
บัตรเติมเงินต้องไม่มีวันหมดอายุ
เติมเงิน 100 บาท แต่จำนวนเงินไม่ครบ, ค่าโทรในมือถือเหลือแต่โทรออกไม่ได้ เพราะวันหมดอายุ, เบอร์ถูกยึด โทรเข้าโทรออกไม่ได้, เวลาเป็นของเรา มีสิทธิอะไรมาจำกัดอายุในเมื่อเรายังมีเงินอยู่ในบัตร ฯลฯ ปัญหาที่ผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือระบบเติมเงินร้องเรียนเข้ามา
ทุกครั้งที่ซื้อบัตรเติมเงินค่าโทรศัพท์มือถือ เราจะเห็นยอดเงินควบคู่ไปกับระยะเวลาที่ต้องใช้ให้หมด หากใช้เงินไม่หมดตามเวลาที่กำหนด ก็เท่ากับต้องเสียเงินไปเปล่าๆ ทั้งที่ไม่มีการกำหนดให้บัตรเติมเงินแบบจ่ายล่วงหน้า (พรีเพด) มีกำหนดวันหมดอายุ จนผู้บริโภคต้องออกมาปกป้องสิทธิ์และแจ้งความคดีอาญา
“ผมใช้โทรศัพท์มือถือมาตั้งแต่ปี 2534 สมัยที่โทรศัพท์มือถือยังเป็นแบบกระติกน้ำ ราคาหลักแสน คลื่นสัญญาณเซลลูลาร์ 900 มาจนถึงจีเอสเอ็ม 900” สิทธิชัย แม้นเจริญ กล่าว พร้อมชี้ว่า 20 กว่าปีในการใช้โทรศัพท์มือถือไม่เคยถูกกำหนดวันหมดอายุ หรืองดให้บริการ จนกระทั่งวันที่ 16 เมษายน 2553 โทรศัพท์มือถือถูกตัดสัญญาณจนได้รับความเสียหาย เพราะไม่สามารถติดต่องาน
ในฐานะทนายความ เขาชี้ว่า การกำหนดระยะเวลาใช้งานของผู้ให้บริการโทรคมนาคมถือว่าผิดกฎหมายตามมาตรา 309 และมาตรา 337 ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคมและอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวว่า ปัญหาเรื่องระบบเติมเงิน ถือเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่มีการร้องเรียนในหมวดของโทรศัพท์มือถือ และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2551 ที่เริ่มมี สบท. จนถึงปัจจุบัน
ผู้ใช้โทรศัพท์มือกว่า 90% ในปัจจุบันใช้แบบระบบเติมเงิน จึงไม่แปลกที่จำนวนผู้ร้องเรียนในกรณีจำกัดระยะเวลาการใช้บัตรเติมเงิน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2551 จำนวน 13 เรื่อง ปี 2552 จำนวน 191 เรื่อง และเพิ่มเป็น 602 เรื่องในปี 2553 ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้ แสดงให้เห็นว่าประเด็นบัตรเติมเงินได้รับความสนใจในวงกว้าง และยังแสดงถึงการรักษาผลประโยชน์ของบรรดาผู้บริโภค
อย่างไรก็ดี แม้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะมีหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมทุกราย ที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือประเภทบัตรเติมเงิน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยห้ามกำหนดระยะเวลาการใช้บริการโทรศัพท์มือถือระบบเติมเงิน เพื่อให้เป็นไปตามประกาศ กทช. เรื่องมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ.2549 ข้อ 11
แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณการตอบรับหรือปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครอง และเมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา สบท.ได้ทำหนังสือเสนอต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ กสทช.ให้สั่งการสำนักที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการบังคับทางปกครอง เพื่อให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมทุกรายปฏิบัติตามกฎหมายต่อไป
"ภายหลังจากนี้ ต้องขึ้นอยู่กับ กสทช.ที่จะบังคับใช้หรือแก้ไขให้ถูกกฎหมายภายใน 30, 60 หรือ 90 วัน จากนั้นก็จะดำเนินการตามกฎหมาย และเริ่มกระบวนการปรับ โดยขึ้นอยู่กับความเสียหายของผู้บริโภค ซึ่งคาดว่าจะเป็นเงิน 2,000 ล้านบาทต่อวัน ที่บรรดาผู้ให้บริการทุกเจ้าต้องเฉลี่ยกันจ่าย” ผอ.สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมอธิบาย
สำหรับผู้บริโภคที่อยากจะปกป้องสิทธิของตนเอง นายสิทธิชัยเสริมว่า แม้จะเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่นั่นคือสิ่งที่หามาได้จากหยาดเหงื่อ หากพบปัญหาสามารถร้องเรียนผ่าน สบท. หรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
สาลินีย์ ทับพิลา



