ไลฟ์สไตล์

มนตราแห่งรัก 1 // ** 27781600 **

มนตราแห่งรัก 1 // ** 27781600 **

11 ธ.ค. 2551

มนตราแห่งรัก 1 // ** 27781600 ** ชาคริต หนุ่มโสดสุดฮอตเจ้าของบริษัท บ้านแก้วสวนขวัญ ลูกชายของชีพและกมลา มีพี่สาว ชลธิชา เธอแต่งงานกับอำพล ทนายความเพื่อนรักของชาคริต ชลธิชากับอำพลช่วยกันดูแลกิจการภัตตาคารจนรุ่งเรือง ส่วนชาคริตทำธุรกิจตกแต่งภายในจนประสบความสำเร็จ เขาได้รับรางวัลจากการโหวตของผู้อ่านนิตรสารเซเลบริตี้ให้เป็นนักธุรกจิไฟแรง เป็นที่หมายปองของสาวๆ แต่เขาไม่ปักใจให้สาวใด เพราะต้องการหารักแท้ของชีวิต ชาคริตถูกริสาหนึ่งในเพื่อนสาวหลอกไปที่โบสถ์เพื่อหวังจับแต่งงาน แต่ชาคริตใช้ปฏิภาณไหวพริบจนริสาเป็นฝ่ายหนีการแต่งงานเสียเอง หลังเหตุการณ์ความวุ่นวาย ชาคริตได้พบม่านไหมที่กำลังเตะต่อยกับโชคคนรับเหมาจัดดอกไม้ให้งานแต่งของริสา เพราะโกรธที่โชคคิดเบี้ยวเงินค่าดอกไม้ ชาคริตตกหลุมรักม่านไหมในทันที แต่ก็คลาดกันเพราะสมศรีเหนี่ยวรั้งไว้โดยไม่ตั้งใจ บุพเพสันนิวาสได้ชักพาให้ชาคริตได้มาพบกับม่านไหมเป็นครั้งที่สองที่ห้างของมิกิเพื่อนสนิทที่แอบมีใจกับชาคริตมานาน แต่การเจอกันครั้งนี้ทำให้ชาคริตผิดหวังอย่างแรงเพราะแอบได้ยินม่านไหมปฏิเสธการแต่งงานกับป่านคมเพื่อนหนุ่ม โดยประกาศว่าเธอจะแต่งงานกับคนที่มีเงินเท่านั้น ชาคริตหัวใจแตกสลายจนเกือบถูกรถชน สมศรีต้องพาไปรักษาตัวกับหมอวิคในโรงพยาบาลเดียวกับที่ใบหม่อนพี่สาวของม่านไหมทำงานอยู่ ม่านไหมเกลียดชังผู้ชายเพราะพล พ่อของเธอเป็นคนหล่อที่ชอบหลอกลวงผู้หญิงมีเงินมาเป็นเมีย พอเงินหมดก็เขี่ยทิ้ง ทับทิมแม่ของเธอเป็นลูกของคุณหญิงเกยูร อยู่ในตระกูลดีมีฐานะ แต่ด้วยความรักที่มีต่อพลจึงยอมหนีตามมาอยู่กินด้วยกัน สุดท้ายพอเงินหมดก็หนีไปหญิงอื่น ทิพย์แม่ของใบหม่อนพี่สาวต่างมารดาของม่านไหมก็ตกเป็นเหยื่อเหมือนกัน ม่านไหมเห็นภาพพ่อตบตีแม่และทำร้ายลูกๆ ทำให้กลายเป็นความเกลียดชังและหวาดกลัวผู้ชาย เธอไม่อยากเป็นเหมือนแม่ที่ทุ่มเทให้ความรัก สุดท้ายก็เจ็บปวดไปชั่วชีวิต มิกิเห็นม่านไหมเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง เนื่องจากเธอฆ่าคุณยายเกยูร เพราะคุณยายจะยกสมบัติหนึ่งในสามให้กับม่านไหม มิกิคิดว่าเรื่องนี้เป็นความลับที่ไม่มีใครรู้ แต่เธอไม่รู้ว่ากีกี้แอบเห็นและเก็บเป็นความลับมาโดยตลอด เธอรู้สึกสงสารม่านไหมไม่น้อย แต่ต้องนิ่งเฉยเพราะมิกิเป็นพี่สาวเธอ มิกิมีอาการทางประสาท เธอมักจะอาละวาดเวลาเครียดหรือโกรธ จนกีกี้ชิน ใบหม่อนนางพยาบาลพี่สาวของม่านไหมก็ถูกคนไข้โวยวายว่าขโมยของเพราะความเข้าใจผิด ใบหม่อนกลัวหมอวิค รองผอ.ที่ตนหลังรักจะต้องลำบากจึงแอบลาออกจากโรงพยาบาลอย่างเงียบๆ และไม่ยอมบอกกับม่านไหมว่าตกงาน ใบหม่อนไปเดินเล่นที่ซุ้มกระดังงาซึ่งเป็นสถานที่ปิดตายมานาน ที่นั่นเธอได้เจอกับรูปถ่ายที่มีผ้าคลุมปิดไว้ เธอเปิดออกมาเป็นภาพคุณยายเกยูร ถ่ายร่วมกับทับทิมและช่อเพชรแม่ของมิกิ นั่งที่พื้น รามกับจะเห็นถึงความสูงศักดิ์ของหญิงชราที่มีต่อหญิงสาวในภาพ "แม่เล็กคะ หม่อนรู้ว่าแม่เล็กรักเรือนหลังนี้ แต่หม่อนจำเป็น ค่าเช่าเรือนนี้จะช่วยต่อชีวิตหม่อนกับไหมได้" ม่านไหมก้าวเข้ามายืนอยู่ที่หน้าเรือน "พี่หม่อน พี่เข้าไปในนั้นทำไม" ใบหม่อนตกใจ "พี่สัญญากับไหมแล้วว่าจะไม่มายุ่งกับเรือนนี้ ไม่ยุ่งกับเขา" ม่านไหมมองรูปคุณยายเกยูรอย่างเจ็บแค้น "ยังไงเขาก็เป็นคุณยายเป็นคุณป้าของไหม เคียดแค้นไปจะทำให้วิญญาณแม่เล็กไม่สงบสุขนะ" "สิ่งที่เขาทำกับแม่และไหม ไหมลืมไม่ลง!" ม่านไหมมองไปที่บ้านเหมือนภาพในอดีตจะย้อนกลับมา เมื่อเธอเพิ่งสิบขวบ ช่อเพชรกับคุณยายเกยูรมาตามแม่ของเธอกลับ แต่ทับทิมไม่กลับ ฝ่ายช่อเพชรกับมิกิก็ช่วยกันจับตัวทับทิมลากไป ม่านไหมช่วยแม่ ใบหม่อนก็เข้ามาช่วย คุณยายเกยูรดุว่าเป็นเด็กเลือดไพร่ พอดีพ่อของม่านไหมเข้ามา "เข้ามาที่นี่ทำไม!" ช่อเพชรเชิดหน้าใส่ "บ้านนี้เป็นเงินของพวกฉัน ฉันจะเหยียบจะย่ำยังไงก็ได้ ทับทิมเฉดหัวไอ้บ้านี้ออกไปจากที่ของเรา" พ่อเดินไปกระชากตัวทับทิมไว้ "พวกแกต่างหากที่ ต้องออกไป บอกเขาไปสิว่าเธอทิ้งผัวสุดที่รักคนนี้ไม่ได้ จริงไหมจ๊ะเมียจ๋า" คุณหญิงเกยูรไม่ยอมแพ้เข้ามาช่วยช่อเพชรกระชากแขนทับทิม และชี้ไปที่ใบหม่อน "เมียคนที่เท่าไหร่ล่ะ นังเด็กนั่นของเมียคนไหนล่ะ โสเภณีหรือผู้หญิงสลัมที่แกเอามาโยนให้ลูกฉันต้องรับผิดชอบแกมันก็แค่แมงดาชั้นต่ำ" พ่อโมโหผลักช่อเพชรกับคุณหญิงเกยูรล้มลงไป มิกิรีบเข้าไปหลบด้านหลังทั้งคู่อย่างตกใจ พ่อคว้าอ่างบัวเล็กๆ สาดน้ำใส่คุณหญิงเกยูร แล้วเขวี้ยงใส่ใกล้เท้าของช่อเพชร ช่อเพชรกรี๊ดกร๊าด พ่อหยิบไม้กวาดจะพุ่งเข้าไปทำร้าย ทับทิมรีบพุ่งเข้าขวางห้ามไว้ ใบหม่อนเข้ามาช่วยอีกแรง "คุณแม่รีบไปเถอะค่ะ" "แกต้องกลับไปกับฉัน" "ลูกไปไม่ได้ ลูกขอโทษ" ช่อเพชรกับมิกิดึงคุณหญิงเกยูรให้ไป คุณหญิงเกยูรมองอย่างเสียใจ "ฉันไม่มีวันยกโทษให้แก ไม่มีวัน!" ช่อเพชรรีบดึงคุณหญิงเกยูกับมิกิออกไป พ่อตบแม่ผัวะ "ถ้าฉันเห็นหน้าพวกมันอีก พวกมันไม่ได้แก่ตายแน่" ทับทิมโผเข้ากอดม่านไหมร้องไห้ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ระเบียงบ้านม่านไหมนั่งอยู่เจ็บช้ำกับเรื่องราวในอดีตที่อัดแน่นไปด้วยความโหดร้ายที่หยั่งรากฝังลึกในจิตใจ ใบหม่อนตามเข้ามาข้างม่านไหม "ไหม" "ไม่มีใครรักไหม นอกจากแม่กับพี่หม่อน" ม่านไหมน้ำตาคลอสุดหักห้ามความน้อยใจไว้ได้ "ไหม พ่อเขาก็ตาย" ม่านไหมปรี๊ดขึ้นมาทันที "คนอย่างเขาไม่สมควรเป็นพ่อใคร" ใบหม่อนเงียบ ม่านไหมพยายามสงบสติอารมณ์ "ไหมขอโทษ แล้วพี่เข้าไปที่เรือนเล็กนั่นทำไม" ใบหม่อนอึกอัก "พี่เห็นบ้านนั่นโล่งๆ ถ้าเราให้คนมาเช่า" "เราไม่ได้ขัดสนขนาดนั้น ช่วงนี้ไหมอาจต้องเกาะพี่หม่อนไปก่อน แต่อีกไม่นานไหมก็ได้งานทำแล้วล่ะ" "แต่ว่า" ม่านไหมสังเกต "พี่ปิดอะไรไหมหรือเปล่า" ใบหม่อนตกใจรีบเบี่ยงเบนประเด็น "เปล่า พี่ต้องไปทำงานแล้วนี่ สายแล้ว พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ" ใบหม่อนรีบเผ่นออกไปทันที ม่านไหมมองตามรู้สึกแปลกๆ ด้านชาคริตยังตัดใจไม่ได้และเหมือนบุพเพสันนิวาส ม่านไหมมาสมัครงานที่บริษัทชาคริต ชาคริตเรียกม่านไหมมาสัมภาษณ์ แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้ชาคริตต้องปลอมเป็นแมสเซ็นเจอร์ไปส่งจดหมายด้วยตัวเอง ทำให้ม่านไหมรู้จักคริสในนามของ เหนือ ซุปเปอร์แมสเซ็นเจอร์ ม่านไหมนั่งอยู่ตรงกับหน้าของชาคริตใบหม่อนปิดผ้ากอซที่ศีรษะชาคริต ครู่เดียวชาคริตก็รู้สึกตัว เขาเห็นหน้าม่านไหมมองมา "ตามมาหลอนกันถึงในฝันเลยเหรอเนี่ย" ม่านไหมได้ยินก็ไม่พอใจหยิกแขนชาคริตอย่างแรง ชาคริตสะดุ้งตื่นเต็มตา "โอ้ย!" ชาคริตเด้งตัวขึ้นมา หัวก็เจ็บ แขนก็เจ็บ เขานั่งอย่างพยายามตั้งสติ ใบหม่อนเอ็ดม่านไหม "ไหม ไปหยิกเขาทำไม เขาเจ็บอยู่นะ" "คนเขาอุตส่าห์ช่วยดันบอกเราเป็นผีมาหลอกหลอน มันน่าทุบซ้ำให้แผลฉีกเลย" ชาคริตเพ่งมองม่านไหมเหมือนตาฝาดไป "คุณ!" "ก็คนน่ะสิ ไม่ใช่ผี" "ไหม" ใบหม่อนปรามและยิ้มเป็นมิตรกับชาคริต ชาคริตมองในบ้านงงๆ "คุณหัวแตกแล้วมาสลบที่หน้าบ้านเรา ไหมเขาช่วยคุณเข้ามา" "นายเป็นใคร" ม่านไหมถาม ชาคริตเจอคำถามรุกไม่ทันตั้งตัวก็ทำเป็นปวดท้องขอเข้าห้องน้ำ ใบหม่อนชี้ทาง ชาคริตรีบเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีเพื่อตั้งสติ และแนบหูฟังได้ยินเสียงม่านไหมว่า "อีตานี่แปลกๆ นะพี่หม่อน เดี๋ยวรีบไล่ออกไปดีกว่า ไหมไม่ไว้ใจ" "แต่เขาเจ็บอยู่นะไหม หัวแตกขนาดนั้นความจำไม่เสื่อมก็บุญแล้ว" "ใช่เลย" ชาคริตเปิดประตูห้องน้ำออกมากุมหัวท่าทางเจ็บปวดมาก "ผมปวดหัวน่ะครับ ผมนึกไม่ออกเลยว่าผมเป็นใคร" ชาคริตทิ้งตัวลงนั่งท่าทางทรมานมาก "พี่หม่อน อย่าบอกนะว่าตานี่ความจำเสื่อมจริงๆ น่ะ พี่หม่อนตรวจทีสิ" ชาคริตที่เบือนหน้าไปอีกทางชะงัก "ตรวจ?" "พี่สาวฉันผู้ช่วยพยาบาลมือหนึ่ง ประสบการณ์แน่นเอี๊ยด" ชาคริตหน้าเสียตกใจ ใบหม่อนถามว่าอาการเขาเป็นยังไงบ้าง ม่านไหมหยิบแจ็คเก็ตมาดู "พี่หม่อน แจ็คเก็ตตานี่ปักว่า ซุปเปอร์แมสเซ็นเจอร์" ชาคริตนึกได้ทันที เงยหน้าขึ้นมาเสียงดัง "นึกออกแล้ว!" ม่านไหมกับใบหม่อนสะดุ้ง "ผม ผมชื่อเหนือ เป็นแมสเซ็นเจอร์มาส่งจดหมาย แต่โดนพวกโจรมันปล้นทำร้ายแล้วก็ขโมยมอเตอร์ไซค์ผม" ชาคริตทำเสียงอ่อนเรียกความเห็นใจสุดชีวิต "ไปด้วยน่ะครับ พอผมฟื้นก็โซซัดโซเซหาคนช่วยแล้วก็วูบไปจนตื่นมานี่ล่ะครับ จดหมาย!" ชาคริตรีบมาหยิบจดหมายออกจากแจ็คเก็ต "โชคดีจริงๆ ถ้าหายไปผมต้องแย่แน่ๆ ถ้าไม่มัวแต่หาบ้านเลขที่ก็คงไม่ต้องโชคร้ายแบบนี้ คุณรู้จักคุณคนนี้ไหมครับ" ใบหม่อนรับมาดู "นี่จดหมายถึงไหมนี่ จากบริษัทบ้านแก้วสวนขวัญ" ม่านไหมรับมาอ่านดีใจสุดขีด "พี่หม่อน เขาเรียกไหมไปสัมภาษณ์!" ใบหม่อนพลอยดีใจไปด้วย "เยี่ยมเลย!" สองพี่น้องโผเข้ากอดกันอย่างดีใจมากๆ ชาคริตพลอยรู้สึกยินดีไปด้วย ยื่นมือไปตรงหน้า "ยินดีด้วยครับ" ม่านไหมที่กำลังดีใจหันมาจับมือ "ขอบคุณ" เธอรู้สึกตัวรีบชักมือออก "เฮ้ย" "เอ่อ ผมแค่อยากแสดงความยินดี" "นายจำทุกเรื่องได้แล้วใช่ไหม" ชาคริตงงๆ "ครับ" ม่านไหมยิ้ม ชาคริตยิ้มตอบไม่รู้ความหมาย กว่าจะเข้าใจเขาก็โดนม่านไหมดันออกมานอกบ้านอย่างไม่ปรานีปราศรัย "เสร็จธุระก็กลับไปได้แล้ว" ใบหม่อนตามมา "ไหม คุณเหนือเขายังเจ็บอยู่นะ" "เจ็บยังไงก็เป็นผู้ชาย เราต้องปลอดภัยไว้ก่อน" "นั่นสิครับ ผมต้องเจ็บตัวเพราะมาส่งจดหมายให้คุณ น่าจะมีน้ำใจให้พักสักหน่อยก็ยังดี คนเพิ่งฟื้นแท้ๆ เงินก็ไม่มีสักบาท" ม่านไหมหยิบเงินออกมาสองร้อยยัดใส่มือชาคริต "ค่ารถ รีบกลับไปซะก่อนจะโดนตีหัวรอบสอง" ม่านไหมปิดประตูใส่หน้าชาคริต ปึ้ง! ชาคริตได้แต่มองจ๋อยๆ ที่สานต่อไม่สำเร็จ ชาคริตไปหาหมอวิคให้ทำแผลให้ หมอวิคยืนทำแผลให้กดสำลีชุบยาล้างแผลที่ศรีษะ ชาคริตสะดุ้งโหยง "โอ้ย! ไอ้หมอ จะทำแผลหรือจะฆ่ากันเนี่ย" "ที่จริงถ้าแกบอกเขาว่าเจ้าของบริษัทมาส่งจดหมายเชิญไปสัมภาษณ์เอง เขาก็คงสนใจแกไปแล้ว" "ไม่เอา ฉันอยากให้เขารักที่ตัวฉันล้วนๆ สมบัติไม่เกี่ยว" "ก็โดนเขาไล่มานี่แล้วไง" "มันต้องมีวิธีที่ทำให้ฉันได้ใกล้ชิดเขาโดยที่ไม่เกี่ยวกับฐานะสิ" หมอวิคมองชาคริตอย่างเซ็งๆ "วันนี้ปลอมเป็นแมสเซ็นเจอร์ คราวหน้าก็ปลอมเป็นคนใช้เขาเลยสิ" ชาคริตชะงักคิดตามคำพูด "น่าสนใจแหะ จะเก็บไว้ใช้ถ้าจำเป็น" "ไอ้เพี้ยน" หมอวิคเช็ดแผลอย่างแรง ชาคริตสะดุ้งเฮือกร้องลั่น เช้าวันใหม่ สมศรีทำหน้าที่เป็นคนสัมภาษณ์ม่านไหมแทนชาคริต ด้วยการเสียบสมอล์ทอล์กเอาไว้ แต่ปิดสายเอาไว้อย่างแนบเนียน หลังทำเสร็จเพียงครู่เดียวม่านไหมก็เข้ามาพร้อมจดหมายเรียกตัวมาสัมภาษณ์ "ฉันม่านไหม กุสุมาค่ะ ฉันมาสัมภาษณ์งาน" ชาคริตตะโกนอย่างตื่นเต้นจนเจ็บแผล สมศรีพลอยตกใจรีบถาม "เป็นอะไรเหรอเปล่าฮะ" ม่านไหมมองตัวเองงงๆ "ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ" "ไม่ใช่คุณ ฉันหมายถึงบะ" ชาคริตตกใจที่สมศรีกำลังจะหลุดปาก "สมศรี!" สมศรีชะงักไหลเรื่อยไป ทำเป็นหยิบเอกสารฟาดๆๆ บนโต๊ะ ม่านไหมมองงงๆ สมศรีเดินมาต้อนม่านไหมไปนั่ง "ศรีตกใจแมลงนิดหน่อย เชิญนั่งสิฮะ จะได้สัมภาษณ์กัน" สมศรีปิดประตูใส่ปี้ง! และไปนั่งตรงหน้าม่านไหม ม่านไหมหยิบเอกสารส่งให้กับสมศรีอย่างพยายามเก็บกิริยาตื่นเต้นไว้ให้มิดที่สุด "ดิฉันจบการศึกษามาจาก" ชาคริตรีบสั่งการ "เข้าประเด็นเลย สมศรี" สมศรีเลื่อนเอกสารไปไว้ด้านข้าง "เรื่องประวัติและการศึกษาไม่มีปัญหา เพราะตำแหน่งนักออกแบบสวนที่คุณต้องการ เราให้ความสำคัญกับทัศนคติที่สุด" ม่านไหมพยักหน้าเข้าใจยิ้มพร้อมฟัง "ฉันพร้อมตอบทุกเรื่องค่ะ" แต่สักพักหนึ่ง ม่านไหมก็ก้าวฉับๆ ออกมา สมศรีรีบวิ่งตามมาร้องเรียกบอกให้ตอบคำถามก่อน ม่านไหมมองสมศรีด้วยสายตาคมปลาบท่าทางเอาเรื่อง "คุณแน่ใจเหรอว่านั่นเป็นคำถามสำหรับสัมภาษณ์รับคนเข้าทำงาน" สมศรีแหยงๆ แต่ด้วยหน้าที่ก็ต้องยืนยัน "ฮะ คุณอาจจะได้ยินไม่ถนัด ศรีถามว่าคุณเชื่อในรักแท้หรือเปล่า" ชาคริตพยายามฟังอย่างตั้งใจ แต่ม่านไหมเดือดโกรธเหมือนโดนหลอก "ฉันมาที่นี่เพราะต้องการงาน ไม่ใช่มาหาคู่" ชาคริตส่งเสียงลั่น "สมศรีทำให้เขาตอบให้ได้" สมศรีลำบากใจแต่ก็วิ่งไปขวางพยายามตื้อ "แต่มันสำคัญนะฮะ คุณจะได้งานหรือไม่ขึ้นกับคำถามนี้" ม่านไหมหน้าตึง "ไร้สาระ" สมศรีกับชาคริตชะงักไปทั้งคู่ "อะไรนะฮะ" "รักแรกพบไม่มีจริงในโลก รักแท้เป็นเรื่องเพ้อฝันและ" ม่านไหมตบโต๊ะปึ้ง! จนสมศรีสะดุ้งโหยง "ไร้สาระ!" ม่านไหมเค้นเสียงราวกับพร้อมเชือดสมศรี "ฉันตอบคำถามแล้ว ช่วยหลีกทางให้ด้วย" สมศรีเห็นสายตาดุดันของม่านไหม รีบถอยหลบไปอีกด้านทันที ม่านไหมก้าวฉับๆๆ ออกไป ใบหม่อนไปสมัครงานที่บริษัทจัดหางานเพื่อเป็นผู้ดูแลคนป่วยตามบ้าน เธอได้งานทำทันที โดยหารู้ไม่ว่าเจ้าหน้าที่จัดหางานกำลังส่งเธอไปให้เสี่ยคนหนึ่ง ม่านไหมมายืนซื้อน้ำที่ร้านแถวนั้น เห็นใบหม่อนกำลังขึ้นแท็กซี่ไป ด้วยความสงสัยเธอจึงนั่งมอเตอร์ไซค์ตามไปจนถึงบ้านเศรษฐีหลังหนึ่ง ใบหม่อนลงจากรถแท็กซี่ พนักงานยื่นหน้ามาบอก "เข้าไปข้างใน คุณปู่เขาอยู่คนเดียว เย็นๆ ลูกๆ เขาถึงจะกลับมา เธอเริ่มงานได้เลย ฉันต้องรีบไปทำงานต่อ" ใบหม่อนยังไม่ทันถามอะไร พนักงานปิดประตูรถแท็กซี่ก็แล่นออกไป ใบหม่อนตัดสินใจเดินเข้าไปในบ้าน ม่านไหมมองตามอย่างสงสัย ใบหม่อนเข้าไปด้วยความประหม่า ทั้งบ้านมีเสี่ยบ้ากามอยู่คนเดียว กว่าใบหม่อนจะรู้เธอก็ถูกเสี่ยลวนลามจะปลุกปล้ำ เธอร้องลั่นขอความช่วยเหลือ ม่านไหมได้ยินก็รีบเข้าไปช่วยพี่สาว และตรงเข้าเล่นงานเสี่ยบ้ากามจนหมอบแทบเท้า ม่านไหมจะเล่นงานอีก ใบหม่อนห้ามไว้ สองสาวพี่น้องกลับถึงบ้าน ม่านไหมถึงรู้ว่าพี่สาวลาออกจากงาน "พี่ขอโทษนะ ที่พี่ตกงานทำให้ไหมต้องลำบากแล้วยังต้องไปช่วยพี่อีก ไหมโกรธพี่ใช่ไหม" "โกรธมากด้วย แต่ไม่ใช่เพราะพี่ตกงาน แต่โกรธที่พี่ไม่พูดความจริงกับไหม เราเป็นพี่น้องกันไม่เห็นต้องปิดกันเลย" "พี่รู้ว่าไหมเครียดที่ไม่มีงาน พี่ไม่อยากให้ไหมต้องคิดมาก" "พี่ห่วงไหม ไหมรู้ แต่ถ้าพี่หม่อนเป็นอะไรไป ไหมจะอยู่ยังไง" ใบหม่อนอึกอักรีบเปลี่ยนเรื่อง "แล้ววันนี้ไปสัมภาษณ์งานมาเป็นไง เขารับหรือเปล่า" ม่านไหมทำหน้าเซ็ง "ไปถึงไม่อ่านประวัติไหมสักนิด แถมยังถามคำถามบ้าๆ อีก เชื่อเรื่องรักแท้หรือเปล่า บริษัทโรคจิตหลอกให้เสียเวลา" ม่านไหมเห็นใบหม่อนหน้าเสีย "ไม่ได้บริษัทนี้ก็ต้องมีบริษัทอื่นล่ะน่า อีกไม่นานเราต้องได้งานแน่" ใบหม่อนพูดไม่ออกได้แต่บีบมือม่านไหมตอบ ต่างคนต่างมองแล้วศีรษะเอียงซบกันอย่างให้กำลังใจกันและกัน ชาคริตเล่าเรื่องม่านไหมให้ชีพกับกมลาฟัง ยิ่งเขาได้เห็นว่าพ่อกับแม่รักกันก็ยิ่งทำให้เขาอยากได้คู่ครองที่เหมือนพ่อกับแม่ ทั้งสองเดินออกมาส่งชาคริต และเตือนให้ทำความสะอาดแผลด้วย "พ่อครับ ผมถามอะไรหน่อย เราจะรู้ได้ยังไงว่าเราเจอกับเนื้อคู่เข้าแล้ว" "มันเหมือนเราต้องมนต์อะไรเข้าสักอย่าง แกจะรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นเข้ามาที่หัวใจ ในหูก็ได้ยินแต่เสียงเพลงที่เพราะที่สุด และไม่ว่าแกจะพยายามยังไง แกก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากมนตราอันนี้ได้" ชีพตบไหล่ลูกเดินเข้าบ้าน "หรือเราก็กำลังต้องมนต์เหมือนกัน" ชาคริตคว้ามือถือขึ้นมาพูดโทรหาสมศรีทันที ม่านไหมกับใบหม่อนช่วยกันขนต้นไม้ที่เพาะไว้มาที่ป้ายรถเมล์ แล้วเธอก็เห็นชาคริตเดินแขวนถาดไม้ใส่ถั่วตักขายมาเต็มถาด ม่านไหมเรียกให้ใบหม่อนดู ทันใดนั้นวัยรุ่นสองคนก็วิ่งมาแย่งเงินในมือชาคริตไปและผลักชาคริตล้ม ถั่วกระจาย ทั้งยังจับชาคริตมาทุบตี ชาคริตรีบกระซิบบอกเด็กทั้งสองที่จ้างว่าให้เบาๆ ชาคริตทำท่าจุกได้แนบเนียน ใบหม่อนตกใจร้องตะโกนให้คนช่วย ม่านไหมทิ้งต้นไม้วิ่งเข้าไปช่วยชาคริตทันที ชาคริตรีบบอกให้วัยรุ่นเผ่นหนีไป ม่านไหมเข้ามาถามว่าเขาเป็นยังไงบ้าง ชาคริตทำเป็นโอดครวญเจ็บหนัก สมศรียื่นหน้ามายกนิ้วโอเค. ให้ชาคริต ก่อนจะแจกจ่ายเงินค่าจ้างให้วัยรุ่น ม่านไหมกับใบหม่อนเดินตามชาคริตที่ถือถาดถั่วที่พังเละเข้ามาที่หน้าบ้านเช่า "นายเป็นแมสเซ็นเจอร์ไม่ใช่เหรอ ทำไมมาขายถั่วล่ะ" ชาคริตทำหน้าเศร้า "ไม่มีมอเตอร์ไซค์ก็เหมือนแมสเซ็นเจอร์ไม่มีขา เพราะไปส่งจดหมายให้คุณแท้ๆ ผมต้องเสียมอเตอร์ไซค์ เสียอาชีพ" ชาคริตเหลือบมองเห็นม่านไหมกับใบหม่อนมองหน้ากันอย่างกระอักกระอ่วน ชาคริตรีบพูดซ้ำ "ที่จริงมันไม่เกี่ยวกับคุณหรอกครับ มันเป็นโชคร้ายของผมเอง พวกคุณไม่ต้องคิดมากนะครับ" ชาคริตหันไปมองที่บ้านเช่า "นี่ล่ะครับ บ้านผม ขอบคุณนะครับที่มาส่ง" ชาคริตเปิดประตู ทันใดนั้นกองผ้าก็ปาเข้ามาที่หน้าชาคริต พร้อมข้าวของที่ถูกโยนออกมาอีกนับไม่ถ้วน เจ้าของบ้านเดินออกมาด่ากราดไล่ชาคริตเพราะค้างค่าเช่า "พูดกันดีๆ ก็ได้นะป้า" ม่านไหมร้องห้าม "ทำไม เป็นเมียมันหรือไงต้องออกรับแทน" ม่านไหมสะอึก ใบหม่อนต้องดึงไว้ ชาคริตอ้อนวอนน่าสงสารมากขออยู่ต่อ แต่เจ้าของบ้านไม่ยอมและปิดประตูใส่ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการ ใบหม่อนสงสาร จึงให้ชาคริตมาเช่าบ้านเธออยู่ไปพลางๆ ก่อน ม่านไหมอุทานตกใจ ขณะที่ชาคริตดี๊ด๊ามาก "พี่ไปชวนตานั่นมาอยู่ในบ้านเราได้ยังไง" "ไม่ได้มาอยู่ มาเช่า" "หมอนั่นเป็นผู้ชายแล้วเราก็ไม่รู้จักดีพอ เกิดเป็นพวกโรคจิตชอบข่มขืนทำร้ายผู้หญิงจะทำยังไง" "แต่เขาไม่มีงานไม่มีที่อยู่เพราะไหมนะ ไหมก็เคยรู้แล้วนี่ว่ารสชาติของการที่ไม่มีใครเหลียวแลมันแย่แค่ไหน ถ้าเราช่วยได้ก็ควรจะช่วย" ม่านไหมสะอึก "แต่ไหมไม่ไว้ใจ" ชาคริตก้าวเข้ามา "อย่าทะเลาะกันเลยครับ ผมจะไปเอง แต่ผมมีเรื่องอยากขอร้อง ถ้าผมเกิดถูกทำร้ายนอนตายข้างถนน ช่วยเผาศพให้ผมด้วยนะครับ ผมลาล่ะครับ" ใบหม่อนหันมามองน้องอย่างตำหนิ ม่านไหมที่แพ้ความขี้สงสารของตัวเองแพ้ทางจนได้ "จะเช่าก็ได้ แต่นายต้องเอาเงินมามัดจำ 3 เดือนพร้อมบัตรประชาชนมาให้กับฉันก่อนหกโมงเย็นวันนี้ไม่งั้นถือว่าทุกอย่างเป็นโมฆะ" "ได้เลยครับ เอ๊ะ บัตรประชาชนด้วยเหรอ" "ใช่ มีปัญหามั้ย" ใบหม่อนเข้าใจว่าชาคริตเหวอเรื่องเงิน "แค่วันเดียวจะหาเงินที่ไหนมาได้ เขาตกงานอยู่นะไหม" "ถ้าไม่ได้ไหมก็ไม่ตกลง!" ชาคริตรีบคว้าโอกาสไว้ก่อน "ไม่เป็นไรครับ แค่คุณไหมเมตตาผมแค่นี้ก็เป็นบุญแล้วครับ ผมจะไปหาเงินมาให้ได้" ชาคริตรีบวิ่งออกไป ใบหม่อนหันมามองดุๆ ม่านไหมจะตามไป ใบหม่อนถามว่าจะไปไหน "จะรับใครเข้าบ้านมันก็ต้องรู้จักให้ถึงลูกถึงคนกันหน่อย" ม่านไหมไม่รอตอบรีบคว้าหมวกกับกระเป๋าแล้วตามไปทันที ใบหม่อนมองตามอย่างงงๆ สมศรีนำบัตรประชาชนของเหนือมาได้อย่างที่ชาคริตสั่ง เธอรีบนำของมาให้เขาที่บริษัท แต่เห็นม่านไหมกำลังคุยกับกมลาหน้าบริษัทพอดี จึงรีบบอกให้ชาคริตรู้ตัว แต่เขายังไม่ทันจะหาทางออกก็เกือบถูกม่านไหมจับได้ สมศรีเข้าไปแก้สถานการณ์ให้ปูดำรีบพากมลาไปที่ห้องพักก่อน และบอกว่าเธอนัดม่านไหมมาสัมภาษณ์งาน ม่านไหมทำหน้าสงสัย "คุณจำผิดหรือเปล่า เราสัมภาษณ์กันไปแล้ว แล้วฉันก็บอกคุณแล้วว่าฉันไม่สนใจงานที่นี่" "อ้าว แล้วคุณมาทำไมล่ะฮะ" "ฉันตามคนรู้จักมา แมสเซ็นเจอร์ที่นี่ที่ชื่อเหนือไปขอเช่าบ้านฉัน ฉันอยากรู้ว่าความประพฤติเขาเป็นไง" "นายเหนือเหรอ ก็ดีนี่ อู๊ยเป็นคนใช้ได้หนักเอาเบาสู้" "แล้วทำไมถูกไล่ออก" "เอ่อ ก็เจ้านายเขารำคาญน่ะซิ วันวันมีแต่ผู้หญิงมาตามตื๊อ งานการไม่เป็นอันทำ" "นายนี่เป็นเสือผู้หญิงเหรอคะ" "ไม่ใช่ คือ คนหน้าตาดีน่ะ เข้าใจมั้ย ผู้หญิงก็ต้องชอบเป็นธรรมดา" "มันก็ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนหรอกค่ะ แล้ว วันนี้เขามาที่นี่ทำไมอีกคะ" สมศรีถูกม่านไหมต้อนเอาคำตอบเธอจึงหาเรื่องโกหกว่า วันนี้เหนือเข้ามารับเงินเดือนเพื่อนำไปจ่ายค่าเช่าบ้าน ม่านไหมฟังเหตุผลพอเชื่อถือได้จึงยอมกลับไป ชาคริตเพิ่งรู้ข่าวการบาดเจ็บของมิกิจากสมศรี เขารีบไปเยี่ยม มิกิเห็นชาคริตอาการคลุ้มคลั่งก็สงบลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ทำไมคุณเจ็บขนาดนี้ถึงไม่บอกผม" "ช่างเถอะค่ะ ถือว่าฟาดเคราะห์แต่ตอนเกิดเรื่อง มิกิกลัว" มิกิทำเป็นตัวสั่นงันงกเรียกความสงสาร "มาก เขาทุบรถมิกิเหมือนคนบ้าเลยค่ะ" "มิกิ ผมบอกแล้วไง ถ้าเกิดเรื่องอะไรแบบนี้ให้โทรเรียกผม ผมจะไปช่วย" "ขอบคุณค่ะ คริสดีกับมิกิเสมอ ถ้าคริสจะช่วย ช่วยพามิกิไปหาหมอได้มั้ยคะ พอดี กี้เขาไม่อยู่" ชาคริตดูนาฬิกาแล้วบ่นว่าจะทันไหม มิกิจึงบอกว่า "คริสไม่ว่างเหรอคะ ไม่เป็นไรมิกิไปเองได้" "เพิ่ง 4 โมง โอเคจ้ะ" มิกิขอตัวไปแต่งตัว กีกี้ก็เข้ามาถามว่าจะไปไหน "อ้าวไหนว่า กีกี้ไม่อยู่" ชาคริตมอง "กีกี้ พี่บอกแล้วใช่มั้ยว่าให้รอจนกว่าจะพบลูกค้า เอกสาร ต้องเซ็นวันนี้ให้ได้" "ลูกค้า" กีกี้งง "คงกลัวจะไม่มีใครพาพี่ไปหาหมอน่ะซิ คริสเขาอาสาแล้ว รีบกลับไปหาคุณทาเกชิซิ" มิกิถลึงตา กีกี้เก็ท "ค่ะ กี้ขอโทษ กี้จะไปเดี๋ยวนี้" กีกี้รีบออกไป "เห็นมั้ยคะ ขนาดป่วย ยัยกี้ยังหาเรื่องมาให้ปวดหัวอีก สงสัย มิกิต้องไปขอยาคลายเครียดหมอมาเพิ่มแล้ว" ชาคริตได้แต่ยิ้ม จำใจ จบตอน 1