
รอบรั้วเกษตร (พฤหัสบดีที่ 14 เมษายน 2554)
**หวั่นภัยธรรมชาติกระทบผลผลิต
กทม.-นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตรเสียหายจำนวนมาก ดังนั้น สศก.จะต้องติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำการปรับตัวเลขการพยากรณ์ผลผลิตสินค้าเกษตรให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด ทั้งนี้ในส่วนของปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลูกยางพาราไม่เกิน 5 หมื่นไร่ เพราะเป็นช่วงที่ต้นยางผลัดใบ ซึ่งให้ผลผลิตไม่มากนัก แต่ในด้านประมงการเลี้ยงกุ้งได้รับความเสียหายมาก เพราะที่ผ่านมาราคากุ้งดีทำให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงกุ้งเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ในส่วนของภัยศัตรูพืชระบาดทำลายพืชผลทางการเกษตรอย่างรุนแรง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผลผลิตลดลง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เหล่านี้ไว้แล้ว
**จับตาสหรัฐออกกฎเหล็กอาหารนำเข้า
กทม.-นสพ.ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เปิดเผยว่า เนื่องจากความต้องการปรับปรุงกฎหมายอาหาร ยา และเครื่องสำอางให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น และเพื่อรองรับปัญหาความไม่ปลอดภัยด้านอาหารของสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มสูงขึ้น จึงออกกฎหมายความปลอดภัยด้านอาหารฉบับใหม่ คือ Food Safety Modernization Act โดยประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2554 ที่ผ่านมา โดยกฎหมายฉบับนี้ได้ให้อำนาจหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารของสหรัฐ ในการเรียกคืนสินค้าเมื่อพบปัญหา ซึ่งจากเดิมใช้วิธีขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้น ซึ่ง มกอช.จะติดตามวิเคราะห์ผลกระทบ รวมทั้งจัดทำท่าทีและเสนอข้อคิดเห็นต่อร่างระเบียบย่อยเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคหรือส่งผลกระทบต่อการส่งออกค้าสินค้าเกษตรและอาหารไทยไปยังสหรัฐ
**เตรียมชดเชยดบ.สมาชิกสหกรณ์
กทม.-นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ คาดการณ์ว่าจะมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 60% จากพื้นที่ประสบภัยทั้งหมดในครั้งนี้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิงอย่างแท้จริงหลังน้ำลด เพื่อให้การช่วยเหลือสามารถถึงมือเกษตรกรโดยเร็ว จากการสำรวจข้อมูลขณะนี้พบว่า มีสหกรณ์ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้รวม 89 สหกรณ์ ในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรัง และพังงา มีสมาชิกสหกรณ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมและเป็นลูกหนี้ของสหกรณ์จำนวน 24,507 ราย เป็นเงินต้นจำนวนกว่า 2,560 ล้านบาท



