
มินิศูนย์เรียนรู้ห้วยทรายตชด.เทิดพระเกียรติในหลวง
เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จึงได้จัดทำโครงการ สร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยให้หน่วยงานในสังกัด และประชาชนในพื้นที่
ส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน และสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นคืนความชุ่มชื้นและความอุดมสมบูรณ์แก่สภาพแวดล้อมระบบนิเวศทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในพื้นที่ ตามปรัชญาของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนที่ ว่า "พึ่งตนเอง เก่งศึกษา รักภูมิปัญญา พัฒนาสภาพแวดล้อม"
นอกจากนี้ ช่วงเปิดเทอมในเดือนพฤษภาคมนี้ จะทำมินิศูนย์การเรียนรู้ ในพื้นที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 179 แห่ง ทำเกษตรพอเพียงเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เหมือนที่พระองค์ท่านทรงทำในศูนย์พัฒนาห้วยทราย จะทำให้เกิดการเรียนรู้แบบยั่งยืน พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กล่าวว่า การสร้างฝายจะคัดเลือกพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชุมชน หรือจัดสร้างบริเวณที่เกิดน้ำท่วมบ่อยๆ มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่
โดยคำนึงถึงการบำรุงรักษาภายหลังการเสร็จสิ้นภารกิจการสร้างฝาย การนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยการเชิญชวนให้ประชาชนและผู้นำท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดสร้างฝาย ล่าสุด ได้สร้างฝาย ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยได้รับการสนับสนันจากปูนอินทรี ปูนซีเมนต์นครหลวง จำนวน 260 ตัน หรือ 5,200 ถุง พร้อมทั้งหนังสือคู่มือและซีดีการสร้างฝายจำนวน 120 ชุด
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย ในอดีตพื้นที่แห่งนี้มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่ามากมายโดยเฉพาะเนื้อทรายอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้ชื่อว่า “ห้วยทราย” อีกทั้งยังเป็นแหล่งต้นน้ำ ลำธาร เป็นแหล่งอาหารของราษฎร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระบรมราชโองการให้ประกาศเป็นเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวันและห้ามมิให้ทำอันตรายสัตว์ในพื้นที่ห้วยทราย เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2467
ต่อมาราษฎรได้เข้ามาอาศัยทำกิน บุกรุกแผ้วถางป่า ประกอบอาชีพทางการเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำไร่สับปะรดและใช้สารเคมีอย่างผิดวิธี ส่งผลให้ระบบนิเวศเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาไม่ถึง 40 ปี ป่าไม้ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ปริมาณน้ำฝนลดน้อยลง จนมีลักษณะเป็นพื้นที่อับฝน ดินขาดการบำรุงรักษาจนเกิดความไม่สมดุลทางธรรมชาติ เกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดินค่อนข้างสูง สภาพดินเกิดความเสื่อมโทรม พืชพันธุ์ไม้ที่ปลูกไม่สามารถเจริญเติบโตได้
จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2526 ทรงพบเห็นสภาพปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมีรับสั่งความตอนหนึ่งว่า “หากปล่อยทิ้งไว้จะกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด” จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นนับแต่บัดนั้น เป็นต้นมา การจัดทำมินิศูนย์การเรียนรู้ห้วยทราย เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้แก่ประชาชน
เรืออากาศโทคันธนิธิ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานด้านธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้ดำเนินโครงการ 80 พรรษา 880 ฝาย อินทรีสร้างถวายในหลวงมาแล้ว 5 ปี โดยมีทุกภาคส่วนทั้งพนักงาน ผู้บริหาร พันธมิตรทางการค้า สื่อมวลชน นิสิต นักศึกษา ตลอดจนประชาชนคนในชุมชนที่ช่วยผลักดันให้โครงการประสบความสำเร็จ ปัจจุบันสร้างฝายทั่วประเทศแล้ว ประมาณ 5,000 ฝาย ซึ่งบริษัทมีนโยบายสนับสนุน โครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมต่างๆ ของภาครัฐเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
รำเพย พวงเงิน ชาวบ้านตำบลห้วยทรายเนื้อ ตัวแทนชาวบ้านที่เข้าไปช่วยตำรวจตระเวนชายแดนสร้างฝายชะลอน้ำ กล่าวว่า ดีใจมากที่เป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาสร้างฝาย เพราะฝายเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ มีแหล่งน้ำ มีที่กักเก็บก็จะไม่แห้ง เมื่อเวลาที่ฝนตกลงมาก็มีที่เก็บ แล้วน้ำก็จะไหลซึมซับกับดินไปให้ความชุ่มชื้นแก่ต้นไม้ เมื่อเวลาผ่านไปชาวบ้านก็จะยังมาดูแลฝายนี้อยู่ ฝายช่วยคืนความเป็นธรรมชาติแก่ป่า สัตว์ป่า และสิ่งมีชีวิตโดยรอบ ดังคำที่ว่า น้ำคือชีวิต ช่วยให้ประชาชนมีน้ำใช้ต่อเนื่องตลอดปี นั่นเอง
0ศศิวรรณ อาษา0



