
ธรรมดา
น้ำไหลจากที่สูงลงต่ำ เป็นเรื่อง ธรรมดา เป็น ธรรมชาติ ชนิดที่ใครๆ ก็รับรู้ในความสามัญเช่นนี้
แต่ขณะเดียวกัน เพียงเปลี่ยนสถานะ ในความเป็นธรรมชาติเช่นเดิม ที่เกินกว่าสายตาและประสาทสัมผัสสามัญจะรับรู้ หรือเข้าใจโดยง่าย ‘น้ำ’ ในความเป็น ‘ไอ’ ก็เคลื่อนตัว จาก ‘ต่ำ’ ไปสู่ ‘สูง’ ด้วยเช่นกัน
เป็นเรื่องของการ ‘ขึ้น’ และ ‘ลง’ หรือ ‘สลับ’ ของสิ่งเดียวกัน ในวงจรเดียวกัน แต่แตกต่างสถานะ และแสดงผลในทิศทางตรงกันข้าม
นี่ออกจะเป็น ‘แง่มุม’ อันชวนพิศวงสำหรับผู้ไม่รู้ ยังไม่รู้ หรือไม่เคยรับรู้ แต่จะเป็นเรื่อง ‘ธรรมดา’ ว่าด้วย ‘สถานะ’ และ ‘ปฏิกิริยา’ ของน้ำ หรือของสสาร ในหลักสูตรการศึกษาระดับพื้นฐาน
(ซึ่งเอาเข้าจริง อาจเป็นแค่ ‘ความจริง’ สำหรับการท่องบ่นให้จดจำต่อๆ กันมา มากกว่าความจริงจากการทดลอง ที่แต่ละคน ‘ทดลอง’ ให้รู้แจ้งเห็นจริงโดยตนเอง และด้วยตนเอง อย่างที่ควรจะเป็นก็ตาม)
เช่นเดียวกับเรื่องราวของ ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ หรือ ‘วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ’ สาขายิบย่อยอื่นๆ ที่หลายต่อหลายข้อเท็จจริง ห่างไกลพรมแดนความรู้ ของผู้คนทั่วไปอยู่มาก จนความสามัญในห้องทดลอง ในห้องปฏิบัติการ ได้กลับกลายไปเป็นอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ มหัศจรรย์ หรือคุณวิเศษ มาแล้วมากต่อมาก
ปรากฏการณ์และเนื้อแท้ของธรรมชาติทั้งหลายนั้น มีทั้งความเหมือน ลักษณะร่วม ความต่าง และความหลากหลาย… ‘โดยตัวของมันเอง’
ขึ้นอยู่กับว่า ‘ใคร’ จะมีโอกาสได้ ‘สัมผัส’ ด้านใด ครอบคลุมเพียงไหน หรือรับรู้ได้ ‘ลึกซึ้ง’ เพียงใดเสียมากกว่า
อาทิ นักวิทยาศาสตร์ตระหนักและสำเหนียกต่อ ‘ความจริง’ ดังกล่าว ‘โดยตรง’ ทั้งในแง่เนื้อหาสาระ ปรากฏการณ์และข้อเท็จจริงแวดล้อม โดยมี ‘สัจจะ’ หรือ ‘ความจริงแท้’ เป็นแก่นแกนของการค้นพบ ร่วมกับการจำแนกแจกแจง การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการ ‘สรุปบทเรียน’ อย่างครอบคลุมและรอบด้าน
ขณะที่นักภาวนาใช้ความแจ่มชัด กระจ่างใสของภาวะจิต ‘โดยตรง’ ช่วยให้ปัญญาความรู้แจ้ง ได้ทำหน้าที่เพื่อปลุกเร้า จนญาณทัศนะได้ลุกโพลงขึ้น อันเป็นความ ‘ตื่นรู้’ ที่มีฐานรากมาจาก ‘ภายใน’ หรือ ‘ด้านใน’ ของ ‘ผู้รู้’ นั่นเอง
กล่าวได้ว่า นักวิทยาศาสตร์ค้นหาความจริงจาก ‘ภายนอก’ ตน ขณะที่นักภาวนาค้นพบความจริงแท้จาก ‘ภายใน’ ตน ด้วย ‘ปัญญาจากการภาวนา’ ของ ‘ตนเอง’
ดังนั้น ความจริงดังกล่าวนี้ ‘มีอยู่’ หรือ ‘ไม่มีอยู่’ ในความรู้สึก หรือความรับรู้ของผู้คน ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่แก่นแกนของ ‘สัจจะ’ ย่อมมีอยู่ และสามารถรับรู้ได้ โดยรอเวลาให้ ‘ผู้รู้’ ได้ ‘ไขปริศนา’ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่ว่าผู้นั้นจะเปิดโลกธรรมชาติผ่านห้องทดลอง หรือเปิดโลกความจริงแท้ ผ่านการบำเพ็ญเพียร ‘ภาวนา’ ก็ตาม
กล่าวได้ว่า การค้นหาความจริงนั้น มีต้นธารร่วมกัน ทั้งวิทยาศาสตร์ และจิตศาสตร์ คือ ความตั้งใจมั่นที่จะค้นหาคำตอบของปรากฏการณ์ และข้อเท็จจริงในธรรมชาติ
เพียงแต่มีวิธีการและกระบวนการอันแตกต่างจากกันตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
ขณะเดียวกัน เมื่อคำตอบปรากฏขึ้น ความจริงก็กลับมาบรรจบกันอีกครั้ง ในความเป็น ‘ธรรมชาติ’ และความเป็น ‘ธรรมดา’ ของสิ่งนั้นๆ ในการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของสรรพสิ่ง
‘เหรียญแห่งสัจจะ’ เหรียญนี้มีสองด้าน บนพื้นฐานของ ‘ความจริงแท้’ เพียงหนึ่งเดียว และไม่ว่าคุณจะเห็น หรือสัมผัสจากด้านไหน ก็ควรมีสติระลึกไว้ในใจให้มั่นคง ว่า ทั้งปวงล้วนแล้วแต่เป็น ‘ธรรมชาติ’ และ ‘ธรรมดา’ ทั้งสิ้น
ไม่น่าแตกตื่นตกใจแต่ประการใด
"พระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ"



