ไลฟ์สไตล์

"สยามบรมราชกุมารี"ทรงปลูกฝังการศึกษาไทยหยั่งรากลึก

"สยามบรมราชกุมารี"ทรงปลูกฝังการศึกษาไทยหยั่งรากลึก

02 เม.ย. 2554

หนึ่งในพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ปวงชนชาวไทยได้เห็น ได้สัมผัสจากภาพข่าว หนึ่งเรื่องที่ทรงให้ความสำคัญนั่นก็คือ เรื่องการศึกษา เมื่อพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแล้ว ทรงเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ประจำกองวิชากฎหม

 ในขณะนั้น ทรงสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทยและสังคมวิทยา พระองค์จึงทรงเป็น "ทูลกระหม่อมอาจารย์" สำหรับนักเรียนนายร้อยตั้งแต่นั้น ต่อมา เมื่อมีการตั้งกองวิชาประวัติศาสตร์ขึ้นในปี พ.ศ. 2530 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการกองวิชาประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน และทรงได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์ ส่วนการศึกษาประจำโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2529 และเป็นศาสตราจารย์ส่วนการศึกษา ประจำโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (อัตราจอมพล) เมื่อปี พ.ศ. 2543 นอกจากนี้ยังได้ทรงรับเชิญเป็นอาจารย์สอนในสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒนั้น ทรงได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์พิเศษ สาขาพัฒนาศึกษาศาสตร์ด้วย

 ในปี พ.ศ. 2525 มีพระราชดำริให้ก่อตั้งโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่บุตรหลานข้าราชบริพารและประชาชนทั่วไป เปิดสอนครั้งแรกในปีการศึกษา 2525 โดยทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานกรรมการคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ และทรงเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทุกครั้ง รวมถึงเสด็จพระราชดำเนินไปในงานปิดภาคเรียนของโรงเรียนทุกครั้ง เพื่อพระราชทานทุนส่งเสริมการเรียนดี และพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานจากสถานศึกษาต่างๆ คือ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ วิทยาลัยในวังชาย วิทยาลัยในวังหญิง โรงเรียนผู้ใหญ่พระดาบส ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) กาญจนาภิเษกวิทยาลัย (ช่างทองหลวง)

 นอกจากใส่พระราชหฤทัยในการศึกษาของเยาวชนไทยแล้ว ในปี พ.ศ. 2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริพระราชทานความช่วยเหลือกัมพูชาในการก่อตั้งวิทยาลัยกำปงเฌอเตียล ณ จังหวัดกำปงธม ประเทศกัมพูชา โดยพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารสถานที่ต่างๆ และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดวิทยาลัยเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนแก่นักเรียนเพื่อให้มาศึกษาต่อในประเทศไทยในหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตและหลักสูตรอาชีวศึกษา เพื่อนำความรู้กลับไปสอนและพัฒนาการจัดการศึกษาของวิทยาลัย รวมทั้งทรงสนับสนุนการศึกษาด้านนาฏศิลป์และดนตรี

 ในปีพ.ศ. 2549 มีพระราชดำริจัดตั้งโครงการพัฒนานักอักษรศาสตร์รุ่นใหม่ขึ้น โดยความร่วมมือของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างนักอักษรศาสตร์ที่มีมุมมองและแนวคิดใหม่เพื่อเป็นกำลังของชาติ

  ล่าสุด เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดการประชุมระดับสูงว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชน ครั้งที่ 10 (10th Meeting of the High Level Group on Education for All หรือ EFA) มีพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า  "กว่า 30 ปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าเป็นผู้หนึ่งที่สนับสนุนการศึกษาปวงชนอย่างแข็งขัน และจะทำต่อไปในอนาคต กว่า 30 ปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้สอดแทรกหลักการดังกล่าวในกิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนในโรงเรียนห่างไกล นักเรียนเหล่านี้จะได้เรียนรู้และปฏิบัติตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การศึกษาสามารถรับมือกับการเปลี่ยนไปของโลก การศึกษาเพื่อปวงชนควรเน้นปัญหาการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างจริงจัง มิฉะนั้นโลกของเราจะกลายเป็นโลกที่ไม่น่าอยู่เร็วกว่าที่คิด

 ทั้งนี้ งานการศึกษาของข้าพเจ้าส่วนใหญ่มุ่งพัฒนาความเป็นอยู่ของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ตัวอย่างเช่น ข้าพเจ้าจัดการศึกษาเพื่อผู้ใหญ่และเด็กในชุมชนชนบทที่ห่างไกล ผู้ต้องขัง รวมถึงผู้ต้องขังที่เป็นเด็กและเยาวชน ชนเผ่า หรือชนกลุ่มน้อย และคนพิการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อทรงเข้าถึงประชาชนทั่วประเทศ ในปี 2538 ในวโรกาสกาญจนาภิเษก เมื่อทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี มีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมขึ้นที่โรงเรียนไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะสำหรับโรงเรียนที่ขาดแคลนครูในบางสาขาวิชา

 ข้าพเจ้าใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือการทำงานทางการศึกษาเพื่อปวงชนของข้าพเจ้า แต่มิได้หมายความว่าจะสามารถทดแทนความสำคัญของครูแต่ประการใด ข้าพเจ้าเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการศึกษาเพื่อปวงชนภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ด้วยการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม"

 นั่นเองเป็นการตอกย้ำว่า "สยามบรมราชกุมารี" พระองค์นี้ ใส่พระราชหฤทัยอย่างยิ่งในเรื่องของการศึกษาของเยาวชนไทย ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศไทย ที่จะหยั่งรากลึกเป็นฐานที่มั่นคงในทุกๆ ด้านของการพัฒนาประเทศในอนาคต เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายนนี้ ขอฝ่าละอองพระบาท ทรงพระเกษมสำราญ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

 ทีมข่าวสังคม นสพ.คม ชัด ลึก