ไลฟ์สไตล์

 ของขวัญปีใหม่13แม่ไม้ของ“ซุนวู”

ของขวัญปีใหม่13แม่ไม้ของ“ซุนวู”

16 เม.ย. 2554

สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ คงชื่นมื่นเบิกบานกันทั่วถ้วนหน้า กับ “เทศกาลมหาสงกรานต์” ซึ่ง “เทพีสงกรานต์” ในปีนี้มีนามว่า “กิริณีเทวี” นั่งหลังช้าง หัตถ์ขวาจับตะขอ ด้านซ้ายถือปืน จากคำพยากรณ์ปีนี้ดูเหมือนว่าจะดุเอาการ เลยทำให้

บรรดาสัตว์เลี้ยงเช่นวัวควายต่างพากันล้มตาย แต่ในอีกมุมหนึ่งข้าวปลาอาหารจะบริบูรณ์ดี เพราะมีพญานาคให้น้ำถึง 5 ตน อีกทั้งยังมีชัยต่อข้าศึก ดังนั้น จะเห็นได้ว่าในภาพรวมคำทำนายค่อนข้างออกไปทางร้ายมากกว่าทางดี แต่นางสงกรานต์ “กิริณีเทวี” ประทับมาบนหลัง “ช้าง”  ถือว่าเป็นสัตว์ใหญ่ที่เป็นมงคลจะช่วยขับไล่สิ่งร้ายๆ ให้ออกไป อีกทั้งยังทัดดอก “มณฑา” เป็นดอกไม้ทิพย์อยู่บนสวรรค์  คนโบราณเชื่อว่าจะช่วยพ้นวิกฤติจากหนักเป็นเบา เมื่อรวมกับความอุดมสมบูรณ์ของภักษาหารและการมีชัยชนะแก่ข้าศึกศัตรู  ก็น่าจะบ่งบอกถึงความสุขของบ้านเมืองในปีนี้ด้วย ก็เป็นความเชื่อแบบพราหมณ์ครับ  

 แต่ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าบรรดาชาว “คนรักบ้าน” ในช่วงนี้ก็คงมีความสุขกันไปทั่วถ้วนหน้า เพราะในช่วงวันหยุดคงได้มีโอกาสกลับบ้านไปขอพรผู้หลักผู้ใหญ่และได้พบปะกับญาติสนิท มิตรสหาย ได้มีโอกาสถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ จะว่ากันไปแล้ว ช่วงเวลาที่ดีที่สุดและสำคัญที่สุดของ “เทศกาลมหาสงกรานต์” คือ การที่บรรดา “คนรักบ้าน” ได้กลับบ้าน  กลับไปยังบ้านเกิดอันเป็นผืนดินที่ “ฝังรก” ได้กลับไปหา “คนที่รัก” ที่รอคอยการกลับมาอยู่ที่บ้าน

 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้พูดถึงแนวคิดและวิธีปฏิบัติเพื่อที่จะประคองตัวให้อยู่รอดปลอดภัยไปภายใต้ “วิกฤติการณ์” ต่างๆ ที่กำลังรุมเร้า ทั้งในด้าน เศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง ที่ยังหาทางออกที่ลงตัวยังไม่ได้  มิหนำซ้ำยังถูกกระหน่ำซ้ำเติมด้วย ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสังคมไทยหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ภัยอันเกิดจากแผ่นดินไหว ภัยแล้ง ภัยพิบัติจากพายุฝน ภัยอันเกิดจากน้ำท่วมฉับพลัน ฯลฯ ก็เสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินจนสิ้นเนื้อประดาตัวกันนับแสนครอบครัว จาก “วิกฤติ” ต่างๆ ที่ได้เกิดขึ้นดังกล่าว ผมจึงได้ศึกษาค้นคว้า แม่ไม้อันเป็นสุดยอดของ ยุทธศิลป์ “ซุนวู” ที่ได้ทิ้งไว้เป็น “มรดกทางภูมิปัญญา” มายาวนานกว่า 2,000 ปี ซึ่งมีสาระที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง 13 ประการ 

 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเสนอไปแล้ว 5 ประการ ก็มาว่ากันต่อครับกับ แม่ไม้อันเป็นสุดยอดของยุทธศิลป์ อีก 8 ประการ คือ แม่ไม้ประการที่ 6 คือ จุดอ่อนและจุดแข็ง ซึ่งปรมาจารย์ “ซุนวู” กล่าวไว้ 5 ข้อดังนี้ คือ 1.หากอยากจู่โจมจนข้าศึกต้านทานไม่อยู่ พึงเข้าทำลายตรงจุดอ่อน ด้วยการโจมตีข้าศึกในจุดที่ไม่ได้เตรียมการตั้งรับ อีกทั้งยังพร้อมจะตั้งรับข้าศึกโดยใช้จุดอ่อนของข้าศึก และหลีกเลี่ยงจุดแข็งของข้าศึก 2.ใช้การอำพรางและหลอกล่ออย่างชาญฉลาด โดยที่จะต้องลงมืออย่างรวดเร็วและไร้ร่องรอย อีกทั้งยังต้องหลอกล่อให้ข้าศึกสับสนและให้ข้าศึกแบ่งกำลังออกเป็นหลายกลุ่มย่อยเพื่อง่ายต่อการทำลาย   

 3.การพินิจพิเคราะห์สถานที่และวันเวลาที่เหมาะสมรบ หากทำได้เช่นนี้แม้ต้องไปทำการรบไกลสักพันลี้ ก็สามารถนำชัยชนะกลับมาได้ 4.เป็นผู้ควบคุมสมรภูมิและเข้าใจเป้าหมายของศัตรู 5.การพลิกแพลงในการใช้กำลังที่พลิ้วไหวเหมือนธรรมชาติของ “น้ำ” ซึ่งไร้รูปลักษณ์ที่แน่นอนไม่มีหลักการตายตัว มุ่งมั่นทำการรบเพื่อที่จะเอาชนะด้วยปฏิบัติการอันเหมาะสมตามความผันแปรของสถานการณ์      
 แม่ไม้ประการที่ 7.ในการศึกพึงต้องพลิกผันปัจจัยที่เสียเปรียบให้เป็นปัจจัยที่ได้เปรียบและฉวยโอกาสลงมืออย่างรวดเร็วเมื่อยามได้เปรียบ ในการสงครามนั้นไม่มีสิ่งใดยากเท่าการ “เปลี่ยนอ้อมให้เป็นตรง” แบบ “ลับลวงพลาง” และไม่ควรเปิดเผยตำแหน่งที่แท้จริง พึงใช้กลอุบาย แม่ไม้ประการที่ 8.แม่ทัพต้องรู้จักการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ที่แปรผันตลอดเวลา โดยที่ข้าศึกศัตรูไม่สามารถรู้ล่วงหน้า 

 แม่ไม้ที่ 9.การเคลื่อนพล หลักการเคลื่อนพลในภูมิประเทศต่างกัน 4 ประเภท คือ 1.ภูเขา เมื่อเดินทัพข้ามเขา จงเดินไปตามหุบเขา ตั้งค่ายบนที่สูงเพื่อมองเห็นได้กว้างไกลแต่หากข้าศึกได้ที่มั่นบนที่สูงอย่าขึ้นไปโจมตี เป็นอันขาด 2.แม่น้ำ ข้ามแม่น้ำแล้วต้องอยู่ห่างแม่น้ำไว้แล้วตั้งค่ายบนที่สูงเสมอ 3.หนองน้ำ เมื่อสู้รบในพื้นที่หนองน้ำ จงอยู่ใกล้ฝั่ง 4.ที่ราบ เมื่อตั้งทัพบนพื้นที่ราบจงยึดตำแหน่งที่สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัว 

 แม่ไม้ประการที่ 10 ภูมิประเทศ ลักษณะ ภูมิประเทศมี 6 ประเภท ที่พึงพิจารณาอย่างรอบคอบ ได้แก่ 1.พื้นที่โปร่งโล่งไปมาสะดวก อันเป็นพื้นที่ทั้งฝ่ายเราและศัตรูเข้าถึงได้ง่าย ฝ่ายที่ยึดครองพื้นที่ก่อนจึงจะได้เปรียบ 2.พื้นที่ที่เข้าไปง่ายแต่กลับออกมายาก ควรบุกเมื่อศัตรูไม่พร้อมจึงจะมีชัย เพราะถ้าบุกตอนศัตรูพร้อมนอกจากจะไม่ได้รับชัยชนะ อีกทั้งยังส่งผลให้การทำศึกสงครามจะยืดเยื้อ ครั้นจะถอยก็ถอยลำบาก 3.พื้นที่ที่ไม่มีฝ่ายไหนได้เปรียบเสียเปรียบ แม้ข้าศึกใช้กลศึกหลอกล่อให้ออกรบอย่าเพิ่งรบ พยายามถอยออกให้ไกล หากสามารถหลอกล่อข้าศึกออกมาได้แล้ว จึงค่อยทำการรบจึงจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ 4.พื้นที่แคบ ควรยึดให้ได้ก่อนข้าศึก 5.พื้นที่สูงชัน หากสามารถยึดครองได้ก่อน พึงยึดครองด้านที่สูงและมีทัศนวิสัยที่ดี  6.พื้นที่ที่อยู่ห่างไกล หากมีกำลังพลทัดเทียมกันจะเป็นผลให้ยากต่อการสัประยุทธ์ ให้รอจังหวะและโอกาสที่เป็นฝ่ายได้เปรียบ 
 
 แม่ไม้ประการที่ 11 จู่โจมข้าศึกไม่ให้รู้ตัวและการบุกลึกเข้าไปในแดนข้าศึก ปรมาจารย์ “ซุนวู” กล่าวไว้ว่า ในการศึกนั้นประกอบด้วย สมรภูมิ 9 ประเภท ได้แก่ สมรภูมิกระจาย  สมรภูมิในแดนข้าศึก สมรภูมิช่วงชิง สมรภูมิเปิด สมรภูมิรวบอำนาจ สมรภูมิวิกฤติ สมรภูมิลำบาก สมรภูมิปิดล้อม และสมรภูมิพิฆาต การต่อสู้ในสมรภูมิต่างๆ นั้น ควรยึดการต่อสู้แบบประสานสอดคล้องและช่วยเหลือกัน เพื่อนำไปสู่ชัยชนะ ให้เป็นดังเช่น งู “โซว่หยาน” อสรพิษในภูเขา “ฉางซาน” ถ้าตีหัวของมันหางจะสู้ ถ้าตีหางของมันหัวจะสู้ แต่ถ้าตีกลางลำตัว หางและหัวจะสามัคคีช่วยกัน และควรจะจู่โจมไม่ให้ข้าศึกรู้ตัวเมื่อบุกลึกเข้าในแดนศัตรู  

 แม่ไม้ประการที่ 12.กลยุทธ์การจู่โจมด้วยไฟ หากจะให้สัมฤทธิผลต้องจู่โจมภายในให้สอดคล้องกับการโจมตีจากภายนอก อีกทั้งยังต้องอาศัย ความสุขุมรอบคอบ เป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังต้องอาศัยสภาพภูมิอากาศที่เป็นใจอีกด้วย และ แม่ไม้ประการที่ 13 กลยุทธ์การสอดแนมและการข่าวโดย “สายลับ” นั้น เป็นหัวใจที่สำคัญในการศึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกรีธาทัพด้วยรี้พลจำนวนมาก และจำเป็นต้องไปรบในพื้นที่ที่ห่างไกล หากขาดการเตรียมการและการวางแผนการรบที่ดีแล้ว อาจก่อให้เกิดการสูญเสียต่างๆ ได้โดยง่าย ดังนั้น กลยุทธ์การสอดแนมและการข่าว โดย “สายลับ” เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องกระทำ ฉะนั้นต้องเลือก “สายลับ” ที่มีความสามารถและนำข้อมูลที่แม่นยำถูกต้องและครบครันมาส่งให้แก่แม่ทัพเพื่อนำไปใช้ในการประเมินกำลังข้าศึกและใช้ในการประเมินกำลังตนเอง เพื่อนำไปประกอบการวางแผนอย่างรอบคอบและรัดกุมในการรบแต่ละครั้ง ดังอมตวาจาที่ปรมาจารย์ “ซุนวู” กล่าวว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งมีชัยร้อยครั้ง”  

 ก่อนจากกันในสัปดาห์นี้ก็ต้องขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับแฟนๆ “ชาวคนรักบ้าน” กว่า 300 ท่านที่เข้าฟังการบรรยายแบบ “มาราธอน” กว่า 5 ชั่วโมงของผมในหัวข้อ “บ้าน+อพาร์ตเมนต์ ไม่บาน “สายพันธุ์ใหม่” ในสภาวะ “วิกฤติ” ที่ “สวยที่สุด” และ “ประหยัดที่สุดในซอย” ที่ผมได้จัดขึ้นเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา  ณ  ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใน งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และต้องขออภัยกับหลายๆ ท่านที่อุตส่าห์เดินทางกันมาไกลๆ แต่ก็ไม่สามารถเข้าฟังการบรรยายได้ เพราะเกิดปรากฏการณ์ “ตู้ตั๋วแตก” เต็มจนล้นต้องตีตั๋วยืนกัน สาระน่ารู้เกี่ยวกับ “อาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน” ยังมีอีกมากครับ เอาไว้ต่อกันใหม่ในสัปดาห์หน้า ในช่วงนี้แฟนๆ  ชาว “คนรักบ้าน” ท่านใดต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “บ้านไม่บาน”  “อพาร์ตเมนต์ไม่บาน” “โรงแรม+รีสอร์ทไม่บาน”  และ “คอนโดมิเนียมไม่บาน” ก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลย้อนหลังได้ที่ เว็บไซต์ยอดฮิตของชาวคนรักบ้าน www.homeloverthai.com  แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สวัสดีครับ