ไลฟ์สไตล์

"โลตัส คริสตัล"เครื่องแก้วหรูฝีมือคนไทยมีเพียงหนึ่งเดียว

"โลตัส คริสตัล"เครื่องแก้วหรูฝีมือคนไทยมีเพียงหนึ่งเดียว

16 เม.ย. 2554

หลายครั้งที่คนไทยบางคนไปช็อปปิ้งในต่างประเทศ ขากลับซื้อเครื่องแก้วชนิดพิเศษ หรือ "คริสตัล" มาโอ้อวดพวกพ้อง แต่หารู้ไม่ว่า "คริสตัล” เหล่านี้เป็นเครื่องแก้วชนิดหรูที่ผลิตในประเทศไทย ที่คนไทยผลิตด้วยมือหรือแฮนด์เมด

 ในนามของบริษัท โลตัส คริสตัล จำกัด ที่มี กฤษณ์ ปทุมราช กรรมการผู้จัดการ ตั้งอยู่เลขที่ 161 หมู่ 6 ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ถือเป็นผู้ผลิตคริสตัล แฮนด์เมดเป็นรายแรก และรายเดียวของไทย แต่คุณภาพไม่เป็นรองแบรนด์จากต่างประเทศ ทำให้สามารถส่งออกได้ถึงวันนี้

  กฤษณ์ เล่าถึงที่มาของคริสตัลฝีมือคนไทยว่า เกิดจากการรวมตัวของผู้ที่สนใจในกิจการนี้ 12 หุ้นส่วน มีทั้งหุ้นที่เป็นคนไทยและต่างประเทศที่เห็นตรงกันว่า ประเทศไทยมีการนำเข้าสินค้าประเภทคริสตัลมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี ทั้งที่ในแง่ของความเป็นฝีมือคนซึ่งมีความประณีตที่สามารถจะทำได้ดีและไม่แพ้ต่างชาติ ในที่สุดจึงมีการลงขันกันเป็นเงินทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 70 ล้านบาท ตั้งบริษัท และสร้างโรงงานที่ ต.นิคมพัฒนา อ.พัฒนานิคม เมื่อปี 2536 เพื่อผลิตสินค้าคริสตัล ภายใต้เครื่องหมายการค้า หรือแบรนด์ "โลตัส คริสตัล" เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและส่งออกไปยังต่างประเทศ

 ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนเพื่อผลิตโลตัส คริสตัลนั้น กฤษณ์ บอกว่า ได้ออกสำรวจเพื่อทำการวิจัยและวางแผนตลาดล่วงหน้า กำหนดรูปแบบหรือคอนเซ็ปต์ของผลิตภัณฑ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงลงมือดำเนินการ โดยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เครื่องแก้วคริสตัล โดยเฉพาะแก้วน้ำหรือแก้วไวน์ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร จะไร้รอยตะเข็บตรงก้านจับ เนื่องจากเป็นงานทำด้วยมือ ผิดกับโรงงานผลิตเครื่องแก้วคริสตัลอื่นที่ใช้เครื่องจักรผลิตทำให้มีรอยตะเข็บดังกล่าว นอกจากนี้ยังเป็นงานที่มีรูปทรงหลักไม่ผิดเพี้ยน มีความใส และแวววาว ไม่มีฟองอากาศ มีสีสม่ำเสมอจากวัสดุทรายที่นำเข้าจากประเทศเบลเยียม ที่สำคัญราคาถูกเพราะค่าแรงของไทยยังถูกกว่าแรงงานในฝั่งยุโรปอีกมาก ทำให้สินค้าราคาต่ำกว่าคู่แข่งจากประเทศยุโรปตะวันออกที่ทำงานประเภทเดียวกันนี้ประมาณ 20-30%

 อย่างไรก็ตาม พอลงมือกันจริงๆ เขายอมรับว่า ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินกิจการ พบว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะพบกับอุปสรรคหลายประการ อย่างตลาดภายในประเทศไม่สามารถส่งวางขายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เพราะติดปัญหาแบกภาระภาษีสรรพสามิตไม่ไหว ขณะที่ตลาดต่างประเทศ พบว่ามีปัญหาของการยอมรับ ความมีชื่อเสียง และคุณภาพ  ยิ่งช่วงปี 2539-2541 เป็นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ทำให้ธุรกิจทรุดหนัก จากเป้าที่วางไว้จะส่งออกได้ 70% คืนทุนได้ภายใน 4-5 ปี กลายเป็นแผนที่ผิดพลาดไปหมด ผลประกอบการในปีแรกมีรายได้เพียง 7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเงินทุนลงไปถือว่ามีรายได้เข้าบริษัทน้อยมาก ต้องประสบกับการขาดทุนสาหัส บริษัทถึงกับเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอล กับธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ที่มีหนี้ถึง 41.5 ล้านบาท

 ในสุด กฤษณ์ บอกว่า ต้องตัดสินใจแก้วิกฤติในเวลานั้นด้วยการเปลี่ยนแผนการตลาดใหม่ มาเน้นขายตรง มุ่งไปสู่ตลาดหน่วยงานหรือสถานประกอบการที่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์คริสตัล เช่น กระทรวงต่างประเทศ สถานทูตต่างๆ ร้านอาหาร และโรงแรม เป็นต้น นอกจากนี้ยังจับมือกับบริษัทพันธมิตร เพื่อจะทำตลาดร่วมกัน เพราะสินค้าส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้บนโต๊ะอาหาร มาจองบูธด้วยกัน แทนที่จะต่างคนต่างออกบูธ ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้ประหยัดต้นทุนไปได้ และปีที่ผ่านมาได้ออกแบบสินค้าชุดต่อเนื่องกัน จนสามารถนำมาประกอบกันบนโต๊ะอาหารกลายเป็นชุดใหญ่ ถือเป็นแนวทางการพัฒนาสินค้าไปด้วยกัน การรวมกลุ่มหรือรวมคลัสเตอร์ ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าชนิดเดียวกัน แต่อาจเป็นสินค้าที่ร่วมกันได้

 หลังจากที่มีการปรับแผนการดำเนินการด้านการตลาดใหม่ ปัจจุบัน โลตัส คริสตัล  มีสัดส่วนตลาดส่งออกสินค้าเครื่องแก้วคริสตัล 80%  ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในลักษณะรับจ้างผลิตภายใต้แบรนด์ของผู้ว่าจ้าง (OEM) เช่น อังกฤษ เบลเยียม สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ ให้แก่แบรนด์ดังๆ ระดับโลก เช่น ดาร์ดิงตัน สวาลอฟสกี้ และมิกาซา และอีก 20% เป็นการขายภายในตลาดประเทศไทย กระนั้นยอมรับว่า ปัจจุบันปัญหาสำคัญท้าทายธุรกิจอยู่ในเวลานี้ คือ ค่าเงินบาทที่แข็งตัว ทำให้รายได้ลดลงไป เขาจึงพยายามขยายประเภทสินค้าในหมวดของที่ระลึก หรือของฝาก เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และสามารถใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า ที่สำคัญสินค้าประเภทนี้เป็นสินค้าใหม่ที่ยังไม่มีคู่แข่งในตลาด

 ส่วนการสร้างแบรนด์ โลตัส คริสตัล ในประเทศ ได้จัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงงานเปิดเป็นศูนย์จำหน่าย (เอาท์เลท) เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องแก้วคริสตัล ตลอดจนเครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน และของใช้บนโต๊ะอาหาร เพื่อเป็นช่องทางขายแก่ลูกค้าภายในประเทศ อีกทั้งจัดให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้การทำคริสตัล กระบวนการผลิตขั้นตอนต่างๆ อย่างใกล้ชิด อาทิ การเป่าแก้ว การเจียระไน การสลักลาย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวของ จ.ระยองที่จะมีกรุ๊ปทัวร์ต่างๆ มาแวะเวียนลงดูขั้นตอนการทำงานตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงเสร็จสมบูรณ์ แล้วหาซื้อสินค้ากลับไปเป็นที่ระลึก ตรงนี้สร้างรายได้เข้าบริษัทปีละกว่า 10-20 ล้านบาท

 ล่าสุดโลตัส คริสตัล ก็เป็นอุตสาหกรรมที่ทางจังหวัดระยองเชิญให้เข้ามาแสดงและจำหน่ายสินค้าในศูนย์ "มายอง โอท็อป" เพื่อให้ประชาชนที่เข้ามาได้รับรู้ว่า เป็นสินค้าไทยที่สร้างชื่อในตลาดโลก โดยที่คนไทยไม่รู้มาก่อน

 ก็นับเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นฝีมือของคนไทยล้วนๆ แต่ได้มาตรฐานสากล จนเป็นที่ยอมรับของลูกค้าในต่างแดนได้

                                                                          เกล็ดความรู้เกี่ยวกับ คริสตัล 

 คริสตัล (Crystal) คือแก้วชนิดพิเศษที่ผ่านขบวนการหรือกรรมวิธีผลิต และเจียระไน ด้วยฝีมือช่างที่มีความชำนาญสูง ต้องมีความชำนาญด้านตัดเหลี่ยม หรือตัดมุมแก้ว ให้มีแสงสะท้อนระยิบระยับ ราวกับอัญมณี จึงทำให้ผลิตภัณฑ์คริสตัลราคาสูง

 นอกจากนี้การทำคริสตัล ต้องใช้แก้วที่มีคุณภาพสูงที่มีส่วนผสมของแก้วผสมตะกั่ว-ด่าง (lead-alkali glass) หรือแก้วที่ผสมธาตุโปแตส  ซิลิก้า ปูนขาว ทำให้แก้วมีเนื้อละเอียดและแข็งแรง มีความทนทานกว่าแก้วน้ำทั่วไป และมีน้ำหนักกว่าด้วย

 จากความทนทานของคริสตัล นอกจากจะนำมาประดิษฐ์เป็นผลงานศิลปะ ที่เป็นเครื่องประดับมาตั้งแต่ ค.ศ.1676 ด้วยฝีมือของศิลปินชาวอังกฤษ "จอร์จ ราเวนสคอฟ" ที่ค้นพบว่าคริสตัลเมื่อเจียระไนแล้ว จะกลายเป็นสิ่งที่วิเศษมหัศจรรย์ ทำให้งานศิลปะคริสตัลขยายความนิยมเป็นวงไปทั่วยุโรป นอกจากนี้คริสตัลยังเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ของหลอดเทอร์โมมิเตอร์ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องไฟฟ้า หรือในห้องทดลองกัมมันตภาพรังสี เป็นต้น

จุไรรัตน์ เกื้อหนุน