ไลฟ์สไตล์

“ไนแอการา”เหน็บหนาว..พลิ้วไหว..สายน้ำ

“ไนแอการา”เหน็บหนาว..พลิ้วไหว..สายน้ำ

03 เม.ย. 2554

พาตัวเองไปหมกอยู่ในป่าคอนกรีตมาซะหลายวัน แต่ก็ยังไม่นึกเบื่อมหานครนิวยอร์กเลยสักนิด เรียกว่าเป็นเมืองที่มากี่ทีก็ไม่มีเบื่อ เพราะเมืองใหญ่ของอเมริกาแห่งนี้มีอะไรให้ค้นหามากมาย ก่อนจะหลงแสงสีของมหานครนิวยอร์กไปมากกว่านี้ เลยเปลี่ยนบรรยากาศเนรเทศตัวเองออกไ

ก่อนจะพ้นชายคานิวยอร์ก ไม่ลืมจับจองที่หลับที่นอนให้เรียบร้อยก่อน ไปถึงที่นั่นจะได้ไม่มีปัญหา ทีแรกก็กลัวอยู่ว่าเมืองแถวนั้นอาจจะไม่ค่อยมีที่พัก เพราะเป็นย่านชายแดนติดกับแคนาดา แต่ปรากฏว่า พอคลิกเข้าไปสำรวจในเว็บไซต์อโกดา (www.agoda.co.th) ผิดคาดแฮะ มีห้องพักให้เลือกเยอะมาก แถมมีหลากหลายระดับด้วย เรียกว่า ถึงแม้อยากเที่ยวแบบประหยัดก็มีห้องพักราคาไม่แพงให้จอง

 จากบางกอกไปนิวยอร์กบินด้วยไชน่า แอร์ไลน์ (0-22509880) แต่จากนิวยอร์กไปน้ำตกไนแอการา นักเดินทางชั้นประหยัดอย่างฉันนั่งไนท์บัส ใช้เวลา 7 ชั่วโมง ก็ถึงบัฟฟาโล เมืองหน้าด่านสำหรับคนที่จะไปเที่ยวไนแอการา จากบัฟฟาโลไปเมืองไนแอการาก็ไม่ไกล นั่งรถแท็กซี่แค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึง  

 น้ำตกไนแอการา เป็นเมืองที่อยู่ระหว่างชายแดนอเมริกาและแคนาดา ในแง่มุมของประวัติศาสตร์ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เมื่อ 300 กว่าปีที่ผ่านมา มีนักเผยแผ่ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกคนหนึ่ง เกิดสงสัยว่า เสียงที่ดังกึกก้องเหมือนฟ้าผ่าที่เขาได้ยินนั้นเป็นอะไรกันแน่ จึงออกเดินทางตามหาต้นกำเนิดเสียง ปรากฏว่าภาพที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าคือม่านน้ำตกอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้เขายืนตะลึงอยู่นาน จะว่าไป เขาคือนักท่องเที่ยวคนแรกของไนแอการาก็ว่าได้

 จากนั้นก็เริ่มมีผู้คนเดินทางมายลโฉมน้ำตกอันยิ่งใหญ่ที่ถูกพูดถึงกันปากต่อปาก แต่มาโด่งดังและดึงคนได้มากขึ้นจริงๆ หลังจากหนังเรื่องไนแอการามาถ่ายทำที่นี่ ต่อมาที่นี่กลายเป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับคู่รักที่เดินทางมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ จนมียุคหนึ่งหรือประมาณปี 1950 ถูกตั้งฉายาให้เป็นเมืองหลวงของคู่ฮันนีมูนจนถึงปัจจุบันคู่รักชาวอเมริกันก็ยังนิยมเดินทางมาที่นี่ ยิ่งเมื่อรวมกับตัวเลขนักท่องเที่ยวทั่วๆ ไปด้วยแล้ว ยิ่งพบว่า ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตประจำอเมริกาอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

 ใครมามือเปล่าไม่ต้องเป็นห่วง ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของน้ำตกไนแอการา มีทั้งแผนที่ ข้อมูลและเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำอย่างละเอียด มีทั้งมุมแสดงภาพมุมต่างๆ ของน้ำตก ด้านล่างยังมีโรงฉายภาพยนตร์ที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาของน้ำตก มีคาเฟ่เอาไว้ให้หลบหนาว และร้านขายของที่ระลึก

 บอกตามตรงว่าผิดคาด คิดว่ามาไนแอการาฤดูหนาวคงจะมีนักท่องเที่ยวบางตา ที่ไหนได้ ที่เห็นอยู่ตรงหน้าเนี่ยไม่มีใครกลัวหนาวเลยสักนิด แต่ที่เป็นไปตามคาดคือ กะอยู่แล้วว่า อุณหภูมิที่ติดลบเกือบ 10 องศา คงจะทำให้น้ำตกกลายเป็นน้ำแข็ง แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่คงเห็นความพลิ้วไหวของสายน้ำอยู่

 ที่เห็นน้ำแรงๆ เป็นเพราะดึงน้ำมาจากทะเลสาบทั้งห้าแห่งที่อยู่ในบริเวณนี้ และทิ้งน้ำเหล่านี้ลงมาจากระดับความสูงที่ว่ากันว่าเท่าตึกสูง 10 กว่าชั้น แต่เรื่องความกว้างไม่เป็นรองน้ำตกไหน เพราะตัวน้ำตกมีความกว้างประมาณกิโลเมตรครึ่ง

 ที่จริงตัวน้ำตกไนแอการาประกอบด้วยน้ำตกสามแห่งที่แยกออกจากกันคือ น้ำตกฮอร์สชูที่สูงเกือบ 800 เมตร, น้ำตกอเมริกันสูงกว่า 300 เมตร และน้ำตกขนาดเล็กๆ ที่อยู่ติดกัน คือ น้ำตก ไบรดัล วีล

 ยิ่งพาตัวเองเข้าใกล้น้ำตกมากเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกว่าพลังแห่งธรรมชาตินี่ช่างยิ่งใหญ่จริงๆ ในเวลาเดียวกัน ความพลิ้วไหวของสายน้ำก็ชวนให้รู้สึกว่าธรรมชาติก็แอบมีมุมอ่อนหวานซ่อนอยู่ กระแสน้ำที่ไหลทะลักลงจากหน้าผาสูงเป็นแนวกว้าง กระโจนลงสู่พื้นเบื้องล่างจนเกิดละอองกระเซ็นสาดไปทั่วบริเวณคุ้งน้ำ พอกระทบกับแสงแดดที่สาดเข้าใส่ บางทีก็จะมีรุ้งกินน้ำปรากฏตัวออกมาเป็นพักๆ ให้นักท่องเที่ยวฮือฮากันเบาๆ

 ปกติเวลานักท่องเที่ยวมาที่นี่ โดยมากก็อยากเข้าประชิดตัวน้ำตกด้วยการล่องเรือเมด ออฟ เดอะ มิสต์ ที่พาล่องทวนกระแสน้ำเข้าสู่สายน้ำอันเชี่ยวกรากที่โถมตัวลงมาจากด้านบน เพราะมองจากใต้น้ำตกคงจะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ แต่นี่เป็นฤดูหนาว ทัวร์ประเภทนี้ดูเหมือนจะขายไม่ค่อยออก เพราะแค่ยืนดูน้ำตกธรรมดายังสั่นไปหมด

 ยิ่งตอนนี้เมืองทั้งเมืองเป็นสีขาวโพลนไปหมด เพราะก่อนหน้าที่เราจะมาถึงหิมะเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง   แต่ก็สวยไปอีกแบบ ตามสวนสาธารณะเลียบน้ำตกก็พลอยถูกห่มด้วยสีขาวแทนสีเขียว เก้าอี้ว่างโล่ง เพราะอากาศแบบนี้ ไม่มีใครมานั่งชิลชิลชมน้ำตก

 ตอนที่เดินเข้าไปสำรวจตัวเมืองไนแอการา ยังเงียบเชียบเหมือนเป็นเมืองร้าง ทั้งที่จริงเมืองนี้ก็มีคนอยู่เกือบ 6 หมื่นคน แต่ฤดูหนาวแบบนี้ ทุกคนพากันตากฮีทเตอร์ซุกตัวอยู่ในบ้าน หรือไม่ก็ไปนั่งสวดมนต์อยู่ในโบสถ์เล็กๆ

คะเนด้วยสายตาแล้ว ถึงเป็นเมืองเล็ก แต่ถ้าเป็นฤดูร้อนคงคึกคักไม่เบา เพราะในเมืองมีโรงแรมเยอะพอสมควร แถมมีกาสิโน ถนนสายช็อปปิ้ง และร้านอาหารรองรับกองทัพนักเดินทางที่ปกติจะแห่แหนมากันในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม

 ไนแอการาเวอร์ชั่นสวยปนหนาว ทำให้รีบตีจากมาอย่างไม่อ้อยอิ่ง เพราะโดนลมหนาวเฆี่ยนตีอย่างแสนสาหัส  แม้จะมีความงามในความกึกก้องและยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ แต่ขืนอยู่ที่นี่นานๆ คนบ้านใกล้เส้นศูนย์สูตรอย่างเราอาจหนาวตายได้


กาญจนา หงษ์ทอง