ไลฟ์สไตล์

สสส.เผยผู้สูงอายุยังขาดการเหลียวแล

สสส.เผยผู้สูงอายุยังขาดการเหลียวแล

15 เม.ย. 2554

นักวิเคราะห์บทเรียนชุดผู้สูงอายุ สสส. ลั่นถ้ารัฐไม่ขยับอนาคตรับมือสังคมผู้สูงอายุอ่วม ส่วนประธานชมรมผู้สูงตำบลกุดป่องอ.เมือง จ.เลย ตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ เสริมคุณภาพชีวิต

วันที่ 13 เมษายน ซึ่งถือเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้มอบทุนดำเนินโครงการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ แก่กลุ่มองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศผ่านสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย โดยนายเกียรติศักดิ์ ม่วงมิตร ผู้สังเคราะห์บทเรียนฯ กล่าวระหว่างการประชุม "การคืนและตรวจสอบข้อมูลกรณีศึกษาและสังเคราะห์บทเรียนชุดโครงการผู้สูงอายุ" ว่า ผู้สูงอายุยังขาดการดูแลที่ดีจากภาครัฐ ถึงแม้จะมีเบี้ยยังชีพคนชรา 500 บาทต่อเดือน แล้วก็ตาม เพราะไม่สามารถช่วยให้สุขภาวะของผู้สูงอายุดีขึ้นได้

 ทั้งนี้ ปัญหาหลักๆ ที่พบได้แก่ ความเครียดที่เกิดจากบุตรหลาน ซึ่งจากการสังเคราะห์บทเรียนพบว่า ผู้สูงอายุยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งแนะนำว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ควรเริ่มพัฒนาการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่โดยด่วน

 "โดยช่วงสงกรานต์ ก็จัดให้มีกิจกรรมรดน้ำดำหัว ซึ่งก็ดีแต่ยังไม่พอ เพราะต้องมองว่าอีก 360 วัน คุณจะดูแลเขายังไงด้วย สรุปง่ายๆ คือไม่มีพื้นที่ให้ผู้สูงอายุ"นายเกียรติศักดิ์ กล่าว

 ขณะที่นายสมหมาย ปักษ์ชัยภูมิ ประธานชมรมผู้สูงตำบลกุดป่อง อ.เมือง จ.เลย และประธานกรรมการบริหารโรงเรียนผู้สูงอายุเลย หน่วยจัดการเรียนตำบลกุดป่อง กล่าวว่า โรงเรียนผู้สูงอายุเกิดขึ้นภายใต้โครงการขยายเครือข่ายการสร้างเสริมสุขภาพชุมชน โดยเริ่มจากการรวมตัวกันของชมรมผู้สูงอายุจากหมู่บ้านทั้ง 10 แห่ง ในต.กุดป่อง ด้วยการใช้ศาลาภายในวัดที่ตั้งอยู่กลางชุมชนเป็นที่ดำเนินการทุกๆ วันพฤหัสบดีของสัปดาห์ โดยแบ่งกิจกรรมเป็น 3 ช่วงคือ 1.กิจกรรมนันทนาการสานสัมพันธ์ 2.กิจกรรมเติมความรู้ รู้ทันโลก และ 3.กิจกรรมดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย

 "ช่วงการเรียนรู้จะเชิญวิทยากรจากภายนอกมาให้ความรู้ในเรื่องที่ผู้สูงอายุสนใจ เช่น การรักษาสุขภาพที่ดี การประดิษฐ์ดอกไม้ ซึ่งถ้าเป็นช่วงโรงเรียนปิดเทอม จะทำเรื่องขอใช้คอมพิวเตอร์ไว้ให้ผู้สูงอายุได้ทดลองใช้ด้วย" นายสมหมาย กล่าว

 ประธานชมรมผู้สูงตำบลกุดป่อง กล่าวด้วยว่ามีปี 2554 จะมีการขยายแนวทางการดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุไปยังตำบลใกล้เคียงอีก 2 แห่ง และถ้าสร้างแนวทางนี้ได้ครบทั้ง 14 ตำบล จะขยายเข้าสู่การดำเนินงานในรูปแบบของโรงเรียนผู้สูงอายุระดับอำเภอต่อไป นอกจากนี้ยังจัดทำโครงการเดย์แคร์ ซึ่งเป็นการสร้างสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้บุตรหลานไม่ต้องเป็นห่วงผู้สูงอายุในวันที่ออกไปทำงานนอกบ้าน ซึ่งหลังจากการซ่อมแซมศาลาหลังเก่าของวัดแล้วเสร็จก็จะเปิดให้บริการแก่ผู้ที่สนใจต่อไป