ไลฟ์สไตล์

“หิวจัง หิวจัง”ผลงานคุณหญิงแดงแรงบันดาลใจจากน้องโซดา

“หิวจัง หิวจัง”ผลงานคุณหญิงแดงแรงบันดาลใจจากน้องโซดา

06 เม.ย. 2554

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 39 ได้มีการเปิดตัวหนังสือเล่มแรกในวาระ 10 ปีของมูลนิธิหนังสื่อเพื่อเด็ก เรื่อง “หิวจัง หิวจัง” ผลงานการเขียนของคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ

  "คุณหญิงแดง" ประธานมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก โดยมีเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป กรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ที่เด็กๆ รู้จักกันในนาม ตุ๊บปอง นักเขียนนิทานและวิทยากรชื่อดัง และริสรวล อร่ามเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด บรรณาธิการกิจและจัดพิมพ์หนังสือทั้ง 10 เล่ม ของโครงการ “10 ปี หนังสือดีเพื่อเด็ก” ด้วย

 แรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือนิทาน เรื่อง“หิวจัง หิวจัง” คุณหญิงกษมา  กล่าวว่า การแต่งนิทานเรื่องนี้เกิดจากความตั้งใจ โดยการมองจากสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวในการทำกิจกรรมกับด.ญ.นภกร วรวรรณ ณ อยุธยา หรือน้องโซดา อายุ 1 ขวบ 7 เดือน หลานสาว จะชอบบอกว่า "หิวจัง หิวจัง " ทุกครั้งที่คุณหญิงแดง อ่านนิทานให้ฟัง ตอนแรกที่เขียนจะใช้ภาษาที่เป็นทางการมาก ต่อมาจึงได้ปรับเปลี่ยนให้เนื้อหาเป็นไปแบบที่ต้องการที่เด็กจะได้รับและมีความสนใจ

 หนังสือนิทานเรื่อง “หิวจัง หิวจัง” เป็นหนังสือเหมาะที่จะอ่านให้เด็กฟัง เป็นการปลูกฝังความคิด การทำงานเป็นทีม มีความน่าสนใจ และสอดแทรกสาระเข้าไว้อีกด้วย โดยธรรมชาติเด็กจะมีความชอบและสนใจในตัวละครที่เป็นสัตว์ ในเรื่องจะเป็นเรื่องราวของการเลี้ยงสัตว์ของเด็กหญิงขวัญข้าว สัตว์เลี้ยงที่กินอาหารที่ต่างกัน สอนให้เด็กได้แยกแยะถึงความต่าง จุดเด่นของเรื่อง ปลูกฝังให้เด็กดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเองให้ดี ควรที่จะให้ครอบครัวเน้นเรื่องการอ่านที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

 พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนำไปอ่านให้ลูกๆ หลานๆ ฟังได้ รูปเล่มน่ารัก สดใส ทำให้เกิดความสนุกสนานความอบอุ่น เป็นเหมือนกับสะพานที่เชื่อมระหว่างคนในครอบครัวให้มีความรักต่อกัน การเล่านิทานสามารถทำให้เด็กอยู่นิ่งได้ การเล่าต้องมีการใช้น้ำเสียงที่เป็นเสียงสูง-ต่ำ หรือในบางครั้งต้องมีท่าประกอบด้วย สมมติให้ตัวละครที่อยู่ในเรื่องที่อ่านเป็นตัวของเด็ก ภาพในนิทานก็เป็นส่วนสำคัญในการเล่านิทาน ในบางครั้งต้องมีการใช้คำที่คล้องจองกัน คำกลอน คำซ้ำเพื่อให้เด็กเกิดการจดจำ

 “สิ่งที่เด็กจะได้รับในการอ่านนิทานให้เด็กฟัง เด็กจะได้สัมผัสถึงความรัก ความอบอุ่น การเล่านิทานไม่ใช่เป็นการสอน เราสามารถปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้เด็กได้โดยผ่านทางพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย เป็นผู้ที่อ่านนิทานให้ลูก หลานฟัง เราต้องมีเวลาและความเข้าใจให้เด็ก หนังสือเป็นอะไรที่พอดี เวลาที่เรามีควรให้ความสำคัญกับหลานในเรื่องของการเล่านิทาน” คุณหญิงกษมา กล่าว

 ทั้งนี้มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กได้ศึกษาแนวความคิดเรื่อง Bookstart จากประเทศอังกฤษ ที่เริ่มใช้หนังสือกับเด็กตั้งแต่ยังเป็นทารกแล้วนำมาทดลองใช้ในประเทศไทยในปี 2547 นำไปใช้ในเด็กอายุ 6-9 เดือน เรืองศักดิ์  ปิ่นประทีป  กล่าวว่า การที่เราอุ้มลูกให้นั่งบนตักและอ่านนิทานให้ลูกฟังเป็นการเรียนรู้ที่ดีมาก ซึ่งพ่อแม่สามารถทำเมื่อใดก็ได้ และอ่านที่ไหนก็ได้ แต่ที่สำคัญต้องอ่านทุกวันวันละ 5-10 นาที

 “หนังสือเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ลูก รวมถึงการอบรมเลี้ยงดูเด็ก เป็นการเสริมสร้างพื้นฐานด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม คุณธรรม และสติปัญญาให้เด็กได้เป็นอย่างดี ต้องให้หนังสือเป็นเพื่อนกับลูก ให้เด็กโตขึ้นมากับหนังสือ อยากให้ลูกเป็นอย่างไรก็เลือกหนังสือประเภทนั้นให้ลูกอ่าน และเชื่อว่าเด็กไทยที่อ่านหนังสือจะเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ” เรืองศักดิ์ กล่าว

 ชุดหนังสือเล่มแรก Bookstart นอกจากจะทำให้เด็กน้อยได้เรียนรู้ และบรรยากาศในบ้านมีความอบอุ่น พ่อแม่ลูกได้ใกล้ชิดกัน และมีความสุขร่วมกันมากมาย ยังพบการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในเรื่องของพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็ก พ่อแม่ได้ใช้เวลากับลูก มีการร้องเพลง เล่านิทาน อ่านหนังสือกับลูกมากขึ้น

     0 ศศิวรรณ อาษา 0