
นักวิจัยร้องสาธารณสุขทั่วโลกตื่นตัวหลังพบซูเปอร์บักในแหล่งน้ำอินเดีย
ลอนดอน-นักวิจัยอังกฤษพบซูเปอร์บัก "เอ็นดีเอ็ม-วัน" ในน้ำประปาและน้ำขังตามถนนในเมืองหลวงอินเดีย ร้องหามาตรการป้องกันก่อนลามทั่วโลก
ผลการศึกษาโดยทีมนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ ประเทศอังกฤษ ที่ได้จากการวิเคราะห์น้ำ 200 ตัวอย่างจากน้ำประปา และน้ำที่ขังตามถนนสายต่างๆ ในกรุงนิวเดลี พบยีนซูเปอร์บัก "เอ็นดีเอ็ม-วัน" ซึ่งเป็นยีนชนิดใหม่ที่ทำให้แบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะเกือบทุกขนาน ในน้ำดื่มจำนวน 2 ตัวอย่าง และในน้ำจากถนน 51 ตัวอย่าง โดยพบซูเปอร์บักชนิดนี้ในแบคทีเรีย 11 สายพันธุ์ รวมทั้งสายพันธ์ที่เป็นสาเหตุของโรคบิดและอหิวาตกโรค
นักวิจัยกล่าวว่า นี่เป็นหลักฐานครั้งแรกที่ชี้ว่าแบคทีเรียที่มียีนเอ็นดีเอ็ม-วัน แพร่ออกจากโรงพยาบาลสู่สภาพแวดล้อม และหมายถึงมีความเป็นไปได้ที่เชื้อจะแพร่ลามไปทั่วโลก
ปัจจุบันพบยีนตัวนี้ในหลายประเทศทั่วโลกนับจากระบุชนิดของเชื้อได้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2551 รวมทั้งสหรัฐ ออสเตรเลีย อังกฤษ แคนาดา และสวีเดน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยเดินทางไปหรือเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ในอินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ แต่หลังจากนั้น มีการพบว่าผู้ที่ไปแถบเอเชียใต้โดยไม่ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาล กลับติดเชื้อชนิดนี้ด้วย ทำให้นักวิจัยศึกษาสภาพแวดล้อมในเมืองหลวงอินเดีย
ศาสตราจารย์ทิม วอลช์ หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า การพบแบคทีเรียดื้อยาในแหล่งน้ำสาธารณะสำหรับดื่มกินตลอดจนในแอ่งน้ำในที่ที่มีคนอยู่หรือเด็กเล่น นับเป็นเรื่องที่น่าวิตกอย่างมาก โดยเฉพาะในแบคทีเรียสาเหตุของโรคบิดและอหิวาต์ เชื่อว่าอุณหภูมิและน้ำท่วมในหน้ามรสุมในนิวเดลี เป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการแพร่กระจายของซูเปอร์บัก พร้อมกับชี้ว่าจำเป็นจะต้องทำการศึกษาลักษณะเดียวกันนี้ในหลายเมืองทั่วอินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ เพื่อให้ได้ภาพชัดเจนว่าซูเปอร์บัก "เอ็นดีเอ็ม-วัน" แพร่กระจายอย่างไร
ทางด้านอนามัยโลกออกมาเตือนภัยปัญหาการดื้อยา ซึ่งมีสาเหตุส่วนหนึ่งจากการใช้ยาปฏิชีวนะแบบผิดวิธี เป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตปีละหลายหมื่นคน พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐและเอกชน ดำเนินมาตรการเร่งด่วนในเรื่องนี้



