ไลฟ์สไตล์

คนรักหมา -เหนื่อยไหม...เซ็กซี่ ?

คนรักหมา -เหนื่อยไหม...เซ็กซี่ ?

17 เม.ย. 2554

ผมเรียนจบโรงเรียนเสนาธิการทหารบกเมื่อ 1 ปีผ่านไปพร้อมๆ กับได้เลื่อนยศเป็นพันตรี แล้วเลือกกลับมารับราชการยังกองทัพภาคที่ 4 ณ ปักษ์ใต้บ้านเราสมตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก

 เอาว่าถึงขนาดขนข้าวของประจำบ้านเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ เท่านั้นติดตัวมากรุงเทพฯ เพื่อเรียนโรงเรียน เสธ. ส่วนที่เหลือฝากไว้ในค่ายนั่นเอง มั่นใจขนาดนั้น...

 ตอนนี้ครอบครัวเรามีรถเก๋งเล็กๆ คันหนึ่งไว้ใช้งานแล้ว เป็นรถโฟล์คเต่ามือสองสีเขียวก้านมะลิ การเดินทางกลับนครศรีธรรมราชของเราทั้ง 5 ชีวิตจึงอัดกันไปในรถเล็กๆ คันนี้ ผมทำหน้าที่คนขับ ภรรยานั่งหน้า ส่วนลูกสาวทั้งสองและพี่สาวเซ็กซี่ก็นั่งเบียดทะเลาะเบาะแว้งกันไปตลอดทางที่เบาะหลัง

 เซ็กซี่มาอยู่กับครอบครัวเราครั้งแรกเมื่อผมกับภรรยาเพิ่งแต่งงานกันเมื่อปี 2515 มาถึงตอนนี้ เวลาผ่านไป ครอบครัวเรามีสมาชิกตัวน้อยๆ เพิ่มมาอีก 2 สาว นับศักดิ์แล้วก็เป็นน้องสาวของเธอ 

 ผมจากร้อยโทเมื่อตอนเอาเซ็กซี่เข้าบ้าน มาตอนนี้เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ยศพันตรีจบโรงเรียนเสนาธิการทหารบกแล้ว ดังนั้น ปลายปี 2522 ที่ผมกำลังพาครอบครัวกลับนครศรีธรรมราชครั้งนี้ เซ็กซี่จึงอยู่กับเรามาแล้วเกือบ 7 ปีเต็ม เท่าๆ กับอายุของเธอ ซึ่งหากคิดคำนวณเทียบอายุคนตามสูตรที่เคยอ่านเห็นในหนังสือที่ว่า ปีแรกของหมาเท่ากับ 15 ปีของคน ที่เหลือ 1 ปีหมาเท่ากับ 5 ปีคน เซ็กซี่ก็อายุได้ 45 ปีแล้ว เป็นคนก็เข้าวัยกลางคน

 เป็นหมาก็คงต้องเรียก “วัยกลางหมา”

 ชีวิต 45 ปีของเซ็กซี่นับว่าผ่านเหตุการณ์อะไรต่อมิอะไรมามากมายเหลือเกิน เริ่มจากการสูญเสียพี่ชายที่แสนดี-มิคกี้ไปตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ครั้นโตขึ้นมาหน่อยพ่อก็หายไปร่วม 5 ปี (หมา)แล้วกลับมาพร้อมกลิ่นนมเนยคลุ้งไปหมดคือตอนที่ผมไปเรียนเมืองนอก ระหว่างนั้นเมื่อเป็นสาวครั้งแรกก็พลาดท่าเสียทีจนมีลูก แล้วเหลือเจ้าบู๊ให้สั่งสอนเพียงตัวเดียว ได้เห็นน้องสาวคนแรกที่พ่อแม่แสนทะนุถนอม ช่วยแม่เลี้ยงน้อง ย้ายบ้านขึ้นรถไฟข้ามวันข้ามคืน มีน้องสาวอีกคนหนึ่ง และการจากไปของบู๊ ฯลฯ

 เซ็กซี่รับรู้ประสบการณ์และเรื่องราวต่างๆ ในครอบครัวของเราแทบจะไม่แตกต่างไปจากผมและภรรยาเลย ดังนั้นเซ็กซี่จึงเป็นเสมือน “คน (หมา) เก่าแก่ในบ้าน” ที่ติดสอยห้อยตามกันไปไม่ว่าจะสถานการณ์เช่นใด

 เคยคิดอยากถามเซ็กซี่ว่า...

 เหนื่อยบ้างไหม ?

         บัญชร ชวารศิลป์