ไลฟ์สไตล์

"มิ้ม"สุทธิพัณปล่อยใจไปกับม้าตัวโปรด

"มิ้ม"สุทธิพัณปล่อยใจไปกับม้าตัวโปรด

17 เม.ย. 2554

"...ความสนุกอยู่ที่เป็นกีฬาที่เราเล่นทุกวัน แต่ในแต่ละวันไม่เหมือนกัน เพราะม้าไม่ใช่อุปกรณ์กีฬาที่ไม่มีชีวิตจิตใจ บางวันอารมณ์ดีก็ควบคุมง่าย บอกอะไรก็ทำ บางวันดื้อให้ทำอะไรก็ไม่ทำ เราก็เอาใจเขาด้วยการให้กินลูกอม และแครอท..."

บางช่วงบางตอนที่พรั่งพรูออกมาจากความรู้สึกของสาวสังคม "มิ้ม" สุทธิพัณ พิศาลบุตร ขณะที่เธอนั่งสง่าอยู่บนอานม้าตัวโปรดชื่อ "เอ็มเจ" ซึ่งผูกพันกันมาร่วม 10 ปี นับแต่สาวคนนี้เริ่มหลงใหลกีฬาขี่ม้า

  และใช่ว่าใครนึกสนุกอยากขี่ม้าก็เดินดุ่มๆ เข้ามาที่สมาคมราชกรีฑาสโมสรโปโลคลับ หรือ "โปโลคลับ" สโมสรชื่อดังสไตล์เอ็กซ์คลูซีฟย่านถนนวิทยุเฉพาะไฮซ้อ-ไฮโซ ของกรุงเทพฯ ได้ หากต้องได้รับการฝึกฝนจนชำนิชำนาญ อย่างที่สาวนักบริหารการเงินรุ่นใหม่ ทายาทธุรกิจเกี่ยวกับสระว่ายน้ำ และพัฒนาคุณภาพน้ำ บริษัท ส.นภา จำกัด ผ่านบททดสอบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ  

 "ตอนอายุ 3-4 ขวบไปเที่ยวหัวหิน เห็นคนอื่นขี่ม้าก็ร้องอยากขี่บ้าง หลังจากนั้นไปครั้งไหนก็ชอบขี่ม้าตามชายหาดตลอด อาจเพราะลึกๆ เป็นคนรักสัตว์ด้วย ก็เลยชอบทำกิจกรรมกับสัตว์ พอโตขึ้นต้องควบคุมม้าเองก็รู้สึกว่ากิจกรรมแบบนี้ถ้าไม่รู้วิธีจริงๆ ก็อันตรายเหมือนกัน เพราะม้าเริ่มวิ่งเร็วต้องควบคุมให้ได้ คุณพ่อคุณแม่เลยให้ไปเรียนขี่ม้าจริงๆ จังๆ เลยดีกว่า เลยมาเริ่มเรียนที่สมาคมฯ

 เริ่มจากครู จะพาจูงม้าเดินก่อน เพื่อให้เราสร้างความคุ้นเคย จากนั้นเริ่มให้ม้าเดินเร็วขึ้น และวิ่ง หัดบังคับม้าเลี้ยวซ้าย-ขวา ถ้าเด็กๆ ก็จะมีวิธีไม่ให้เบื่ออาจจะให้เล่นเกมขี่ม้าหยิบของ แรกๆ จะขี่อาทิตย์ละวัน ช่วงที่มีม้าเป็นของตัวเองก็พยายามขี่ทุกวัน โดยเฉพาะตอนเย็นหลังเลิกเรียน และตอนเช้าบ้าง พอมาทำงานก็พยายามตื่น 6 โมงมาขี่ม้า ประมาณอาทิตย์ละ 4 ครั้ง ก่อนขี่ก็ไม่เชิงต้องวอร์มร่างกาย แต่ม้าเขาก็ต้องเตรียมความพร้อมบ้าง เราก็เดินช้าๆ สัก 4-5 รอบก่อนแล้วค่อยควบหนัก " สาววัย 29 ดีกรีปริญญโทด้านการเงิน จาก Syracuse  University นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เล่าแรงบันดาลใจ

 อย่างที่เจ้าตัวบอกกับเรา สำหรับมือสมัครเล่นการทรงตัวอยู่บนอานม้าค่อนข้างยาก เทคนิคสำคัญจึงอยู่ที่สมาธิและรู้จังหวะ ที่สำคัญห้ามวอกแวก เนื่องจากม้ากับคนอาศัยต้องสื่อสารซึ่งกันและกัน เพราะอย่างนี้เธอจึงเลือกมีม้าเป็นของตัวเอง ขณะที่บางคนเช่าม้าของสมาคมฯ
 
 "ซื้อเอ็มเจมาตั้งแต่เขาอายุ 8 ขวบ จากอังกฤษ ตอนนั้นราคา 5 แสนกว่าบาท ถ้าม้าดีๆ ก็ตัวละหลายล้านเลยก็มี เราก็บินไปลองขี่จนชอบ แล้วนั่งเครื่องมา แล้วมาฝากสมาคมเลี้ยง เรามีหน้าที่จ่ายค่าดูแลตั้งแต่ค่าที่พัก อาหาร ค่ารักษาพยาบาลเมื่อม้าเจ็บป่วย ม้าเป็นสัตว์ปวดท้องง่ายจึงต้องดูแลอย่างดี แต่ถึงจะอยู่กับเรามานาน เขาก็ไม่ไม่ค่อยแสดงออก แต่จะสัมผัสได้ว่าเขารู้ว่าเราเป็นเจ้าของ แค่เดินผ่านก็หันมามอง" มิ้ม เผยอย่างอารมณ์ดี  

 พร้อมกับอธิบายให้ฟังว่า กีฬาขี่ม้ามีสองแบบคือ ม้ากระโดด กับศิลปะการบังคับม้า ซึ่งอย่างหลังจะวัดกันที่ความยากง่ายของรูปแบบการทดสอบที่กำหนดขึ้น ส่วนขี่ม้ากระโดดจะมีระดับความสูง ตอนนี้เธอสามารถบังคับม้าให้กระโดดได้สูงราว 1.10 เมตร เป็นระดับกลางๆ ซึ่งหากเป็นการแข่งขันในระดับนานาชาติ อย่าง ซีเกมส์ หรือเอเชี่ยนเกมส์ จะอยู่ที่ 1.30 เมตรขึ้นไป ขณะที่โอลิมปิกเกมส์ เริ่มที่ 1.60 เมตรขึ้นไป พูดง่ายๆ ม้าทุกตัวกระโดดได้ แต่ความสูงไม่เท่ากัน เทคนิคสำคัญจึงอยู่ที่การฝึกทั้งม้าและคนให้กระโดดไปพร้อมๆ กัน  
 ท่าทางสาวนักบริหารการเงินไฟแรง จะถอนตัวลำบากจากกิจกรรมยามว่างประเภทนี้เข้าแล้ว และใช่จะอยากสนุกคนเดียว ยังชักชวนลูกพี่ลูกน้องให้มาร่วมวงไพบูลย์ นั่นด้วยเธอเป็นลูกโทนของ คุณพ่อภุชพงศ์ พิศาลบุตร และ คุณแม่เกตุวลี นภาศัพท์ ซึ่งขี่ม้าไม่เป็นทั้งคู่  การวางใจให้ลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านมาตะลุยกีฬาท้าทาย จึงต้องมีคนสนิทชิดเชื้อมาช่วยดูช่วยแลนอกเหนือจากการเรียนรู้อย่างถูกต้อง

 "ประโยชน์ของการขี่ม้า นอกจากจะเป็นออกกำลังกายอย่างหนึ่งแล้ว ก็ช่วยฝึกสมาธิ หลายคนอาจมองว่าขี่ม้าเป็นการย่ำอยู่กับที่ แต่จริงๆ ได้ใช้กล้ามเนื้อแทบทุกส่วน เพราะทุกครั้งที่ม้าขยับเราก็ขยับไปด้วย ทำให้เรามีบุคลิกที่สง่า และก็ช่วยส่งเสริมการทำงานในเรื่องที่ว่าฝึกให้เรามีความพยายามมุ่งมั่นที่จะเอาชนะอุปสรรค

 อย่างเวลาแข่งขัน ชายหญิงแข่งร่วมกันได้ และเราไม่ได้แข่งกันโดยตรงเหมือนวิ่งแข่ง เราแข่งกับตัวเอง อยู่คนเดียวทำคนเดียว ชนะตัวเองได้ก็เหมือนชนะคู่แข่ง ดังนั้นใครที่สนใจต้องเตรียมพร้อมเพราะอาศัยความมานะอดทนสูง มีเจ็บตัวด้วย เพราะการตกม้าเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ยังเป็นกีฬาที่คนขี่ต้องรักสัตว์ด้วย ต้องดูแลทั้งตัวเองและสัตว์ที่เราขี่ เป็นอุปกรณ์กีฬามีชีวิต"  สาวรักกีฬามีชีวิต แนะ

 ท้าทายและได้แง่คิดแบบนี้นี่เอง ถึงทำให้สาวร่างเล็กแต่หัวใจโตหลงใหลได้ปลื้มจนยากจะลงจากอาน.....


เรื่อง ชาญยุทธ ปะวะขัง
ภาพ อนันท์ จันทรสูตร