ไลฟ์สไตล์

หลักการปกครองที่ดี ๖ ประการ

หลักการปกครองที่ดี ๖ ประการ

20 เม.ย. 2554

หลักธรรมสำหรับผู้นำหมู่ชนทุกระดับ ให้ปกครอง-บริหารหมู่คณะ ให้ถึงความเจริญ-สันติสุข และนำไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์ได้สำเร็จ และเจริญขึ้นได้ ด้วยหลักการปกครอง/การบริหารที่ดีอีก ๖ ประการ ดังต่อไปนี้

  ๑.หลักความถูกต้อง กล่าวคือ ผู้นำหรือผู้ปกครอง/ผู้บริหารหมู่คณะทุกระดับ พึงปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามหลัก “ธรรม” และเว้นขาดจากการปฏิบัติ “อธรรม” 

 ๒.หลักความเหมาะสม รู้จักยืดหยุ่น ผ่อนหนัก-ผ่อนเบา โดยไม่เสียหลักการ โดยอาศัยหลักสัปปุริสธรรม ๗ คือ ความเป็นผู้รู้จักพิจารณาเหตุ สังเกตผล ความเป็นผู้รู้จักบุคคล รู้จักฐานะของตน รู้จักประชุมชน  รู้จักกาลเวลาที่เหมาะสม และรู้จักประมาณในการบริโภค-ใช้สอยทรัพย์ ตลอดทั้งงบประมาณของแผ่นดินให้ได้ประโยชน์คุ้มค่า ไม่สูญเปล่า ฯลฯ เป็นต้น

 ๓.หลักความบริสุทธิ์ กาย-วาจา-ใจ ด้วยธรรมปฏิบัติดังกล่าว และ/หรือการบริหารกิจการ ตลอดทั้งการบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยจิตใจซื่อ-มือสะอาด โปร่งใส ตรวจสอบได้

 ๔.หลักความยุติธรรม กล่าวคือ ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเที่ยงธรรม ตามหลักนิติรัฐ-นิติธรรม ชื่อว่า  “ยุติธรรม” ให้เสมอหน้ากัน ไม่เลือกปฏิบัติด้วยความลำเอียง

 ๕.หลักพรหมวิหารธรรม (คุณธรรมเครื่องอยู่ของผู้ใหญ่) คือ ปฏิบัติต่อกันด้วยเมตตาพรหมวิหาร 
 ๖.หลักความเสียสละ ผู้นำคน หรือนักปกครอง/นักบริหาร เป็นผู้มีอำนาจเหนือผู้อื่น พึงลดมานะ  ละทิฏฐิ ด้วยความเสียสละความสุขส่วนตน และสละความเห็นแก่ตัว เพื่อประโยชน์สุขของหมู่คณะ  และ/หรือเพื่อประเทศชาติและประชาชนโดยส่วนรวม

 ด้วยคุณธรรมของผู้นำ และประชาชนทุกหมู่เหล่าดังที่กล่าวนี้ ประชาชนก็จะอยู่ร่วมกันด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ไม่ต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์ สมดังพระพุทธภาษิตมีมาในธัมมิกสูตร (องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๗๐/ ๙๘-๙๙) มีความว่า

 “ในหมู่มนุษย์ ก็เหมือนกับฝูงโค ผู้ใดได้รับสมมติให้เป็นใหญ่ ถ้าผู้นั้นประพฤติไม่เป็นธรรม  ประชาชนที่เหลือก็ย่อมประพฤติไม่เป็นธรรมตามโดยแท้ ราษฎรย่อมอยู่กันอย่างเป็นทุกข์ทั่วหน้า ถ้าราชการไม่ตั้งอยู่ในธรรม”

 และมีมาในพระไตรปิฎก (ขุ. ธ. ๒๕/๒๔/๔๑)  อีกว่า “สุขา  สงฺฆสฺส  สามคฺคี” หมายถึง “ความสามัคคีพร้อมเพรียงแห่งหมู่ นำสุขมาให้”
          
"พระราชญาณวิสิฐ (หลวงป๋า) "