
หนุนร.ร.วัดปทุมวันเปิดโลกทัศน์ด้วยไอที
เทคโนโลยี สื่ออินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ มีความสำคัญในเรื่องการศึกษา การเรียนรู้ภายในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอในการพัฒนาทักษะทางด้านความคิด สติปัญญา และความรอบรู้แก่เด็กนักเรียนได้
“โรงเรียนวัดปทุมวัน (โสนิกรประชาอนุสรณ์) จ.พระนครศรีอยุธยา” โรงเรียนขนาดเล็ก ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง มีทุ่งนาล้อมรอบ เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ให้ความสำคัญในเรื่องการเพิ่มเติมทักษะ การค้นคว้าหาความรู้จากสื่อโลกไอทีแก่นักเรียน
อาคารเรียนหลังเล็กๆ ของโรงเรียนวัดปทุมวันฯ มี 8 ห้องเรียน นักเรียนอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 เพียง 108 คน มีครูผู้สอนเพียง 7 คน ภายใต้การดูแลของ ผู้อำนวยการบุญเติม เจริญ มีเครื่องคอมพิวเตอร์ 4 ชุด เป็นสื่อการเรียนการสอน ค้นคว้าแก่นักเรียน ครู ในทุกๆ วิชา ทว่าในการดูแลนักเรียน หลักสูตรการเรียนการสอน ครูผู้สอนแต่ละคนพยายามสรรหาองค์ความรู้ เรื่องราว และสื่อการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ๆ แก่เด็กสม่ำเสมอ
ครูอุดม นาบุญพัฒนา ครูผู้สอนทุกวิชาแก่นักเรียนระดับชั้น ป.2 เล่าว่า โรงเรียนวัดปทุมวันฯ เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เด็กส่วนใหญ่มาจากครอบครัวยากจน พ่อแม่ทำงานหาเช้ากินค่ำ การที่เด็กจะมีโอกาสเรียนรู้จากคอมพิวเตอร์ หรือสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัยนั้นเป็นไปได้ยาก เพราะพ่อแม่ไม่ได้มีเงินที่จะซื้อสื่อการเรียนการสอน หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ แก่ลูกได้
ขณะเดียวกันการเรียนการสอน วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนต้องจัดการเรียนการสอน อย่างการเรียนคอมพิวเตอร์แก่เด็ก ซึ่งที่โรงเรียนมีคอมพิวเตอร์เพียง 4 ชุด ในการเรียนการสอนทุกวิชา โดยจะให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล รวมถึงการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ครู และโรงเรียนพยายามสรรหามาให้แก่เด็ก
“โรงเรียนพยายามสรรหา ปรับรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อยกระดับนักเรียนให้มีความรู้มากขึ้น ซึ่งการเรียนการสอนโดยต้องใช้สื่อเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์นั้นมีความสำคัญสำหรับเด็กยุคใหม่มาก เพราะบางครั้งการเรียนในตำรา อาจทำให้พวกเขาไม่เห็นภาพ ไม่เข้าใจ แต่เมื่อมีการนำเสนอเรื่องราว ยกตัวอย่าง สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม จากคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต ทำให้พวกเขาเข้าใจมากขึ้น และยังเป็นการทบทวน สร้างจินตนาการ สนุกสนาน และกระตือรือร้นในการเรียนหนังสือมากขึ้น”
“คอมพิวเตอร์” เป็นครูอีกคนหนึ่งที่เด็กๆ สนใจอยากเรียนรู้มาก ครูอุดม เล่าต่อว่าที่ผ่านมา โรงเรียนพยายามขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ ในการจัดหาอุปกรณ์การเรียนแก่นักเรียน โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ แต่มีปัญหาติดขัดหลายอย่าง ทำให้โรงเรียนของเรามีคอมพิวเตอร์ไม่เพียพอแก่เด็ก คอมพ์ 1 เครื่อง เด็กต้องนั่งแออัดเรียนร่วมกัน 4-5 คน เพราะห้องหนึ่งมีเด็กประมาณ 20-25 คน ดังนั้น การที่มีหน่วยงานเอกชน อย่าง บริษัท จี 4 เอส (ประเทศไทย) จำกัด ได้มามอบคอมพิวเตอร์แก่โรงเรียน 2 ชุด เป็นสิ่งที่ดีมาก
“ดีใจมากที่ บริษัทจี 4 เอสฯ เห็นความสำคัญ และเลือกโรงเรียนชนบทเล็กๆ อย่างโรงเรียนวัดปทุมวันฯ ในการมอบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตให้แก่เด็กๆ เพราะสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงพัฒนา สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ แก่นักเรียนต่างจังหวัด ที่ต่อไปจะเป็นอนาคตของชาติเท่านั้น แต่ครูผู้สอน ยังได้มีสื่อในการปรับปรุงการเรียนการสอนให้มีความทันสมัย ค้นหาสื่อใหม่ๆ มาใช้พัฒนาคุณภาพของนักเรียน รวมถึงชาวบ้านในหมู่บ้าน ได้ใช้ประโยชน์ในการพัฒนาองค์ความรู้ เพิ่มเติมทักษะความคิด ในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ แก่ชุมชน และทำให้คนในชุมชนมีความรู้เพิ่มมากขึ้น”
ด.ญ.ชญาณี จินประชา อายุ 10 ขวบ นักเรียนโรงเรียนวัดปทุมวันฯ เล่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ดีใจและตื่นเต้นมาก ที่มีผู้ใหญ่ใจดี เอาคอมพิวเตอร์มาให้พวกหนูได้ใช้เรียน ได้เล่นเกมสนุกๆ แถมยังมาจัดกิจกรรมนันทนาการ อย่าง เกมส่งกระป๋องแป้ง ทำให้มีความสุขมาก อยากขอบคุณนายอาวรพงศ์ ผดุงเกียรติสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท จี 4 เอส (ประเทศไทย) จำกัด และขอบคุณพี่ๆ จากจี 4 เอส ที่มาให้ความสนุก และมอบคอมพิวเตอร์ไว้ให้พวกหนูได้ค้นคว้าหาความรู้
ความร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาความรู้แก่นักเรียนในชนบท แม้ของขวัญชิ้นนี้ดูจะน้อยแต่การที่บริษัท จี 4 เอส (ประเทศไทย) จำกัด มอบให้แก่นักเรียนโรงเรียนวัดปทุมวันฯ ในโครงการ “จี 4 เอส แฮปปี้ เดย์ ประจำปี 2011” สำหรับครู นักเรียน กลายเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่ล้ำค่า เพราะไม่ได้สร้างเพียงรอยยิ้ม และความสุขเท่านั้น แต่เป็นการเติมเต็มความรู้ ประสบการณ์ และเปิดโลกกว้างแก่เด็กนักเรียน ครู โรงเรียน และชาวบ้านในชุมชน
0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0



