ไลฟ์สไตล์

คันฉ่องและโคมฉาย-ธรรมะสำหรับนักบริหาร (๑)ผู้บริหารแบบพนักงานรถไฟ

คันฉ่องและโคมฉาย-ธรรมะสำหรับนักบริหาร (๑)ผู้บริหารแบบพนักงานรถไฟ

03 เม.ย. 2554

ธรรมะกับผู้บริหารเป็นสิ่งซึ่งไม่อาจแยกจากกัน ถ้าเราไปแยกธรรมะออกจากผู้บริหาร หรือแยกธรรมะออกจากการบริหารเมื่อไร ก็จะเกิดสภาวะอนาธิปไตย คือการบริหารนั้นล้มเหลว ไม่มีใครฟัง บริหารแต่ไม่มีคนทำตาม ทุกองค์กรเป็นอย่างนี้ทั้งนั้น

ถ้าผู้บริหารไม่มีศักยภาพที่จะบริหาร เพราะขาดหัวใจ คือ ธรรมะ ถึงใช้อำนาจบริหารก็ไม่มีคนทำตาม ดังนั้น ธรรมะในการบริหารจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ขาดไม่ได้ ธรรมะในการบริหารมีมาก คงไม่สามารถหยิบมากล่าวในที่นี้ได้ทั้งหมด จะขอหยิบมาบางแง่มุม เพื่อมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันพอมาหอมปากหอมคอ

 ทฤษฎีผู้บริหาร
ทฤษฎีผู้บริหารมี ๔ แบบ คือ
๑. ผู้บริหารแบบพนักงานรถไฟ
๒. ผู้บริหารแบบนายแพทย์
๓. ผู้บริหารแบบชาวนา
๔. ผู้บริหารแบบชาวประมง

 ผู้บริหารแบบพนักงานรถไฟ : ไหลไปตามระบบ
อาตมาเพิ่งกลับจากญี่ปุ่น แหมนั่งรถไฟในญี่ปุ่นนี่มันสบายจัง ถ้าเป็นรถไฟที่เป็นหัวจรวดนั้นสู้เครื่องบินได้  อาตมาลองเอาแก้วน้ำวางบนถาดรองแก้ว ตั้งแต่ออกสตาร์ทจนถึงปลายทางน้ำไม่กระฉอกเลย ถ้าเมืองไทยเรามีรถไฟขนาดนี้ สบายแล้ว ปัญหารถติดคงไม่มี แต่ในโลกความเป็นจริงมันไม่เป็นเช่นนั้น การรถไฟไทยกับการรถไฟญี่ปุ่นเริ่มพร้อมกัน แต่ ณ เวลานี้การรถไฟญี่ปุ่นนั้นเทียบเครื่องบิน แต่การรถไฟไทยนั้นยังไปไม่ถึงไหน ไม่เพียงแต่ไม่ตรงเวลา แต่ยังตกรางประจำ

ผู้บริหารแบบพนักงานรถไฟในเมืองไทยก็คือ ไปตามราง มีโบกี้รถไฟ มีรางรถไฟ ขึ้นไปขับรถไฟ ไปตามราง จากสถานีต้นทาง ถึงปลายทาง ถ้ามีรางให้วิ่ง อย่างไรก็ถึง ไม่คิดอะไรใหม่ ไม่ท้าทาย ไม่ลงทุน ไม่ปรับปรุง ไม่แสวงหาบริการเสริม ไม่ขายบริการ ขับไปเรื่อยๆ กี่ปีกี่ชาติก็เป็นเช่นนั้นเอง นี่คือผู้บริหารแบบพนักงานรถไฟ ปล่อยให้ระบบไหลไปตามกลไกของมันเอง โดยที่ตนเองแทบไม่แตะส่วนใดๆ
เมื่อได้ขึ้นมาเป็นผู้บริหารปุ๊บ นั่งอยู่ตรงนั้น รับเรื่อง ทำงานไปตามระบบ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า สิบ กลายเป็นผู้บริหารประจำ เวลามีใครมาถามอะไร ถ้าเรื่องยังมาไม่ถึง ต่อให้มารบกันอยู่หน้าบริษัทก็ไม่เรียกประชุม

ถามว่าทำไม คำตอบคือ ยังไม่ได้รับรายงาน เขายังไม่ได้แจ้งเข้ามา ขอโทษนะครับ ยังไม่ได้รับการประสานจากผู้ที่เกี่ยวข้อง จะรบก็รบ จะเผาก็เผา จะเอ็มเจ็ดสิบเก้ามายิงก็แล้วแต่ ถ้ายังไม่ได้รับรายงานก็ให้ผู้เกี่ยวข้องว่ากันไป นี่คือผู้บริหารแบบพนักงานรถไฟ

พูดง่ายๆ คือ ถ้าปัญหาไม่มาถึงตัว เอ็มเจ็ดสิบเก้าไม่ตกมาหน้าตัก ไม่ทำงาน เพราะคิดว่าของเดิมเขาดีอยู่แล้ว เราจะไปเปลี่ยนทำไม พอได้รับการแต่งตั้งปุ๊บ คุณเลขาคุณว่าไปเลย หัวหน้าว่าไปเลย ปลัดว่าไปเลย ผู้อำนวยการว่าไปเลย แล้วท่านจะว่าอย่างไร ก็ว่าตามพวกคุณแหละ นี่คือผู้บริหารแบบพนักงานรถไฟ ไม่คิดอะไรใหม่ ระบบมีอะไรก็ปล่อยให้ไหลไปตามระบบอย่างนั้น

ผู้บริหารอย่างนี้จะทำให้องค์กรอย่างดีที่สุดก็คือทรง อย่างแย่ก็ทรุด แล้วคนเก่งก็ไม่อยู่กับผู้บริหารที่ทำงานแบบพนักงานรถไฟ เพราะเขาต้องการอนาคต พอมาเจอผู้บริหารที่ทำงานในลักษณะเช้าชามเย็นชาม   หรือเรื่อยๆ มาเรียงๆ แบบพนักงานรถไฟ อย่างนี้คนเก่งก็ต้องออกไปสร้างเมืองใหม่กันทั้งนั้น
 
นี่เป็นเหตุให้ผู้บริหารเช่นนี้จำนวนมากไม่มีคนเก่งในองค์กร เพราะมัวแต่ขับรถไฟไปตามรางแบบเรียบๆ เฉื่อยๆ ฉิวๆ ไม่มีการวางแผน ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจไม่ต้อง ทุกอย่างเป็นไปตามปกติว่ากันไปตามขั้นตอน