
หัวใจไทย-ก๋องปูจา...นาฬิกาโบราณ
หลังจากที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดย สมชาย เสียงหลาย ปลัด วธ. จัดการฝึกอบรมหลักสูตรการเสริมสร้างสมรรถนะผู้ปฏิบัติงานประชาสัมพันธ์ขององค์กร เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจนักวิชาการที่ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั้ง 75 จังหวัด ในด้านประชาสัม
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง นับเป็นสำนักงานวัฒนธรรมแรก ที่เริ่มทยอยส่งบทความศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นตัวเองมาเล่าสู่กันฟัง เพราะในเร็วๆ นี้จ.ลำปางจะจัดงาน "ทศวรรษก๋องปู่จานครลำปาง เทิดไท้องค์ราชัน" ปีที่ 10 เพื่อถวายเป็นพระราชสักการะ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา
พร้อมกับฝากเรื่องเล่า “ก๋องปูจา” มาว่า ก๋องปูจาไม่มีความชัดเจนว่าเกิดขึ้นในสมัยใดกันแน่ รู้แต่เพียงว่าเป็น "กลองโบราณ" ชนิดหนึ่ง ที่พัฒนารูปร่างและลักษณะการตีของกลองมาอย่างต่อเนื่อง จากกลองใบใหญ่ใบเดียว ที่ใช้ตีเป็นเครื่องส่งสัญญาณในการโจมตีศัตรูของกองทัพในเวลาสงคราม ตีส่งสัญญาณบอกข่าวแก่ชุมชน ใช้เป็นเครื่องดนตรีมหรสพ เป็นเครื่องประโคมฉลองชัยชนะและความสนุกสนาน ฯลฯ
วิธีตีหรือจังหวะการตีเรียกว่า สะบัดชัย กลองชนิดนี้จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กลองสะบัดชัย เมื่อไม่มีการรบทัพจับศึก ได้พัฒนาทั้งรูปร่างลักษณะ จังหวะการตี และได้นำมาอยู่กับฝ่ายศาสนจักร ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาเรียกว่า กลองบูชา ภาษาเหรือเรียกว่า ก๋องปู่จา หรือกลองปู่จา ต่อมาพัฒนาเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง คือ การตีเพื่อให้เกิดความบันเทิงความสนุกสนาน ตามงานบันเทิงต่างๆ สามารถพบเห็นได้ในขบวนแห่หรืองานแสดงศิลปะพื้นบ้านโดยทั่วไป กลองบูชาใช้ตีได้หลายโอกาส ทั้งในพิธีกรรมทางศาสนาและงานต่างๆ ของชาวบ้าน ตัวอย่างเช่น
1.ตีเป็นสัญญาณของการทำบุญ จะตีประมาณ 2-3 ทุ่มในคืนก่อนวันพระเพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้ชาวบ้านได้ทราบว่า วันรุ่งขึ้นเป็นวันพระเพื่อที่สาธุชนจะได้เตรียมตัวหรือเตรียมพร้อมในการปฏิบัติตน ให้งดเว้นจากอบายมุข ทำตนเองให้สะอาดโดยการถือศีล ทำความดี ละเว้นจากความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส และเตรียมไปทำบุญที่วัด ในยุคสมัยที่ยังไม่มีนาฬิกา วิทยุ และโทรทัศน์แพร่หลายอย่างเช่นในสมัยปัจจุบัน เสียงกลองจากวัดในยามค่ำคืนจึงเป็นได้ทั้ง นาฬิกา และความบันเทิง ที่สามารถกล่อมชาวบ้านหรือเด็กๆ ให้นอนหลับได้อย่างดี นอกจากนี้ยังเป็นความบันเทิงสำหรับชายหนุ่มในหมู่บ้าน ที่มีรสนิยมทางเพลงกลอนจะได้มาชุมนุมฝึกหัดและถ่ายทอดวิชาเพลงกลอนจากผู้ที่มีฝีมือหรือผู้อาวุโส
2.ในวันพระ การตีกลองบูชา เป็นระยะๆ นั้น ชาวบ้านที่ไม่ได้ทำบุญ หรือฟังเทศน์ เสียงกลองบูชาจะทำให้ชาวบ้านได้ทราบถึงกิจกรรมต่างๆ เช่น ทราบว่า การเทศนาธรรมได้จบแล้ว หรือเวลาทำวัตรเย็น เป็นต้น สาธุชนเมื่อได้ยินเสียงกลองบูชาก็จะยกมือโมทนาสาธุกับนักศีลนักบุญในวัดไปด้วย 3.ใช้เป็นสัญญาณตีบอกเหตุให้มวลชนในหมู่บ้าน ได้ทราบ เช่น นัดหมายประชุม นัดหมายเข้าขบวนเคลื่อนครัวทาน แจ้งเหตุร้าย 4.ใช้ตีเป็นกลองไชย เป็นการฉลองชัย ฉลองความสำเร็จ แสดงความยินดีเมื่ออาคันตุกะมาเยี่ยม เช่น ขบวนแห่ผ้าป่า กฐิน ครัวทาน หรือตีแสดงความปีติเมื่อพระท่านให้พรเสร็จแล้ว
0ชิตพร พูลประสิทธิ์0
นักจัดงานทั่วไปชำนาญการ



