ไลฟ์สไตล์

พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง -“แมวมีกลิ่น?”

พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง -“แมวมีกลิ่น?”

03 เม.ย. 2554

คนเลี้ยงสัตว์มักคุ้นเคยกับการที่สัตว์เลี้ยงมีกลิ่นตามชนิดของมันบ้าง จะให้ไร้กลิ่นหรือหอมฉุยดั่งน้ำหอมย่อมไม่มีแน่ เอาเป็นว่าพอรับได้ แต่ถ้ากลิ่นที่มีมันผิดไปจากเดิมหรือรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นกลิ่นเหม็นละก็นี่สิปัญหาแน่ ดังตัวอย่างในแมวต่อไปนี้ :-

คุณหมอขา
 ดิฉันพบว่าแมวที่เลี้ยงไว้มีกลิ่นเหม็นมากค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นกลิ่นอะไร ? จะเป็นกลิ่นตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้ บางครั้งคล้ายๆ ของเน่าก็มีค่ะ อยากทราบว่ามันเกิดจากอะไร และจะแก้ไขได้ไหมคะ
       ดุจฤดี

คุณดุจฤดี
 โดยทั่วไปเรามักไม่ค่อยพบว่าแมวจะมีและก่อปัญหาเกี่ยวกับกลิ่นสักเท่าไร เมื่อเทียบกับหมา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียเลย แมวอาจมีปัญหากลิ่นจากตัวมันได้เช่นเดียวกับหมา ทว่าน้อยกว่า คนทั่วไปมักเข้าใจว่าแมวเป็นสัตว์สะอาดเพราะเห็นว่าช่างแต่งตัวแต่งเล็บด้วยการเลียอยู่เสมอ นอนก็แต่ในที่สะอาด ขี้เยี่ยวยังกลบทุกครั้ง ฯลฯ ผิดกับหมาที่ดูจะชอบของสกปรก มักเกลือกกลั้วของเหม็นเป็นประจำ ฯลฯ ซึ่งดูจะเป็นการปรักปรำหมามากไปสักหน่อย เดี๋ยวคนรักหมาจะค้อนเอา ทว่าแมวสามารถมีกลิ่นไม่ชวนดมสำหรับคุณได้เช่นกัน โดยกลิ่นเหล่านั้นเป็นผลมาจาก

 กลิ่นปาก  :  แมวเองก็สามารถก่อโรคเหงือกอักเสบได้เช่นเดียวกับหมา โดยมีหินปูนมาเกาะฟันและเสียดสีกับเหงือกจนอักเสบ มีเชื้อแบคทีเรียในน้ำลายเข้ามาสะสมในหินปูนหรือหินน้ำลาย รวมถึงเข้าไปตามซอกและรอบตอฟันกับเหงือก เมื่อมีเศษอาหารมาเกาะติดยิ่งเป็นอาหารให้แบคทีเรียในการเจริญเติบโต ซึ่งผลที่ตามมาคือกลิ่นเหม็นที่ออกมากับลมหายใจหรือเมื่อแมวอ้าปากนั่นเอง

 กลิ่นหู  :  ไรในหู อาศัยอยู่ปะปนกับขี้หู สามารถก่อให้เกิดกลิ่นที่เหม็นไม่น้อยไปกว่าความคันหูเลย นี้ก็สร้างความเหม็นให้เกิดแก่เจ้าเหมียวได้

 กลิ่นเหยื่อ  :  แมวเป็นสัตว์นักล่ามาแต่ดึกดำบรรพ์ ฉะนั้นเมื่อล่าเหยื่อโอกาสที่จะสัมผัสเหยื่อ ต่อสู้เป็นพัลวัน ทำให้มีกลิ่นจากเหยื่อติดตัวเจ้าเหมียวกลับมาบ้านด้วย ที่ได้กลิ่นเหม็นบ่อยๆ ก็คือกลิ่นหนู ซึ่งมักเป็นหนูท่อที่สกปรก มีกลิ่นรุนแรงอยู่แล้ว เจ้าเหมียวจึงพลอยเหม็นไปด้วยครับ

 กลิ่นน้ำลาย  :  แมวมีนิสัยชอบทำความสะอาดตัวเองด้วยการใช้ลิ้นที่สากดุจกระดาษทราย เลียทำความสะอาดขน เล็บ และอุ้งตีน ตลอดจนส่วนต่างๆ ที่มันสามารถเข้าถึงได้ โดยเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ออกไป รวมถึงเศษเนื้อเยื่อ ผิวหนังที่แห้ง สะเก็ดรังแค และขนที่ตายแล้วให้หลุดออก ขณะเดียวกันน้ำลายที่ขับออกมาขณะใช้ลิ้นเลีย ยังคงติดเป็นคราบบนผิวหนังและร่างกายอยู่ เมื่อน้ำลายแห้ง เศษโปรตีนเกาะติดขนเป็นอาหารของเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เชื้อเจริญเติบโตและก่อให้เกิดกลิ่นอีกด้วย

 วิธีป้องกันแก้ไขควรทำจากเหตุทั้งหลายที่ก่อให้เกิดกลิ่นบนร่างกายแมวของคุณโดย
 - รักษาสุขภาพช่องปากให้แข็งแรง สมบูรณ์ ปราศจากเศษอาหาร และหินปูนโดยการถูฟัน แปรงฟันเช่นเดียวกับหมา
 - หมั่นตรวจตราและเช็ดทำความสะอาดในรูหูและใบหูของแมว หากพบว่ามีไรอยู่ให้พาไปพบ สัตวแพทย์เพื่อกำจัดอย่างถูกวิธีรวมถึงการเช็ดหูเพื่อขจัดขี้หูตลอดเวลา
 - เช็ดทำความสะอาดผิว ลำตัว และตีนของแมวอย่างสม่ำเสมอรวมถึงแปรงขนเป็นประจำ หากพบว่าแมวออกเที่ยวนอกบ้านไปล่าเหยื่อมาให้เช็ดตัวทำความสะอาดร่างกายเพิ่ม เป็นการขจัดกลิ่นเหยื่อที่ติดตัวมาให้เหลือน้อยที่สุด
 - การเช็ดตัวเป็นระยะๆ หรือสักวันละครั้งก็ยังดี รวมทั้งแปรงขนด้วยจะช่วยขจัดเศษคราบน้ำลายที่ติดบนตัวแมวออกไป กลิ่นที่สะสมอยู่จะลดลง
        ฯลฯ
 ต่อไปนี้แมวเหมียวของคุณคงไร้กลิ่นให้เป็นที่น่ารังเกียจอีกนะครับ

รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร