
หนีหนาวปะบัฟฟาโล
เหมือนหนีเสือปะจระเข้ยังไงไม่ทราบ เพราะที่บัฟฟาโลก็ไม่ได้หนาวน้อยหน้าไปกว่าไนแอการาเลย ทั่วทั้งเมืองยังถูกคลุมไว้ด้วยหิมะและอุณหภูมิที่ติดลบ
เรือนพักในเมืองบัฟฟาโลที่ค้นจากเว็บไซต์อโกดา(www.agoda.co.th) มีทั้งราคาแพงไปจนถึงราคาไม่ทำร้ายจิตใจนักเดินทางชั้นประหยัด ที่ชอบอโกดาก็เพราะราคาถูกที่สุด แถมใช้แต้มสะสมไปเป็นส่วนลดในการจองครั้งต่อไปได้อีก
บัฟฟาโลเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรอยู่มากกว่า 1 ล้านคน ตัวเมืองเองก็เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า แต่ก็อย่างที่บอกว่าเป็นเมืองที่โดดเด่นเรื่องสถาปัตยกรรมมาก จนหลายคนบอกว่าสถาปัตยกรรมที่สวยงามที่สุดของอเมริกาอยู่ที่บัฟฟาโล
ช่วงต้นปี 1800 บัฟฟาโลยังคงเป็นหมู่บ้านที่หลับใหล ตั้งอยู่ริมเขตแดนฝั่งตะวันตกของอเมริกา ตอนนั้นนักสำรวจที่ดินอย่างโจเซฟ เอลลิคอท ได้ออกสำรวจที่ดินบริเวณนี้ และมองเห็นศักยภาพการเติบโตของเมืองนี้ เขาเลยพัฒนาเมืองนี้เมื่อปี 1804 จากนั้นก็วางผังโครงข่ายถนนที่ใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้
บัฟฟาโลกลายเป็นทำเลทองที่ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เมืองนี้เปลี่ยนโครงสร้างมาเป็นศูนย์กลางหลักของการขนส่งสินค้าทางเรือเดินทะเลที่เจริญรุ่งเรืองอย่างฉับพลัน และจัดว่าเป็นหนึ่งในท่าเรือขนส่งสินค้าใหญ่ที่สุดของโลก
ย่านที่อยู่เหนือปากแม่น้ำบัฟฟาโล มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางเรือ โดยมีท่าเรือใหญ่มากมาย คลังสินค้า ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่เปิดรองรับเส้นทางเดินเรือ บัฟฟาโลเติบโตและขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นแบบฉบับของเศรษฐกิจที่บูมในช่วงท้ายๆ ศตวรรษที่ 19 จนผู้คนจากยุโรปก็พากันอพยพเข้ามาอยู่ และการลงทุนในภาคอื่นๆก็เข้ามาสมทบรวมถึงธุรกิจธนาคารและสถาบันการเงินที่ทยอยเข้ามาเปิดสำนักงานกันอย่างคับคั่ง
และด้วยภูมิทัศน์ที่ร่มรื่น มีทะเลสาบ มีสวนสาธารณะ มีมุมให้ช้อปปิ้ง มีสถาปัตยกรรมงามๆให้ชมกันอย่างไม่รู้เบื่อ มีคอนเสิร์ตและการแสดงให้ชมกันตลอดทั้งปี รวมถึงยังมีเทศกาลหนังมาจัดที่นี่ด้วย บัฟฟาโลก็เลยมีบรรดาเศรษฐีเงินล้านพากันมาซื้อบ้านเอาไว้พักผ่อนหย่อนใจกัน และไม่น่าเชื่อ ว่าที่นี่ถูกใช้เป็นโลเคชั่นถ่ายหนังกว่าร้อยเรื่อง
ส่วนย่านตัวเมืองที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ มีพื้นที่ว่างที่เคยเป็นเขตอุตสาหกรรมเก่า ปัจจุบันมีการจัดกิจกรรมใหม่ๆ เช่น โครงการพัฒนาให้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงบนพื้นที่ตอนในของท่าเรือ ทำให้แถบดาวน์ทาวน์ฟื้นกลับมามีสถานะเป็นจุดหมายปลายทางด้านความบันเทิง
ในย่านถนนสายหลักประจำเมือง เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า เพราะเป็นที่ตั้งของพวกอาคารสำนักงานของธนาคาร สถาบันการเงินและบริษัทชั้นนำ มี เมโทร เรล ที่มีเส้นทางยาว 10 กิโลเมตร วิ่งผ่าใจกลางเมืองและก็ยังเป็นย่านช้อปปิ้ง ละแวกนี้มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร และผับบาร์ อาคารสำคัญๆ ตั้งอยู่ย่านนี้ทั้งสิ้น
คนเมืองนี้คงสุนทรีย์ฉ่ำปอดไม่แพ้เมืองไหนในโลก เพราะทั่วทั้งเมืองมีอาร์ต แกลเลอรีมากกว่า 50 แห่ง แถมยังเป็นเมืองที่หาเสียงดนตรีได้ง่าย เวลาไปตามย่านแหล่งท่องเที่ยวหรือจุดที่ผู้คนมาเดินเล่น ก็มักจะมีนักดนตรีเร่มาเปิดการแสดง
ในช่วงฤดูหนาวแบบนี้อาจจะเห็นนักดนตรีออกมาน้อยหน่อย แต่ก็มีบางมุมที่คึกคักมากเช่นแถว คีย์ เซ็นเตอร์ ถือเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างย่านศูนย์กลางธุรกิจและย่านแหล่งบันเทิงเริงใจของบัฟฟาโล ที่นี่จึงเป็นเหมือนจุดนัดพบของชาวเมือง ตัวอาคารเป็นที่ตั้งของสำนักงานต่างๆ บริเวณล็อบบี้ตกแต่งด้วยหินแกรนิตและหินอ่อนสีขาว
ส่วน ฟาวเทน พลาซา สร้างด้วยหินแกรนิตสไตล์นีโอคลาสสิค เริ่มเปิดใช้เมื่อปี ค.ศ.1901 เพื่อเป็นธนาคาร ด้านในได้รับการตกแต่งและประดับประดาด้วยภาพวาดและจิตกรรมฝาผนัง กระเบื้องหลังคาบนยอดโดมเป็นของดั้งเดิม ปิดทับด้วยทองแดง
ด้านหน้าของฟาวเทน พลาซายังมีโซนที่เรียกว่าโรทารี ริงค์ ซึ่งเมื่อไหร่ที่ฤดูหนาวมาเยือน จุดนี้จะเป็นที่เดียวของเมืองที่เปิดให้ชาวเมืองได้มาเล่นสเกตกัน แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูร้อนที่นี่ ก็จะเปลี่ยนสภาพจากลานน้ำแข็งเป็นสระน้ำที่ให้ความรื่นรมย์ เป็นแหล่งชุมนุมของบรรดาคนทำงานที่หลังเลิกงานในย่านดาวน์ทาวน์ก็จะมาแฮงก์เอาท์กันแถวนี้
จะว่าไปแล้วอยู่แถวนี้ อะไรก็ไม่น่าสนใจเท่าสถาปัตยกรรมงามๆ ที่อยู่บนตัวอาคารและตึกต่างๆ นอกจากคีย์ เซ็นเตอร์ที่ดูโดดเด่นแล้ว ก็ยังมีอีกหลายอาคารที่น่าสนใจ เช่น ซิตี้ฮอลล์สไตล์อาร์ท เดคโค อาคารเซ็นทรัล เทอร์มินอล โรงเรียน อาร์ต แกลเลอรี มิวสิก ฮอลล์ และโบสถ์อีกหลายแห่ง รวมถึงพิพิธภัณฑ์และอาคารที่อยู่ในย่าน เอ็ล์มวูด แอฟวนิว ที่ล้วนแต่ถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามและประณีต
ส่วนเรื่องช้อปปิ้งก็ต้องบอกว่า บัฟฟาโลเขามีแหล่งและร้านรวงให้ช้อปละลานตา ว่ากันตั้งแต่ย่านมาร์เก็ต อาร์เคดที่อยู่บนถนนสายหลักประจำเมือง ที่นี่เป็นแหล่งช้อบปิ้งในร่ม มีคาเฟ่ ร้านอาหาร และเป็นที่ตั้งสำนักงาน รวมถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก็อยู่ที่นี่ด้วย
แหล่งช้อปแห่งนี้ว่ากันว่าเป็นผู้บุกเบิกในด้านรูปแบบที่มีทางเดินเท้าสำหรับเดินเล่น มีหลังคาอยู่ด้านบนและเป็นแบบร่วมสมัย โดดเด่นในสไตล์นีโอคลาสสิก สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในสถาปัตยกรรมแบบโรมันบนแผ่นดินอเมริกา
เรื่องอาหารการกินก็ใช่ย่อย นอกจากบัฟฟาโลวิงที่เป็นอาหารขึ้นชื่อประจำเมืองบัฟฟาโลแล้ว ที่นี่ยังมีแหล่งชิมอาหารที่หลากหลายมาก อาจจะเป็นเพราะมีผู้คนอพยพเข้ามาอยู่หลากสัญชาติ ที่นี่เลยมีของกินที่หลากหลายตามไปด้วย ขนาดร้านอาหารไทยในบัฟฟาโลยังมี 10 กว่าแห่ง
บนเรือบินของไชน่า แอรไลน์ (0-22509880)ที่พาเหาะจากนิวยอร์กกลับสนามบินแผ่นดินทอง ได้แต่นึกถึงว่า "บัฟฟาโล" ช่างเป็นเมืองที่ครบเครื่องเรื่องสุนทรีย์ ทีแรกก็คิดว่าเป็นแค่เมืองหน้าด่านไปสู่น้ำตกไนแอการา ที่ไหนได้ กลับเป็นเมืองที่น่าค้นหา น่าเที่ยว บางมุมถึงขั้นน่าอยู่เลยด้วยซ้ำ
โดยกาญจนา หงษ์ทอง



