูตรบางหลักสูตร ใช้เวลาเพียง 1 ปี ก็จบได้ประกาศนียบัตร อย่าง ป.บัณฑิต มีคนสนใจเรียนเยอะ เพราะบางคนเรียนมาสายอื่น แต่อยากได้ใบ ป.บัณฑิต เพื่อจะเอาไปสอบครู ทำให้คนอยากมาเรียนเยอะ โดยเปิดสอนมา 3 ปี มีคนมาเรียนกว่า 3,000 คน

 "กรณีการไปฝึกสอน คนที่เรียน บางคนไม่ได้อยู่ใกล้กับสถานศึกษา เวลามาเรียนมาเรียนภาคสมทบเสาร์-อาทิตย์ แต่เวลาไปฝึกปฏิบัติการสอนน่าจะสะดวกในการไปฝึกสอนโรงเรียนใกล้บ้าน และพอเลือกแล้วก็จะส่งไปฝึกสอนตามที่เขาต้องการ ส่วนการนิเทศน์ บัณฑิตจะแต่งตั้งอาจารย์นิเทศน์ไปตรวจสอบ เป็นหน้าที่ของอาจารย์นิเทศน์เอง ส่วนข่าวออกมาว่า 1 โรงเรียนแล้วมีนักศึกษาไปฝึกสอนหลายคนเรื่องนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบแต่ถ้าเป็นสถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัดของผม ซึ่งเปิดโรงเรียนในระดับอาชีวะศึกษาด้วย ถ้าเป็นที่แบบนี้ มีนักศึกษาไปฝึกสอนเป็นจำนวนมาก ถือเป็นเรื่องดี เพราะมีคนมีความรู้หลากหลายไปสอน"อธิการบดีบอก และว่า 

  นักศึกษาที่มาเรียนที่มหาวิทยาลัยอีสาน จะมีสัดส่วนทั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ค่อนข้างมาก อย่าง ป.ตรี จะมี อปท.ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปริญญาโท โดยเฉพาะหลักสูตรปกครองท้องถิ่นจะมีน้อยลง เพราะมีสถาบันอื่นรองรับ ทั้ง มข.และม.ราชภัฎในอีสาน แต่พอปี 53 ได้เปิดโอกาสให้ อปท.เรียนต่อปริญญาโทที่ไหนก็ได้ ทำให้ ม.อีสาน ได้มีคนมาสมัครเรียนมากขึ้นประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนป.บัณฑิต มีหลากหลายสาขาที่มาเรียน ไม่ได้มีเฉพาะ อปท.เท่านั้น ส่วนปริญญาโท คนที่มาเรียนนั้นจะเป็นบุคลากรด้านการศึกษา ที่ต้องการมาเรียนเพื่อปรับระดับคุณวุฒิของตนเอง เพราะส่วนใหญ่ผู้บริหารสถานศึกษาจะบอกว่า หากไม่จบป.โท จะมีปัญหาในการทำงาน โดยขณะนี้มีนักศึกษา เรียนอยู่ประมาณ 6,000 คน และจบการศึกษาไปแล้วทั้งหมด 7 รุ่น จำนวนกว่า 5,000 คน

 นางกรรณิการ์ บุญพิชิตทรชน อายุ 35 ปี หนึ่งในนักศึกษาที่มาเรียนต่อในระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยอีสาน เปิดเผยว่า ตนเป็นชาวอ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ มาเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ม.อีสานได้ 2 ปีแล้ว โดยเรียนสาขาคอมพิวเตอร์ สาเหตุที่เลือกเรียนที่นี่ เพราะเคยไปเปิดศูนย์ที่บ้านตนเอง อ.เกษตรสมบูรณ์ เห็นว่าใกล้บ้านเลยสมัครเรียน และพอยุบศูนย์ไปตนต้องเทียวมาเรียนที่ม.อีสานในเมืองขอนแก่นระยะทางค่อนข้างไกล และต้องมาเรียนช่วงเสาร์-อาทิตย์

 "แม้ลำบากก็อยากมา เพราะตั้งใจอยากจะจบปริญญาตรีเมืองคนอื่นเขา เพราะทุกวันนี้แค่จบระดับประถมศึกษาคงไม่ได้แล้ว เนื่องจากหางานไม่ได้ และแม้ว่าเราจะเป็นแม่บ้าน และ มีงานมีการทำแล้วแต่มองว่าการศึกษาก็ยังสำคัญถ้าลูกเรียนหนังสือ จบสูงๆ จะมาดูถูกได้ว่าแม่จบต่ำทำให้เขาไม่ภาคภูมิใจ การเรียนก็เพื่อตนเองและเพื่อครอบครัวด้วย และมาเรียนก็ต้องกู้เงินเรียน พอได้ยินเรื่อง มีการซื้อขายใบปริญญากันและหลายคนบอกว่าเป็นมหาวิทยาลัยอีสานที่เราเรียน ตอนแรกก็ไม่เชื่อ และ ตอนนี้ก็ยังไม่เชื่อ เพราะเราเรียนเอง ลำบากมาก ยากมาก ต้องมาเข้าเรียนทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ไกลก็ยังมาเรียน เลยไม่เข้าใจว่า มีซื้อใบปริญญากันด้วยเหรอ หรืออาจจะมีเราก็ไม่รู้ แต่เราไม่ได้ซื้อแน่นอน และไม่มีเงินมากขนาดนั้น ส่วนคนที่เขาซื้อก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา คงมีความจำเป็น แต่ถ้าถามว่าเชื่อไหมว่ามีการซื้อขายใบปริญญากัน ก็ยังบอกว่าไม่เชื่อ"นางกรรณิการ์ บอก

 สำหรับค่าหน่วยกิตของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ได้รับการเปิดเผยจากอาจารย์ท่านหนึ่งว่า ถ้าเรียนได้ด้านศึกษาศาสตร์ ระดับปริญญาโท ค่าหน่วยกิตประมาณ 99,000 บาท หลักสูตรบริหารธุรกิจ MBA จำนวน 10,700 บาท หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ 114,600 บาท