ไลฟ์สไตล์

ปีนี้ฝนตกสงกรานต์ระวังดีเปรสชั่นเข้าอีก

ปีนี้ฝนตกสงกรานต์ระวังดีเปรสชั่นเข้าอีก

16 เม.ย. 2554

"กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า อากาศในช่วงนี้ คงจะไม่มีอีกแล้ว จะมีแต่ฝนเพียงอย่างเดียว คงได้เล่นสงกรานต์กลางฝนกันมากกว่า อากาศร้อนสุดในช่วงสงกรานต์ คงประมาณ 40-41 องศา ซึ่งต่างจากทุกปี"

 หลังจากได้รับฉายา "พ่อมด" สามารถทำนายได้ถูกต้องแม่นยำ ทั้งเรื่องที่เตือนล่วงหน้าว่าจะมีน้ำท่วมที่โคราช รวมไปถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่จะมีน้ำท่วมที่สุราษฎร์ธานี และกระบี่ แต่เนื่องจากประชาชนกำลังตกใจกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น การเตือนจากกรมอุตุฯ เรื่องที่จะมีน้ำท่วม จึงไม่ได้รับความสนใจ แต่ที่สุดแล้ว คำเตือนเป็นจริง ทำให้มีคนให้ฉายา "พ่อมด"
 
 นายต่อศักดิ์ วานิชขจร อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า เหตุที่อากาศเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ตามหลักของกรมอุตุนิยมวิทยา สามารถบอกได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพียงแต่ว่า เป็นการเกิดขึ้นในช่วงที่ผิดเวลา ซึ่งทางประเทศต่างๆ ในยุโรปก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ คือ สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นผิดเวลาเช่นกัน

 เรื่องที่สำคัญ คือ เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนแล้ว แต่ไม่ค่อยมีคนฟัง จึงทำให้เกิดปัญหา และตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เวลาที่เตือนเรื่องต่างๆ ยังไม่เคยพลาด 

 สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นผิดเวลานั้น ยังไม่มีใครสามารถบอกสาเหตุได้แน่ชัด แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ระบบอากาศเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเมื่อรับทราบก็จะเตือนต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของอากาศหนาวที่เกิดขึ้นได้เตือนไปแล้วว่า จะหนาวถึงวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา รวมไปถึงเรื่องน้ำที่จะท่วมด้วย

 ต้องยอมรับว่า น้ำท่วมครั้งนี้ใหญ่มาก เพราะฝนที่ตกเพียง 4-5 วัน เท่ากับ 1,000 มิลลิเมตร เป็นปริมาณที่เทียบเท่าได้กับฝนที่เคยตกเฉลี่ยครึ่งปี จึงทำให้เกิดปัญหารุนแรงอย่างหนัก ปีหนึ่งฝนเคยตกเฉลี่ย 2,000 มิลลิเมตร แต่ขณะนั้นตกถึง 1,300 มิลลิเมตร ถ้าเป็นกรุงเทพฯ เฉลี่ยฝนตกทั้งปี มีประมาณ 1,100 มิลลิเมตร แต่ที่ฝนตกที่ภาคใต้ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมนั้น ฝนตกเพียง 3-5 วันเท่ากับที่เคยตกกรุงเทพฯ ทั้งปี จึงมีน้ำท่วมมาก

 การคาดการณ์นับจากนี้คือ เหตุการณ์ภัยจากธรรมชาติจะมีความถี่เพิ่มมากขึ้น และมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เพราะทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย มนุษย์มีเพิ่มมากขึ้น จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น จึงทำลายธรรมชาติ ส่งผลให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

 เมื่อก่อนเมื่อมีฝนตก จะค่อยๆ ตกเฉลี่ยกัน แต่ปัจจุบันฝนตกแล้วจะตกหนักขึ้น แล้วก็ทิ้งช่วงไป มีความแล้งเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นความผิดปกติที่พบ และจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นไปอีก แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบไหน หรือรุนแรงมากน้อยอย่างไร 

 ถ้าให้คาดการณ์ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า บอกได้เลยว่า อาจจะมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก แต่จะหนักมากแค่ไหน ต้องระยะใกล้ๆ จึงจะสามารถบอกได้ ใกล้สุดคือ ประมาณ 3-5 วัน

 การที่จะบอกได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่างด้วยกัน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วยว่า มีมากน้อยแค่ไหน สำหรับเครื่องมือที่กรมอุตุฯ ของไทยมีนั้น บอกได้เลยว่า คุณภาพประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ เพราะเครื่องมือต่างๆ เก่ามาก มีอายุนานการใช้งานมานาน และจำนวนเครื่องมือที่จะตั้งได้ทั่วประเทศนั้นยังไม่พอ ถ้ายังเป็นเช่นนี้ อีกไม่นาน ประเทศเพื่อนบ้านอาจจะแซงหน้าได้

 ส่วนเรื่องจำนวนบุคลากรนั้น ขณะนี้มีจำนวนหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังต้องการเพิ่มมากกว่านี้ เพื่อให้สามารถทำงานได้คล่องตัวมากขึ้น ปัจจุบันกรมอุตุฯ ทำงานได้ 60 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทั้งที่มีศักยภาพมากกว่านี้ ถ้ามีอุปกรณ์ที่ทันสมัยและครบครัน พร้อมกับมีกำลังเจ้าหน้าที่มากกว่านี้ ก็จะสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพของศักยภาพที่มี

ระวัง !! พายุดีเปรสชั่น

 กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ปีนี้อาจจะมีพายุหมุนเข้ามา 5 ลูก โดยปกติแล้วจะมีพายุเข้าประเทศไทยเฉลี่ยแล้วประมาณ 3-4 ลูก แต่ปีนี้หน้าฝนมาเร็ว เข้ามาปลายเดือนเมษายน โอกาสที่จะมีอะไรเกิดขึ้นกับประเทศไทยทางตอนบนก็มีเพิ่มมากขึ้น หลังจากนั้นก็จะมีดีเปรสชั่นเข้ามาทางบนของประเทศไทย พอเดือนสิงหาคม กันยายน จะขยับมาสู่ภาคกลาง พอย่างเข้าเดือนตุลาคม ก็เริ่มเข้าภาคใต้ตอนบน เดือนพฤศจิกายน เข้าภาคใต้ตอนล่าง

 ปีนี้จึงคาดการณ์ว่า จะมีดีเปรสชั่นเข้ามาประเทศไทยประมาณ 5 ลูก ส่วนจะหนักมากน้อยแค่ไหน ยังไม่สามารถระบุได้ในขณะนี้ ต้องอยู่ในช่วงระยะเวลาที่ใกล้กว่านี้จึงจะสามารถบอกรายละเอียดได้ โดยขณะนี้สามารถบอกล่วงหน้าได้ประมาณ  5-7 วันก่อนเกิดเหตุการณ์ แต่ขณะนี้บอกได้ยาก เหตุที่บอกได้ขณะนี้เป็นการคาดการณ์จากสถิติที่เกิดขึ้น แต่ถ้าเป็นช่วงใกล้ๆ สามารถบอกได้จากอากาศในขณะนั้น จะเตือนได้แม่นยำ

ต่อศักดิ์ วานิชขจร
อธิบดี กรมอุตุนิยมวิทยา