
ย้ำอ่างกรมชลใต้ตอนกลางไม่พังแน่นอน
อธิบดีกรมชลประทานย้ำอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ตอนกลางแข็งแรง ไม่พังแน่นอน แม้น้ำจะล้นสปิลล์เวย์ก็ตาม พร้อมใช้โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคใต้ตอนกลางในเขต จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และกระบี่ว่า แม้ในขณะนี้อ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่สำคัญของกรมชลประทานในพื้นที่ 3 จังหวัดดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำบางกำปรัด อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน อ่างเก็บน้ำคลองดินแดง เป็นต้น จะมีปริมาณน้ำเต็มความจุจนล้นออกทางอาคารระบายน้ำล้น (สปิลล์เวย์) ก็ตาม แต่ก็สามารถช่วยบรรเทาและลดความรุนแรงจากปัญหาน้ำท่วมในบริเวณพื้นที่ท้ายอ่างได้ รวมทั้งโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ยังช่วยทำให้การระบายน้ำท่วมออกสู่ทะเลได้ในปริมาณที่มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา หากฝนหยุดตกคาดว่า พื้นที่ต่างๆ ที่ถูกน้ำท่วมจะกลับสู่สภาพปกติได้ในเวลาที่รวดเร็ว
อธิบดีกรมชลประทานต้องยอมรับว่า ฝนที่ตกมีปริมาณมาก ไม่ถึงสัปดาห์วัดปริมาณได้กว่า 1,000 มิลลิเมตร ถือว่ามากที่สุดตั้งแต่มีการบันทึกสถิติ และที่สำคัญเป็นฝนที่ตกในฤดูร้อนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จนทำให้อ่างเก็บน้ำแต่ละแห่งไม่สามารถที่จะรองรับปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลดังกล่าวได้ ต้องปล่อยให้ล้นออกทางสปิลล์เวย์ แต่ทั้งนี้อ่างเก็บน้ำทุกแห่งยังแข็งแรง ไม่พังทลายอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ดี ขณะนี้กรมชลประทานได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ เพื่อลดปัญหาความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น พร้อมทั้งได้เตรียมเครื่องสูบน้ำช่วยพื้นที่ที่ประสบภัยในการเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังไว้ด้วยแล้ว



