
ชุมชนเข้มแข็งผืนป่ามั่นคง"คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน"
"การส่งเสริมป่าชุมชนเป็นงานที่กรมป่าไม้ ถือเป็นนโยบายสำคัญ เพื่อสนับสนุนการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและความสมดุลของระบบนิเวศ อันจะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"
สุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว
เริ่มตั้งแต่ปี 2551 กรมป่าไม้ ร่วมกับ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ "กล้ายิ้ม คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน" ขึ้น เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับการพัฒนาป่าไปปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชุมชนอย่างกว้างขวาง และสามารถอยู่ได้อย่างพอเพียง ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดำเนินโครงการด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม และร่วมเผยแพร่ผลงานของชุมชนที่เข้มแข็ง
บุญทิวา ด่านศมสถิต รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารองค์กร บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บอกว่าการจัดโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นการตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญในด้านทรัพยากรป่าไม้ และทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการด้านทรัพยากรป่าไม้มากมาย บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชนป จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาผืนป่าให้มีความยั่งยืนต่อไป
ไสว พุทธมา ประธานกรรมการป่าชุมชนบ้านห้วยไร่ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ผู้เข้ารับรางวัลถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เล่าว่า ป่าชุมชนบ้านห้วยไร่และห้วยไร่บูรพา อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ได้รับอนุมัติจากกรมป่าไม้ให้จัดตั้งโครงการป่าชุมชนในปี 2552 มีพื้นที่ป่าชุมชนประมาณ 1545 ไร่ 3 งาน 20 ตารางวา มีสภาพป่าเป็นลักษณะผสมระหว่างป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง มีพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำและเป็นแหล่งอาหารที่ใช้หล่อเลี้ยงและดำรงชีวิตของคนในชุมชนตลอดทั้งปี ภายใต้การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบของคณะกรรมการป่าชุมชน และการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน
นอกจากนี้ ป่าชุมชนยังจัดตั้งคณะกรรมการกลุ่มเยาวชนจิตอาสารักษาป่าชุมชน โดยนำกลุ่มเยาวชนในท้องถิ่นเข้ามาศึกษาเรียนรู้ระบบการจัดการป่าชุมชนร่วมกับคณะกรรมการป่าชุมชน เพื่อให้เยาวชนเป็นแกนนำที่เข้มแข็งในการดูแลรักษาป่ารุ่นต่อไปในอนาคต
"ทุกวันนี้ทำงานอย่างตั้งใจ ตั้งมั่นในการดูแลรักษาป่าชุมชน ให้ป่ามีความยั่งยืนชั่วลูกชั่วหลาน หากเราตายไปแล้วลูกหลานจะได้มีป่าไว้ใช้ประโยชน์ ในอนาคตต่อไป" ไสว พุทธมา ประธานกรรมการป่าชุมชนบ้านห้วยไร่ กล่าว
แม่หลอด บัวเรียน ทองโพธิ์ หนึ่งในสมาชิกโครงการ "คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน" ชุมชนบ้านห้วยไร่ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เล่าว่า เมื่อก่อนป่าชุมชนแห่งนี้เคยมีต้นไม้ใหญ่ประมาณ 400-500 ต้น แต่ทุกวันนี้ถูกคนจากที่อื่นเข้ามาตัดไม้ทำลายป่า ทางชุมชนจึงปลูกทดแทน ซึ่งตอนนี้ต้นไม้เหล่านี้กำลังเติบใหญ่ขึ้นมาให้ความอุดมสมบูรณ์ เพิ่มอากาศดี เพิ่มแหล่งอาหาร ให้คนในชุมชนเข้ามาหาของป่าเลี้ยงปากท้องตามวิถีของคนอีสาน
จากความเข้มแข็งในการดูแลรักษาป่า และตระหนักในหน้าที่ของตนเองจึงทำให้ป่าแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ อาหารของป่า ยารักษาโรค แหล่งเก็บหาฟืน สมุนไพร แหล่งท่องเที่ยว ศึกษาหาความรู้ พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ รวมถึงให้ประโยชน์แก่คนในชุมชนเมืองในการใช้น้ำประปาจากป่าต้นน้ำของชุมชนในการดำเนินชีวิต
เช่นเดียวกับ แม่นาง นาง พุทธมา หนึ่งในสมาชิกโครงการ "คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน" ชุมชนบ้านห้วยไร่ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เล่าว่า สมาชิกในครอบครัวมีทั้งหมด 6 คน คือ พ่อ แม่ ลูก และหลาน ทั้งหมดได้เข้าร่วมโครงการ "คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน" เพราะทุกคนในครอบครัวได้ตระหนักถึงประโยชน์และโทษที่ได้จากป่าชุมชน ทุกคนจึงดูแล รักษาป่าชุมชน เพื่อรักษาผืนป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ ช่วยเลี้ยงคนไทยให้อยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป
"ทุกครั้งที่ขึ้นไปที่ป่าชุมชนจะพาลูกและหลานมาด้วย จะสอนให้ลูกหลานทำตามตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้เขาเรียนรู้การทำงานของเรา เผื่อวันหน้าเราไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เขาจะได้ดูแลป่าผืนนี้ต่อไป" แม่นาง กล่าวทิ้งท้าย
0 ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ 0



