
อ้อมกอดเล็กๆ สุขใจตายาย
13 เมษายนของทุกปีนอกจากจะเป็นวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทยแล้ว วันนี้ยังเป็นวันของผู้สูงอายุ คุณตา คุณยาย คุณปู่ คุณย่า ที่กำลังชะเง้อรอลูกๆ หลานๆ ให้ไปเที่ยวหาเนื่องในวันหยุดยาวประจำปี ภาพหลานสาวก อดคุณตา หลานชายนั่งตักกอดคุณย่า ช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ
เบ็ญจพร มงคลธง นักจิตวิทยา ประจำบริษัทโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท จำกัด ( ผู้สูงอายุ ) เปิดเผยในเรื่องนี้ให้ฟังว่า เมื่อหลาน ๆ กอดคุณตาคุณยายด้วยอ้อมกอดที่อบอุ่น พลังงานความร้อนของร่างกายที่ส่งผ่านถึงกัน ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกดี ปลอดภัย เป็นที่ยอมรับ ผ่อนคลาย มีความสุข มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ มองเห็นคุณค่าในตัวของท่านเอง และทำให้เกิดความมั่นใจตามมา เพราะการกอดเป็นการสัมผัสแบบ 3 มิติ ซึ่งถ่ายทอดความรักความห่วงใยได้ดีกว่าการสัมผัสแบบ 2 มิติ เช่น การดูรูป, อ่านจดหมาย ฯลฯ การแสดงออกแบบ 3 มิติสามารถแสดงออกได้หลายทางเช่น การกอด, จับมือ, บีบ, จับ, นวด, พูดคุย ฯลฯ
"การกอดก็ช่วยให้หลานๆ ได้รู้สึกดีต่อตัวเอง มีจิตใจอ่อนโยนพร้อมที่จะรัก และยอมรับผู้อื่น รู้สึกมั่นคงปลอดภัย เชื่อใจ มีความสุข เป็นที่ยอมรับ และช่วยพัฒนาไอคิว ลดความหวาดกลัว รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่ ลดความเครียดหงุดหงิด ลดการต่อต้านผู้อื่น และความรู้สึกในทางลบต่อสิ่งรอบตัว" นักจิตวิทยา ให้ความเห็น
ส่วน คุณตาคุณยายได้อะไรจากอ้อมกอดของหลาน พญ. สิรนิสถ์ ประพันธ์ศิลป์ แพทย์สาขาอายุรกรรมทั่วไป กล่าวว่า การ “ กอด ” ส่งผลดีโดยตรงต่อสุขภาพ คือ ความดันโลหิตลดลง ส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้หลอดเลือดขยายตัวส่งผลให้ความดันเลือดลดลง ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ การกอดช่วยเพิ่มฮอร์โมนออกซิโทซิน (ฮอร์โมนที่ร่างกายหลั่งออกมาเมื่อมีความรักความผูกพัน) ซึ่งจะช่วยลดโอกาสของการเป็นโรคหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกอดจะช่วยให้สารออกซิโทซินหลั่งในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
ส่งผลดีต่อสมอง การสัมผัสโอบกอดช่วยลดการหลั่งสารคอร์ติซอลซึ่งเป็นสารที่หลั่งออกมาเมื่อเครียด และช่วยให้สมองหลั่งสารโดปามีน ( Dopamine ), เอ็นดอร์ฟีน ( Endorphine ) และเซเรโทนิน ( Seretonin ) เป็นสารแห่งความสุขเบิกบานแจ่มใส ทำให้อารมณ์ดี, ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย, อารมณ์ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้น
กระตุ้นการทำงานของฮีโมโกลบิน ฮีโมโกลบินเป็นส่วนประกอบในเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดการลำเลียงของออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ส่งผลให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าแข็งแรง ช่วยให้ภูมิต้านทานของร่างกายดีขึ้น ทำให้มีความสุข การกอด, จับมือ และสัมผัส ช่วยลดระดับฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียด, ซึมเศร้า ทำให้อารมณ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน รู้สึกกระตือรือร้นที่จะทำสิ่งต่างๆ อยากมีชีวิตอยู่, ลดอาการซึมเศร้า, รู้สึกเป็นที่รัก และต้องการของคนในครอบครัว ส่งผลให้ความเครียดลดลงพูดบ่นน้อยลง ฯลฯ
ส่วนกอดกันอย่างไรคุณตาคุณยายถึงแข็งแรง “ กอด” ทำได้ง่ายๆ ทุกที่ทุกเวลาที่รู้สึกอยากกอดแต่ต้องเป็นอ้อมกอดที่สื่อถึงความรู้สึกที่อบอุ่นและแสดงความรักจากใจ ด้วยความรู้สึกที่อยากกอดจริงๆ ไม่ใช่กอดด้วยการถูกบังคับ หลานๆ ควรสบตาคุณตาคุณยายก่อนกอด และหลังจากผละจากอ้อมกอด
อ้อมกอดหลากหลายรูปแบบ อ้อมกอดแบบหมี ( Bear Hug ) การกอดด้วยการเบียดตัวอย่างเต็มที่ และรวดเร็ว เช่นหลานโผเข้ากอดคุณตาแบบเต็มตัว ( ท่านี้เหมาะกับคุณตาคุณยายที่ยังแข็งแรงหรือกำลังอยู่ในท่านั่งแบบมั่นคงเท่านั้น ) เป็นท่ากอดที่แสดงออกถึงความพิเศษของผู้ที่ถูกกอด, บ่งบอกความรัก, ความปลอดภัย และให้ความรู้สึกที่อบอุ่น
โอบเอวด้านข้าง ( Side to Side ) ท่านี้เป็นการโอบเอวจากด้านข้างเหมาะที่คุณตาคุณยายจะแสดงความรักกับหลานด้วยท่านี้ กอดแบบแซนด์วิช ( Sandwich Hug ) เป็นการกอดกันแบบ 3 - 4 คน โดยให้คุณตาหรือคุณยายอยู่ตรงกลางในท่านั่ง แล้วหลาน 2 - 3 คนยืนโอบกอดจากทั้งด้านหน้าด้านหลังและด้านข้าง เป็นการแสดงถึงความรักผูกพันให้แนบแน่นยิ่งขึ้น
สงกรานต์ปีนี้พาหลานๆ ไปเยี่ยมคุณตาคุณยายพร้อมกับกอดท่านวันละหลายๆ ครั้งให้ท่านมีความสุขยิ้มสดใสและสุขภาพกายใจแข็งแรงกันนะคะ



