
ปลัดศธ.ลาออกมีผลทันทีสมัครส.ส.ปชป.
ชินวรณ์ จับมือ ปลัด ศธ.แถลงข่าว ปลัด ศธ.สละเก้าอี้ลงสมัครส.ส.ปชป. ใบลาออกมีผลตั้งแต่ 19 เม.ย. พร้อมดันโผแต่งตั้งโยกย้ายซี 11 เข้าครม.
(19เม.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) แถลงข่าวพร้อม นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) ว่า นายเฉลียว ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ปลัด ศธ. หลังจากที่รับราชการมาถึง 41 ปี ปลัด ศธ.ให้เหตุผลว่าต้องการลาออกจากการรับราชการเพราะประสงค์จะไปทำงานให้กับบ้านเมือง เห็นว่ามีเหตุผลสมควรสนับสนุน ให้กำลังใจคนที่ตั้งใจทำงานให้ส่วนรวม จึงอนุมัติให้ตามคำขอ โดยหนังสือลาออกจะมีผลเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. ที่สำคัญตนเป็นคนเชื้อเชิญปลัด ศธ.ให้เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อของพรรค เพราะตนเห็นว่าปลัด ศธ. เป็นบุคคลที่มีความสามารถสนใจการเมือง ซึ่งจริง ๆ แล้วเราก็ต้องการแสวงหาคนดี คนมีความสามารถเข้าสู่การเมืองอยู่แล้ว ขณะนี้ ปลัด ศธ. ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรค ปชป.เรียบร้อย จากนี้กรรมการบริหารพรรคจะได้พิจารณาไปตามขั้นตอน
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะมีการตั้งผู้บริหารมาดำรงตำแหน่งปลัด ศธ. แทน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติเพราะเมื่อมีตำแหน่งว่าง รมว.ศธ.ที่ดูแลกระทรวงก็ต้องแต่งตั้งคนอื่นเข้ามาแทนเพื่อให้การทำงานมีความต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ก็พร้อมอยู่แล้วที่จะเสนอรายชื่อโยกย้ายแต่งตั้งระดับ 11 เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารครั้งนี้จะใกล้ช่วงการเลือกตั้งก็ไม่ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะจำเป็นต้องแต่งตั้งคนใหม่มาเพื่อให้การปฏิบัติงานต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนนโยบายปฏิรูปการศึกษา ทศวรรษที่ 2 รวมถึงข้าราชการทุกระดับก็ควรจะทำงานอย่างเต็มที่โดยไม่เอาข้อจำกัดเรื่องของการยุบสภามาเป็นข้ออ้าง ต้องทำงานด้วยความเข้มแข็งต่อไป ส่วนการพิจารณาบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่งระดับ 11 แทนนายเฉลียว นั้นจะยึดหลักอาวุโส ประสิทธิภาพการทำงานเป็นหลักการพิจารณา
ด้าน นายเฉลียว กล่าวว่า 41 ปีที่รับราชการมานั้นได้ทำงานในทุกตำแหน่ง เริ่มตั้งแต่ครูผู้สอนระดับเล็กไต่เต้ามาเป็นผู้บริหาร และสุดท้ายเป็นปลัด ศธ. อย่างไรก็ตาม ยังอยากทำงานอีกด้าน จึงสมัครใจลาออกจากราชการมาเล่นการเมืองและตั้งใจช่วยพรรค ปชป.ทำงานด้านการศึกษาและขอขอบคุณผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนที่ช่วยทำงานให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ตลอดมา
ส่วนผู้จะมาเป็นปลัด ศธ.คนใหม่นั้น เคยเขียนไว้ในหนังสือ 119 ปีของ ศธ.แล้วว่าปลัด ศธ.ยุคใหม่หลังจากที่ ศธ. ได้ปฏิรูปโครงสร้างเป็น 5 องค์กรหลักนั้นแต่ละองค์กรหลักมีอำนาจเด็ดขาดในตนเอง ไม่จำเป็นต้องเสนอเรื่องมาผ่าน ปลัด ศธ. เหมือนเมื่อครั้งยังมีฐานะเป็นกรมอยู่ เพราะฉะนั้น ปลัด ศธ.ยุคใหม่ควรมีความสามารถในการประสานงาน เป็นตัวประสานระหว่างรัฐมนตรี และแต่ละองค์กรหลัก เพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานสำเร็จตามนโยบาย



