
ลงมือทำก่อนที่จะไม่มีคนซื้อ
ผมหมายถึงศูนย์บริการชอบที่จะปฏิเสธเรื่องงานรับประกันโดยหาเหตุต่างๆ มาอ้าง ทั้งๆที่หน้าที่โดยตรงของศูนย์บริการนั้นไม่มีข้ออ้างที่จะปฏิเสธการทำเคลมรวมทั้งละเลยการค้นหาสาเหตุข้อบกพร่องของสิ่งที่เกิดขึ้นกับรถยนต์คันนั้นๆ สาเหตุมี (ข้ออ้าง) หลากหลาย
ถ้าเริ่มที่คนก็ขาดคนที่มีคุณสมบัติเพียงพอ ถ้าเริ่มที่เจ้าของหรือผู้ประกอบการก็เริ่มตั้งแต่ขาดจิตวิญญาณของการให้บริการหรือที่เรียกกันว่าเซอร์วิสมายด์ซึ่งผู้บริหารยุคใหม่หรือคนรุ่นลูกรุ่นหลานที่เข้ามาสู่วงการนี้จะไม่มีให้ลูกค้า หรือผู้ใช้รถเพราะผ่านการเล่าเรียนเขียนอ่านสั่งสอนกันมาว่าทุกอย่างเป็นธุรกิจและเมื่อเป็นธุรกิจก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายเมื่อมีค่าใช้จ่ายก็ต้องมีกำไรขาดทุน ก็อาจจะถูกแต่งานบริการแม้จะไม่ใช่งานสังคมสงเคราะห์เป็นภาคธุรกิจที่ต้องมีกำไร มีค่าใช้จ่าย แต่แน่หรือครับว่าถ้าไร้ซึ่งเซอร์วิสมายด์แล้วการประกอบการธุรกิจจะไม่มีกำไร
งานเคลมหรืองานรับประกัน มีค่าใช้จ่ายในเรื่องของเอกสารเรื่องของฮาร์ดแวร์ เรื่องของซอฟต์แวร์ตลอดจนค่าจ้างพนักงาน รายได้จากการทำเคลมแม้จะไม่ได้รับโดยตรงจากผู้ใช้บริการแต่รายได้ก็จะได้รับจากผู้ผลิตถ้าการทำเคลมนั้นถูกต้องถูกหลักเกณฑ์ ผู้ผลิตจ่ายค่าทำเคลมในเรื่องของชิ้นส่วนหรืออะไหล่ในราคาต้นทุน (ส่วนมากจะเป็นร้อยละ 60 ของราคาขาย) อัตรานี้เป็นเช่นเดียวกับค่าแรง การทำงานที่เกิดขึ้น เช่นงานเคลมชิ้นหนึ่งพิสูจน์ได้ว่า ปั๊มน้ำเสีย ค่าปั๊มน้ำราคาหน้าร้านหรือราคาในศูนย์ 5,000บาท เมื่อทำเคลมก็จะได้รับเงินคืนจากผู้ผลิต 3,000 บาท ค่าแรงในการเปลี่ยนปั๊มน้ำ 2 ชั่วโมงงานชั่วโมงงานละ 400 บาท เป็นเงิน 800 ร้อยบาท ผู้ผลิตจะจ่ายคืนให้ 480 บาท
ตัวอย่างงานนี้จะเป็นข้ออ้างของ ศูนย์บริการ ว่าทำแล้วไม่ได้อะไร แต่ไม่พูดกันว่าค่าแรงที่ได้รับแม้เพียงร้อยละ 60 ก็ยังเป็นรายได้เนื้อๆ ให้ศูนย์บริการ นอกจากนั้นยังมีรายได้แฝงที่หลายต่อหลายรายยัดเยียดขายให้ผู้ใช้บริการ ดังนั้นข้ออ้างที่ว่างานเคลมเป็นงานที่ไม่มีรายได้จึงเป็นข้ออ้างที่ไม่มีเหตุผล เหตุผลที่แท้จริง (ที่ไม่ยอมรับกัน) ก็คือคนไม่มีความสามารถ ไม่มีความสามารถที่จะวินิจฉัยปัญหาว่าเกิดจากอะไร
จากตัวอย่างถ้าช่างวินิจฉัยว่าเป็น ปั๊มน้ำเสีย ก็ต้องทำรายงานไปว่าเสียได้อย่างไร เมื่อไร เพราะอะไร เมื่อไม่มีความสามารถที่จะทำรายงานทางเทคนิกประกอบไปกับการเรียกเก็บเงิน เพราะถ้าหากวิเคราะห์ผิดพลาดงานเคลมชิ้นนั้นจะถูกตีกลับ (รายงานอันเป็นเท็จ) โดยไม่ได้รับค่าใช้จ่าย ซึ่งงานแบบนี้แหละที่ศูนย์บริการจะต้องควักจ่ายเอง และเมื่อความจริงปรากฏว่าปั๊มน้ำไม่ได้เสียแต่เสียงดังที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากรอกตั้งสายพานเสีย ค่าใช้จ่ายสองเด้งก็จะเกิดขึ้นกับศูนย์บริการนั้น เสียปั๊มน้ำ เสียรอกตั้งสายพาน เสียชั่วโมงงาน ด้วยเหตุนี้งานรับประกันสินค้าหรืองานเคลมในศูนย์บริการจึงมักจะถูกปฏิเสธ
ที่จริงแล้วงานเคลมหรืองานรับประกันหรืองานวินิจฉัยปัญหาจากผู้ผลิตนั้นไม่ได้ยุ่งยากลำบากลำบนจนต้องใช้มนุษย์พันธุ์พิเศษแต่อย่างใด ขอเพียงรู้หลักการในเบื้องต้นว่าความบกพร่องหรือความเสียหายจากผู้ผลิตนั้นมีด้วยกัน 4 อย่าง คือ บกพร่องจากคน บกพร่องจากวัสดุ บกพร่องจากเครื่องมือ (ไลน์ผลิต) และบกพร่องจากการออกแบบ แค่คิดแล้วกรอกในแบบฟอร์มงานเคลมว่าบกพร่องจากอะไร งานเคลมนั้นก็จะไม่มีวันตีกลับแน่นอน เห็นไหมครับงานรับประกันหรือการทำเคลมง่ายนิดเดียว ทำกันเถอะครับก่อนที่จะไม่มีคนมาซื้อรถไปใช้



