
แนะศธ.ใช้กม.คุมม.เอกชนที่ขายใบปริญญา
สกอ.เตรียมเสนอ รมว.ศธ. ใช้อำนาจตามมาตรา 86 วรรค 2 ของพระราชบัญญัติอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 เข้าไปจัดการ เข้าควบคุม ม.เอกชนที่ขายใบปริญญา หลังพบผลการสอบสวนเบื้องต้นชี้ไปทางที่มีมูล เลขาฯสกอ.ชี้ มหาวิทยาลัยขาดหลักฐานสำคัญยืนยันการเข้าเรียนจริงหลายชิ้น แถมพ
(18เม.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายว่า สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นกรณีมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งขาย และปลอมใบปริญญาหลักสูตร ป.โทบัณฑิต ซึ่งมีข้อมูลจากบุคคล 4 คนที่อ้างตัวว่าซื้อปริญญาจากมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้ในราคา 4-5 หมื่นบาทโดยไม่ได้ไปเรียนจริง
ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ สกอ.แต่งตั้งขึ้นได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลแล้วไม่ว่าจะเป็นอธิการบดี รองอธิการบดีฝ่าย บริหาร ฝ่ายวิชาการ และฝ่ายวิจัย รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ข้อเท็จจริงที่ได้รับพบมีมูลชี้ไปในทางว่า มหาวิทยาลัยแห่งนั้นขายและปลอมใบปริญญา เพราะทางมหาวิทยาลัยนั้นไม่มีหลักฐานสำคัญหลายชิ้นที่จะมายืนยันได้ว่าบุคคลทั้ง 4 รายข้างต้นเข้าเรียนจริง
“ได้กำชับให้เลขาธิการ กกอ.เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามหาวิทยาลัยมีการซื้อขาย ปลอมใบปริญญาจริงก็สามารถใช้มาตรา 86 วรรค 2 ของพระราชบัญญัติอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 เข้าไปจัดการ เพราะมาตราดังกล่าวให้อำนาจ รมว.ศธ. สั่งให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ฝ่าฝืนกฎหมาย กฎกระทรวงหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น ต้อง อยู่ในความควบคุมของ สกอ. โดยให้ รมว.ศธ.แต่งตั้งกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คนแต่ไม่เกิน 15 คนทำหน้าที่แทนสภาสถาบันแห่งนั้น และให้ลงประกาศคำสั่งควบคุมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยไม่น้อยกว่า 3 วัน ” นายชินวรณ์ กล่าว
นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากดำเนินการกับมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้แล้ว ยังสั่งการให้ สกอ.ขยายผลตรวจสอบสถาบันอื่นที่ซื้อขายปริญญา หรือออกใบปริญญาให้ทั้งที่จัดการเรียนการสอนไม่ได้ตามมาตรฐานหลักสูตร แต่ขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลของสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ นอกจากนั้น ยังสนับสนุนให้นักศึกษาที่เข้าเรียนจริงกับสถาบันที่มีปัญหาเหล่านี้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายฟ้องร้องทางแพ่งและอาญาซึ่ง ศธ.ยินดีให้การสนับสนุนเต็มที่เพื่อถอนรากถอนโคน และขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เร่งรัดตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย
ด้าน นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาธิการ กกอ.) กล่าวว่า กรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะสรุปผลการสอบวันที่ 25 เม.ย.นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้มหาวิทยาลัยส่งหลักฐานสำคัญมาให้ซึ่งทางมหาวิทยาลัยระบุว่าจะส่งวันที่ 25 เม.ย.สำหรับผลการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น แนทางการสอบสวนจะอยู่ในกรอบของการพิสูจน์ว่ามหาวิทยาลัยขายใบปริญญาให้กับบุคคลที่ไม่ได้มาเรียนจริงหรือไม่ โดยให้มหาวิทยาลัยนำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ มายืนยันว่าบุคคลทั้ง 4 รายได้เข้าเรียนจริง
แต่เบื้องต้น มหาวิทยาลัยไม่สามารถแสดงหลักฐานสำคัญหลายชิ้นเพื่อยืนยันการเข้าเรียนจริง ไม่ว่าจะเป็นใบสมัครเข้าเรียนซึ่งมหาวิทยาลัยนั้นอ้างว่าจะส่งให้วันที่ 25 เม.ย. ขณะที่ทะเบียนนักศึกษาก็ไม่พบข้อมูลส่วนตัวของนักศึกษาทั้ง 4 ราย ส่วนหลักฐานเกี่ยวกับการประเมินผลการเรียนของนักศึกษานั้นซึ่งทุกมหาวิทยาลัยจะต้องเก็บข้อสอบ กระดาษคำตอบของนักศึกษาแต่ละรายไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี แต่มหาวิทยาลัยก็ยังไม่สามารถส่งเอกสารส่วนนี้ให้ได้ อ้างว่าจะนำมาให้วันที่ 25 เม.ย.เหมือนกัน ที่สำคัญ พบข้อมูลว่ามีการปลอมแปลงเอกสารการฝึกสอนเป็นเอกสารปลอมที่มีการปลอมลายเซ็นต์ของผู้อำนวยการโรงเรียนและครูซึ่งเป็นผู้ประเมิน
“หลังจากกรรมการสรุปผลการสอบสวนแล้ว สกอ.จะทำรายงานมายัง รมว.ศธ. และเสนอแนะ ถ้าพบว่ามหาวิทยาลัยผิดจริงก็สามารถใช้มาตรา 86 วรรค 2 ให้ รมว.ศธ.ตั้งกรรมการไปควบคุมสถาบัน กรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยรวมทั้งทำหน้าที่บริหารจัดการด้วยและในกฎหมายไม่มีการระบุไว้ว่าสามารถควบคุมได้เป็นเวลานานเท่าไร จนกว่าจะมั่นใจว่าได้วางระบบจนเข้าที่เข้าทางแล้วกรรมการควบคุมและ สกอ.จึงจะมาวินิจฉัยว่าควรเสนอ รมว.ศธ.สั่งเลิกการควบคุม”นายสุเมธ กล่าว



