ไลฟ์สไตล์

เล่นหูเล่นตา-น้องรักนักร้อง

เล่นหูเล่นตา-น้องรักนักร้อง

18 เม.ย. 2554

นุชนาฎกับสีเกดเพิ่งเดินออกจากห้องฉันตอนเที่ยงคืนครึ่ง ฉันปิดประตูแล้วเดินกลับมาหาเหตุผลและสิ่งเหนือเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นเพราะความบังเอิญ ความตั้งใจ พระเจ้า หรือบุญกรรมที่ทำไว้แต่หนไหน จึงได้ส่ง 2 ผู้ช่วยผู้เป็นดั่ง “ลัก-ยม”

มาให้เป็นของขวัญแก่ฉันผู้ซึ่งพยายามกางปีก ตีปีก กระพือปีก อะไรก็ได้ที่ทำให้รู้สึกเอาเองว่า “เอาอยู่” (ที่ไม่ใช่คำกริยา) “ยังไหว” ทั้งที่จริงแล้ว “ตายคาที่” มาตั้งหลายทีแล้ว ทั้งโชคชะตา วิบากกรรมคละเคล้าเข้ากับความเกลียดชังและริษยาที่ถาโถมจนฉันเซซัดเซโซ แล้วโมโหตัวเองที่อ่อนแอและจริงจังกับสิ่งเหล่านั้นจนเกินไป ในยามที่ทุกสิ่งประเดประดังเข้าใส่จนหัวใจขี้เกียจจะเต้น ในวาระซ่อนเร้นของจิตใจ ฉันร้องขอบางสิ่งที่ไม่มีใครได้ยิน …จู่ๆ เงาอ้วนๆ 2 ร่างก็ปรากฏขึ้น…

 “พี่คะ…เพื่อนหนูคนนี้ชอบพี่มากเลยค่ะ”

 หญิงสาววัย 30 ต้นไปชนปลาย 2 คน คนหนึ่งขาวสูงอวบ สวมแว่น ท่าทางมีการศึกษา มีมารยาท และมีชาติตระกูล (ภายหลังจึงพบว่าเดาถูกเฉพาะ 2 ข้อแรก) อีกคนหนึ่งจมูกโง้ง ตาคม ใบหน้างดงามเหมือนลูกแขกขาว ยืนสงวนท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้อยู่ใกล้ๆ เหมือนถูกใครบังคับจิตใจให้มา กล่าวทักทายกันครั้งแรกในชีวิต หลังจากนั้นหลายเดือนความสัมพันธ์ฉันพี่น้องจึงเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างอิ่มหมีพีมัน ของฝากจำพวกของกินที่ฝากทิ้งไว้ผ่าน รปภ.ของคอนโด มีมาให้ไม่ขาดปาก ทั้งขนมนมเนยเลยไปถึงเป็ดย่าง ว่างๆ ก็มีน้ำใบบัวบกมาให้ซดแก้ช้ำใจ เอ๊ย ช้ำใน

 “นุช-เกด มาเป็นผู้ช่วยรับงานให้พี่หน่อยได้มั้ย?”

 ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องที่ไม่เคยมีพิธีรีตอง เวลานี้กำลังจะกลายเป็นลูกน้องที่มีกฎกติกามารยาทอีกมากมายที่ต้องเข้าใจและบังคับใช้ร่วมกัน ทำให้ 2 นางหยุดชะงัก เครื่องหมายคำถามผุดขึ้นกลางหน้าผาก แปลได้ว่า “กูจะทำไหวเร้อ?” ไม่ทันได้ตั้งตัวภาระหน้าที่ของผู้ช่วยก็ถูกยัดเยียดให้อย่างไร้ข้อต่อรอง ยิ่งกว่าถูกมัดขาไว้แล้วจงใจกระโดดถีบให้ล้มทั้งยืน

 “พี่ไม่ใช่คนดีสักเท่าไหร่”

 คุณสมบัติประจำตัวข้อแรกที่ต้องแจ้งให้ทั้งสองทราบ ก่อนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เต็มอัตรานั้นแสนจะโจ่งแจ้งและล่อนจ้อนว่า “อย่าเอามาตรฐานหรือบรรทัดฐานใดๆ ที่คนดีๆ เขาทำกันมาวัดกับคนอย่างพี่ เพราะคนอย่างพี่ไม่มีมาตรฐาน มีแต่อารมณ์!”

 เมื่อคนดี 2 คนต้องมาอยู่ร่วมกับคนไม่ค่อยจะดีหนึ่งคน จึงควรรู้ไว้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไปและปฏิบัติต่อกันเช่นไร เมื่อเข้าใจตรงกันเช่นนั้นแล้วก็ร่วมงานกันได้ แม้จะต้องลำบากใจในภายภาคหน้า เมื่อต่างรู้กันอยู่แก่ใจว่าที่อยู่กันได้จนทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะความดีแต่เพราะเงินดี!

 “ไม่! พี่ไม่ไป พี่ไม่อยากไป อย่ามาบังคับจิตใจพี่” นักร้องกับน้องรักทั้งสองต้องอยู่ร่วมกันอย่างกล้ำกลืนฝืนทนอยู่หลายหน เพราะอีแก่มันชอบใช้แต่อารมณ์!

 “เดี๋ยวๆ คุณพี่ฟังน้องก่อนนะ น้องมีเหตุผลว่าคุณพี่ควรจะรับงานนี้ถึงแม้เงินจะไม่มากและงานจะยาก แต่ทำแล้วเป็นเกียรติเป็นศรี ใช่มั้ยพี่สีเกด?” นุชนาฎหาผู้ร่วมอุดมการณ์

 “อือ…น้องก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน งานอื่นน้องไม่เคยบังคับพี่ แต่งานนี้น้องขอ”

 จะชักดิ้นชักงอแค่ไหน ในที่สุดฉันก็ถูกลากถูลู่ถูกังไปจนได้ ทั้งสองหน้าบาน แต่นักร้องที่หน้าไม่สวยทำหน้าเป็นกระบวยตักน้ำล้างทีน แม้คำชมที่ตามหลังมาจะท่วมท้น ฉันก็ไม่กลับไปขอบใจเดี๋ยวคราวหน้ามันจะมาบังคับฉันอีก คนพวกนี้มันดูหนังเยอะ อ่านหนังสือแยะ มันถึงได้ใช้เหตุผลที่จำมาจากสิ่งเหล่านั้นมาคอยหว่านล้อมให้ฉันทำตาม มีการศึกษาดี ประวัติการทำงานดีแถม

 “หนูรู้ว่าพี่ทำได้ หนูมั่นใจ…เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

 กำลังใจที่ไม่น่าให้อภัย เพราะตูทำไม่ได้ แล้วใครๆ ก็รู้ว่ามันจะผ่านไปเฉยๆ ฟังแล้วไม่รู้สึกว่าได้กำลังใจนอกจากไฟออกหู ขอความช่วยเหลือไม่ได้ขอกำลังใจ ถ้าทำเองได้จะเรียกมาช่วยหาศัสตราวุธอันใด อย่างนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกว่าช่วยก็เหมือนไม่ช่วย สุดท้ายฉันต้องแก้ปัญหาเอาเองด้วยการเก็บอารมณ์ไว้แล้วใช้สติ ไฟทางออกก็จะสว่างวาบขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งนุชและเกดรู้อยู่แล้วตั้งแต่ทีแรกว่าคนอย่างฉันไม่มีวันที่จะจนแต้ม ไม่ใช่เพราะฉลาด แต่เพราะ…ร้าย!

 “พี่นั่งลง เดี๋ยวหนูจัดการเอง”

 ดึกดื่นค่อนคืนที่ใครๆ เขาคงไปหลับไปนอน หรือนอกเอกเขนกดูทีวีสบายใจ แต่นุชนาฎและสีเกดกำลังเช็ดอ้วกที่พุ่งกระจายอยู่ข้างโถชักโครกราวกับโจ๊กหกใส่ห้องน้ำ

 “เอ้า! บ้วนปากก่อน นั่งลงๆ เดี๋ยวน้องเอายาให้กิน”

 ไม่ได้ไปอกหักรักคุดกับใครจนเมาอ้วกแตกอ้วกแตนอย่างที่จินตนาการไปตามความคิด และไม่ใช่เพราะแก่ แต่เพราะอาหารไม่ย่อย ร่างกายเลยหาทางออกด้วยการสำรอกออกทางปาก คนที่ลูบหลังและส่งน้ำให้คือ ผู้ช่วยทั้งสองของฉัน นางเฝ้าอยู่ดูอาการจนเห็นว่าไม่ตายคาที่จึงได้แยกย้าย วันไหนเกิดคออักเสบต้องไปฉีดยาเข้าเส้นอยู่เกือบชั่วโมง หันไปมองทั้งสองคนก็ยังอยู่ที่เดิม…อยู่ข้างๆ ฉัน น้ำตาจะไหล ไม่ใช่ซึ้ง แต่เจ็บที่เข็มเจาะ แม้กระทั่ง “ปวดขี้” ในที่และเวลาอันมิควร กันดารและขาดแคลนทั้งห้องน้ำและกระดาษเช็ดก้น แต่ทั้งสองคนก็ยังหาทางให้ฉันปลดปล่อยจนได้

 “คุ้มครองไทเฮา…ไทเฮากำลังจะมีพระประสูติกาล” ขี้ไปขำไปอยู่อย่างนั้น

 คน 3 คนมารู้จักกัน เข้าใจกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน อาจเป็นเรื่องราวของความบังเอิญที่ใครเขาเชื่อกัน ส่วนฉันทุกอย่างบนโลกนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว จะด้วยบุญกรรมหรือพระเจ้าทำก็แล้วแต่ มันคือสิ่งที่ทำให้ฉันได้รู้ว่า … “ในความโชคร้ายยังมีความโชคดี”

 ฉันอาจโชคร้ายเรื่องความรัก แต่ฉันก็ยังโชคดีที่มีมิตรภาพมาทดแทน มีคนบอกว่า ความรักกินเข้าไปไม่ได้ แต่ไม่เคยมีใครพูดว่า มิตรภาพกินเข้าไปไม่ได้ ในฐานะของผู้หญิงคนหนึ่ง ฉันอาจไม่มีผู้ชายสักคนมารัก แต่ในฐานะของนักร้อง ฉันก็ยังมีน้องสองคนที่รักฉัน ถึงตรงนี้…คำพูดของหมอดูสมัครเล่นคนหนึ่งที่ทักฉันไว้เมื่อ 10 ปีที่แล้วก็แวบเข้ามา

 “ในอนาคตจะมีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตพี่ แต่จะได้มาพร้อมกันเป็นคู่”

 ที่แท้ก็อี 2 ตัวนี่เอง นึกว่าผัว ฮึ! รมณ์เสีย

เจนนิเฟอร์ คิ้ม