
พึ่งตนพึ่งธรรม-"คงคา"สายน้ำแห่งการละลายชนชั้น
"ปล่อยปลาหรือ ปล่อยวางดีกว่า โยม "
พระมหาเส็ง ญาณิสฺสโร พระวิทยากรที่พาเราล่องแม่น้ำคงคายามเช้ามืด ในเมืองพาราณสี หรือ วาราณสี (Varanasi) ตั้งอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ตอบคำถามนักแสวงบุญชาวไทยคนหนึ่ง ที่เห็นแม่น้ำ แล้วก็อยากปล่อยปลาขึ้นมาทันที และเมื่อได้รับคำตอบจากท่าน ไม่เพียงแต่นักแสวงบุญท่านนั้นจะตาสว่าง คนที่อยู่ในเรือก็ตาสว่างขึ้นมาอีกหนึ่งคนคือฉัน ยิ่งสองฟากฝั่งแม่น้ำคงคาที่เห็น เป็นบรรยากาศที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ก็ยิ่งทำให้ปลงอนิจจังมากขึ้น
ขณะที่พระจันทร์ยังลอยเด่นบนท้องฟ้า แสงพระอาทิตย์กำลังมาเยือน ไฟตามท้องถนนค่อยๆ ดับลง นักแสวงบุญกลุ่มนี้ยังคงอยู่ในเรือที่จอดอยู่นิ่งๆ กลางแม่น้ำคงคง ฟังเสียงบรรยายธรรมจากท่านมหาเส็ง พระหนุ่มจากวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ที่ไปเรียนต่อปริญญาเอก ทางด้านพุทธศาสนาในอินเดียมาเกือบ ๕ ปีแล้ว
ท่านเล่าว่า ในเมืองพาราณสีนี้ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีหรือยาจก เมื่อเผาแล้วก็มาลอยอังคารที่นี่ ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู เมื่อมนุษย์ตาย กระดูกก็จะได้ชะล้างโดยแม่น้ำคงคา เป็นการชะล้างบาปครั้งสุดท้ายแล้วจะได้ไปสวรรค์
"และฝั่งนี้คือ สวรรค์ "
พระมหาเส็งชี้ไปฝั่งที่เราจากมา ยังไม่ทันสว่างก็เต็มไปด้วผู้คนเดินอยู่ริมฝั่งมากมาย บางคนมานอนอยู่ริมแม่น้ำคงคาแห่งนี้ บางคนก็มาสวดมนต์บูชาไฟทั้งคืน บางคนก็มาอาบน้ำ ฝั่งนี้จึงเต็มไปด้วยชีวิต มีแสงไฟสว่างไสว ส่วนอีกฝั่งหนึ่งนั้น กลับวังเวง เคว้งคว้างยิ่งนัก แต่หากมองโดยมิได้คิดปรุงแต่ง ฝั่งที่ไม่มีอะไรดูสงบเงียบกว่า และน่าไปมาก
พระมหาเส็งบอกว่า มีศพอยู่ ๕ ชนิดที่ไม่เผา แต่เอามาลอยแม่น้ำคงคาเลย คือศพคนถูกงูกัด ศพคนถูกฟ้าผ่า ศพเด็ก ศพนักบวช และศพหญิงตายท้องกลม
"เมื่อทำพิธีเสร็จก็จะนำมาไว้ที่ท่าน้ำ แล้วจัดลอยศพ เมื่อศพถูกถ่วงลงในแม่น้ำคงคา และพอเชือกขาดก็ไปติดฝั่งโน้น ซึ่งเรียกว่าฝั่งนรก"
อืมม์ ฝั่งที่ฉันคิดว่าเงียบสงบ และน่าอยู่นั้น คือฝั่งนรกนี่เอง
พระมหาเส็งยังบรรยายต่อไป ขณะที่นายท้ายเรือค่อยๆ จ้วงน้ำทีละครั้งๆ
"การเคารพน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือแม่น้ำคงนั้น ชาวฮินดูเขามาอาบน้ำล้างบาป แต่คติทางพุทธศาสนาไม่สามารถล้างบาปได้ด้วยน้ำ แต่การล้างบาปตามคติพุทธศาสนาคือ การอาบน้ำแห่งศีล อาบน้ำสมาธิ และอาบน้ำแห่งปัญญา ก็สามารถชำระล้างจิตใจให้ขาวสะอาดได้ ถ้าหากน้ำในแม่น้ำคงคา สามารถชำระล้างบาปได้แล้วไซร้ กุ้งหอยปูปลาที่อยู่ใต้น้ำ ก็คงจะขึ้นสวรรค์ไปหมด
"แต่ในเมื่อเรามาในถิ่นของชาวฮินดู ก็ควรจะศึกษาความเชื่อของชาวฮินดูสักหน่อย ว่าเขาได้เรียนรู้อะไรกันบ้างจากความเชื่อ และเราได้เเรียนรู้ธรรมะอะไรจากเขา อย่างน้อยที่สุด และอย่างมากที่สุดด้วย ชั่วขณะที่เขามาอยู่ที่นี่และมีความเชื่ออย่างหมดจิต หมดใจ ภายในจิตเขา ไม่มีความลังเลสงสัยอื่นใดเหลืออยู่เลย เขามาถึงก็หันหน้าไปทางพระอาทิตย์ แล้วสุริยนมัสการ หวังเพียงว่า เมื่อหมดลม ก็จะกลับไปอยู่กับพระเจ้าที่เขาเชื่อ หลายคนมาแม่น้ำคงคาแล้วก็เอาน้ำในแม่น้ำคงคากลับไปอาบ มหาตมะ คานธี ท่านก็ทำเช่นนี้เหมือนกัน และนั่น เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราเห็นว่า แม่น้ำนั้นมีคุณเพียงใดต่อชีวิต หากไม่มีน้ำ ก็ไม่มีเรา"
เมื่อมองย้อนมาที่ชาวไทย เราได้เคารพแม่น้ำดั่งคนอินเดียหรือไม่ เราเคารพต้นไม้อย่างชาวฮินดูหรือไม่ เราตัดต้นไม้ราวกับว่า ต้นไม้สามารถงอกได้ในพริบตา เราจะเรียกตัวเองว่าเป็นชาวพุทธได้อย่างไร หากไม่เคารพแผ่นดิน ไม่เคารพแม่น้ำ ไม่เคารพต้นไม้ ไม่เคารพชีวิตอื่น จนธรรมชาติแปรปรวนเช่นนี้ เกิดสึนามิอีกกี่รอบ เรายังไม่รู้ว่า ตัวเราเป็นผู้กระทำทั้งนั้น ขณะที่ชาวฮินดู เขามาตัวเปล่า และเขาก็กลับไปตัวเปล่าอย่างไม่อาลัยไยดี
แล้วใครกันที่มีธรรมะอยู่ในใจ ใครกัน คือชาวพุทธ ?
เมื่อเรือล่องผ่านไปที่บริเวณเผาศพ พระมหาเส็งก็บรรยายธรรมให้ผู้แสวงบุญฟังต่อ
"วันนี้มีศพน้อยนะ แต่ที่นี่ กองไฟไม่เคยมอด กลางคืนถ้าเขาไม่นอนกันก็สวดพระเวททั้งคืน ริมแม่น้ำคงคาตอนเย็นๆ ก็มีพิธีบูชาไฟตลอด แม่น้ำคงคานี่ลึกมาก เมื่อมองมาด้านบน ทางโค้งจะคล้ายพระจันทร์เสี้ยว เหมือนกับที่อยู่บนหน้าผากของพระศิวะ บริเวณนี้จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู ตอนเช้า น้ำไหลไปฝั่งนี้ ตอนเย็นน้ำก็ไหลกลับไปทางเดิม ชาวฮินดูเขาถือว่า เจอศพถือว่าโชคดี
"นั่นคือโรงแรม ตตต. หรือโรงแรมเตรียมตัวตาย ชาวฮินดูเชื่อว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต ก่อนตาย จะต้องมาอาบน้ำชำระล้างบาป แล้วก็ต้องการให้ร่างกายของตัวเองมาตายลงที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา เพื่อให้ถูกเผาที่นี่ ที่ท่าแห่งนี้มีความเชื่อกันว่า พระวิษณุ มาบำเพ็ญตบะเป็นเวลาหลายพันปีด้วยกัน แล้วท่านบอกว่า สถานที่นี้ต่อไป จะเป็นสถานที่ชะล้างมลทินก่อนที่จะไปถึงสวรรค์ ไฟเผาศพคนจึงไม่เคยมอดดับนับแต่นั้น และสุดท้ายทุกคนก็ต้องมา ไม่ว่า รวยจน วรรณะใดก็ตาม ก็จะถูกเผาที่นี่ แล้วกระดูกก็ถูกละลายที่นี่ ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ก็ถูกหลอมรวมที่นี่ เป็นอนุสติ เป็นมรณสติว่า ไม่ว่าใคร วรรณะอะไร ไม่ว่าอำมาตย์หรือไพร่ก็ต้องมาตายที่นี่เหมือนกันหมด"
เมื่อมาพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ในชาวฮินดูกลับมีคติพุทธแฝงอยู่ไม่น้อย และในคนที่เรียกว่าตัวเองเป็นชาวพุทธกลับเต็มไปด้วยความเชื่ออย่างฮินดูก็มาก แต่ความจริงก็คือ แม่น้ำคงคา ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่า ตนเองคือ แม่น้ำคงคง หากยังคงไหลจากที่สูงลงต่ำอย่างไม่เลือกที่เสมอมา ไม่ว่าความเชื่อของคนจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม



